บทความ

ฟอร์ด แอร์สตรีม รถแนวคิดพันทาง


แอร์สตรีม (AIR STREAM) รถแนวคิดครอสส์โอเวอร์คันล่าสุดจากค่าย ฟอร์ด เพื่อรองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วของรถประเภทนี้ในอนาคต ด้วยขุมพลัง PLUG-IN HYDROGEN HYBRID FUEL CELL หรือที่เรียกกันว่า HYSERIES DRIVE ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าตลอดเวลา โดยสามารถทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยทั้งในและนอกเมืองได้ถึง 17.4 กม./ลิตร

ฟอร์ด แอร์สตรีม เป็นรถแนวคิดที่มีการตอบสนองการใช้งานหลายรูปแบบภายในรูปทรงที่มันวาวลื่นไหลแสดงถึงจิตวิญญาณของการเดินทาง เพื่อสนองวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปของพลเมืองอเมริกัน มีโอกาสได้เดินทางท่องเที่ยวได้มากขึ้น จึงต้องการรถที่มีขนาดเล็ก คล่องตัวสูง และมีความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำ ซึ่ง ฟอร์ด คาดว่าจะมีรถครอสส์โอเวอร์อยู่บนท้องถนนกว่า 3 ล้านคันภายในทศวรรษนี้

ด้วยรูปทรงกว้างขวางล้ำสมัย ด้านหน้าแปลกตาด้วยเอกลักษณ์ของ ฟอร์ด โคมไฟราบเรียบไปกับกระจังหน้าที่เป็นโลหะมันวาว มีเพียงเส้นกราฟิคที่แบ่งให้เห็นแนวโคมไฟ หน้าต่างข้างรูปทรงแปลกตาเดินขอบด้วยเส้นสีส้ม ภายในห้องโดยสารเป็นการสร้างความเพลิดเพลินในการเดินทางให้กับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะมีปลายทางที่ไหน

ประตูด้านซ้ายเป็นประตูบานเล็กสำหรับที่คนขับ ส่วนอีกด้านที่เป็นประตูฝั่งผู้โดยสารเป็นประตูเปลือกหอยบานใหญ่ กินเนื้อที่ 2 ใน 3 ของความยาวตัวรถ ให้ความสะดวกในการเข้า/ออก และขนสัมภาระให้สะดวกมากขึ้น ด้านหลังมีประตูสำหรับขนสัมภาระให้อีกบานหนึ่ง

ภายในห้องโดยสารเน้นความล้ำสมัยเป็นหลัก ทั้งชนิดของวัสดุ สี และเทคโนโลยี ที่นำแนวคิดจากคอคพิทของยานอวกาศจากภาพยนตร์มหากาพย์เรื่อง 2001: A SPACE ODYSSEY มีการจัดเนื้อที่ภายในค่อนข้างกว้างขวาง เน้นบรรยากาศที่เร้าใจด้วยสีแดงคอสมิค สลับขาว ตัดกับรูปทรงที่เรียบง่ายและมันวาวจากภายนอกตัวรถ

ภายในห้องโดยสารมีแผงอุปกรณ์เรืองแสงควบคุมด้วยการสัมผัส มาตรวัดแบบจอเดียวแสดงข้อมูลได้ตามความต้องการของผู้ขับขี่ กลางแผงมาตรวัดมีจอแสดงข้อมูลคู่ ทำหน้าที่แสดงภาพภายนอกตัวรถและข้อมูลทั่วไป ที่นั่งทั้งสองสามารถหมุนกลับมาทำกิจกรรมร่วมกับผู้โดยสารด้านหลังได้อย่างง่ายดาย ที่นั่งด้านหลังถูกจัดวางให้มีความต่อเนื่องกันเหมือนกับนั่งอยู่ในเปลือกดักแด้สีแดงสด ภายในติดตั้งจอแสดงผล 360 องศารอบห้องโดยสาร สำหรับระบบความบันเทิง และสันทนาการภายในห้องโดยสาร

ระบบขับเคลื่อนผ่านการทดลองใช้งานมาระดับหนึ่ง กับ ฟอร์ด เอดจ์ (FORD EDGE) โดยเรียกระบบนี้ว่า PLUG-IN HYDROGEN HYBRID FUEL CELL หรือ HYSERIES DRIVE เป็นการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าตลอดเวลา ระบบ HYSERIES DRIVE นี้มีความเหนือกว่าทั้งราคา และน้ำหนักที่ลดลงเหลือเพียงครึ่งเดียว ระบบ FUEL CELL ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ทั้งยังสามารถใช้งานได้แม้อุณหภูมิจะอยู่ในระดับต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง โดยไม่มีปัญหา นอกจากนั้นยังมีความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงระดับ 17.4 กม./ลิตร เท่านั้น

ภายในคุณจะไม่พบเครื่องยนต์สันดาปภายในเหมือนรถทั่วไป แต่จะหันมาใช้ระบบ FUEL CELLที่ไม่ได้ทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อโดยตรง แต่จะปั่นเจเนอเรเตอร์ ชาร์จกระแสไฟฟ้าให้กับแบทเตอรีลิเธียม-ไอออน ภายในรถแล้วจึงส่งกระแสไฟฟ้าไปขับเคลื่อนมอเตอร์ขับเคลื่อนอีกที ระบบ FUEL CELL ใหม่นี้ ได้รับการพัฒนาขึ้นอีกระดับ ให้มีขนาดกะทัดรัด ต้นทุนต่ำ และสามารถใช้งานได้นานกว่า

เพียงกระแสไฟฟ้าจากแบทเตอรีก็สามารถขับเคลื่อนไปได้ถึง 40 กม. และเมื่อใช้ระบบ FUEL CELL พร้อมเชื้อเพลิงไฮโดรเจน 1 ถัง ระบบจะจ่ายกระแสไฟฟ้าแรงดัน 336 โวลท์ สู่แบทเตอรี ลิเธียม-ไอออนเพื่อให้ได้พิสัยเดินทางถึง 448 กม. เมื่อรวมกับระยะขับเคลื่อนจากแบทเตอรีเปล่าแล้ว แอร์สตรีมสามารถเดินทางได้ถึง 488 กม. ต่อการเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจน 1 ถัง

ส่วนระบบความปลอดภัยได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่หมดสำหรับผู้โดยสารในด้านหลัง และสำหรับที่นั่งในแถวหน้าได้รับการติดตั้งเข็มขัดนิรภัยแบบ 4 จุด เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางสูงสุด



------------------------------
เรื่องโดย : อกนิษฐ์ ทัพภะสุต
ภาพโดย : -
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน เมษายน ปี 2550
คอลัมน์ : นานารถแนวคิด
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/dfDOp
อัพเดทล่าสุด
25 Jul 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
1,749,000
2.
1,699,000
4.
3,299,000
5.
5,399,000
6.
6,799,000
7.
3,249,000
9.
53,500,000
11.
3,600,000
12.
4,539,000
13.
13,339,000
14.
2,999,000
15.
1,749,000
16.
1,800,000
18.
499,000
19.
979,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง

FORD IOSIS MAX
PEUGEOT BB1
MITSUBISHI CONCEPT PX-MIEV
ACURA ZDX รูปทรงล้ำสมัย เครื่องยนต์จัดจ้าน
HYUNDAI IX35 สานต่อเอสยูวียอดนิยมแดนโสม
FORD F-150 SVT RAPTOR ลุยทุกสภาวะแบบไม่เกรงใจใคร