บทความ

ท้าความสูงที่ “น้ำตกธารรัตนา”


ผู้อาวุโสที่ผมเคารพรักท่านหนึ่ง เคยบอกว่า “ชีวิต คือ ความท้าทาย…มนุษย์ถึงได้แสวงหาความตื่นเต้นจากกิจกรรมต่างๆ ทำให้รู้สึกว่า ชีวิตไม่เรียบง่ายจนเกินไปนัก…”

กิจกรรมฮอทฮิท “การโรยตัวจากหน้าผาสูง” เป็นกีฬา เอกซ์ตรีม (EXTREME) อีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะแหวกแนวไปจากกีฬาทั่วไป เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความตื่นเต้น เร้าใจ บวกท้าทายอีกต่างหาก หลายคนอาจคิดว่าเสี่ยงเกินไปสำหรับการกระทำแบบนั้น แต่หากได้มาสัมผัส จะทราบได้ทันทีว่าไม่เห็นมีอะไรต้องเสี่ยง เพราะทุกอย่างอยู่บนพื้นฐานความปลอดภัย ที่สำคัญ ใจต้องแน่พอ เพราะกีฬาประเภทนี้ เหมาะสำหรับคนใจถึงเท่านั้น

เพื่อพิสูจน์ความกล้า และความท้าทาย เราตัดสินใจเดินทางสู่ “น้ำตกธารรัตนา” ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ทันที

“น้ำตกธารรัตนา” กับเส้นทางการโรยตัว ถูกค้นพบเมื่อปี 2545 จากการสำรวจในครั้งนั้น พบว่ามีน้ำตก 4 แห่ง ไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และยิ่งไปกว่านั้น ยังไม่สามารถเดินทางเท้าเข้าไปได้ จำเป็นต้องอาศัยการโรยตัวเพียงอย่างเดียว จากความสวยงาม และความน่าตื่นเต้น ของสถานที่ จึงทำให้เส้นทางผจญภัยเส้นนี้ ถูกยกย่องขึ้นมาให้เป็น “UNSEEN THAILAND”

น้ำตกแห่งนี้ รวมทั้งเส้นทางเดินป่าโรยตัว จะอยู่ในเขตจังหวัดนครนายก แต่ทางเข้าจะอยู่ในจังหวัดปราจีนบุรี

เราแวะหยุดพักแต่งตัวกันตรงปากทางเข้าสู่น้ำตก เพื่อเตรียมตัวเดินเท้าเข้าป่าไปยังหน้าผาแรก เครื่องแต่งตัวที่ว่าก็มีหมวกกันกระแทก ถุงมือ และอุปกรณ์สำคัญอีกอย่างก็คือ ฮาร์เนสส์ (HARNESS)เหมือนเข็มขัดรัดเอว จุดประสงค์เอาไว้เกี่ยวกับเชือกที่ใช้โรยตัว แถมยังสะพายหลังด้วยถุงยังชีพที่มีอาหารกลางวันบรรจุไว้ข้างใน อุปกรณ์เหล่านี้ทางทีมงานสาลิกา แอดเวนเจอร์ พอยท์ เป็นคนจัดการให้ทั้งหมด รวมทั้งเป็นผู้ดูแลเราอย่างดีตลอดเส้นทาง จึงมั่นใจได้ในความปลอดภัย

แต่ก่อนที่จะไปโรยตัวกันจริงๆ ที่น้ำตกธารรัตนา วิธีการขั้นแรก เราจะต้องฝึกซ้อมการโรยตัวกันก่อนสำหรับผู้ที่ไม่เคยมีประสบการณ์ จะได้เรียนรู้วิธีการโรยตัวที่ถูกต้อง เพราะหน้าผาที่เราจะไปสัมผัสสูงถึง 70 เมตร !!!

หลังจากที่ซักซ้อมวิธีการการโรยตัว และรับฟังเทคนิคต่างๆ จาก สตาฟฟ์ จนเป็นที่เข้าใจตรงกันแล้วเราก็ออกเดินทางสู่หน้าผาแรกกันทันที

เราใช้เวลาประมาณ 20 นาที เดินลัดเลาะเลียบน้ำตกธารรัตนามาเรื่อยๆ ไม่ช้า ก็มาถึงหน้าผาแรกที่เราจะโรยตัว จากจุดนี้ เมื่อมองไปเบื้องหน้าจะเห็นอ่างเก็บน้ำวังบอน ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางในครั้งนี้

และเมื่อมองลงไปด้านล่าง กับความสูง 70 เมตร หลายคนเริ่มถอดใจ ถามหาทางลงทางอื่น แต่ได้รับคำตอบว่า “ไม่มี” ทางเดียวที่จะไปได้ คือ ต้องไต่หน้าผาลงไป

ที่ยากที่สุด ก็คือ ก้าวแรก เพราะเห็นกิริยาท่าทางของแต่ละคน ยังกลัวๆ กล้าๆ สตาฟฟ์ จึงแนะนำเคล็ดลับวิธีลงแบบไม่ให้กลัว คือ อย่ามองไปข้างล่าง ให้มองแค่เท้าของเรากับหน้า สตาฟฟ์ ก็พอ แล้วค่อยๆ เอนตัวลง แล้วเดินถอยหลังไปเรื่อยๆ สำหรับหน้าผาแรกถึงจะสูงมาก แต่ก็ยังไม่มีสายน้ำมาเป็นอุปสรรค

กว่าจะโรยตัวจากความสูง 70 เมตร ได้ ก็เล่นเอาหลายคนเหงื่อไหลไคลย้อยกันเลยทีเดียว แต่เมื่อลงมาแล้วสามารถไปคล้ายร้อนด้วยการเล่นน้ำ “น้ำตกสองพี่น้อง” ที่อยู่ข้างๆ หน้าผา พักผ่อนรอเพื่อนที่ค่อยๆ ทยอยโรยตัวตามกันมา

เมื่อเราสอบผ่านหน้าผาแรกมาได้ หน้าผาอื่นๆ ที่เหลือ ก็ไม่เป็นปัญหา เพราะที่เหลือระดับความสูงประมาณ 20-30 เมตร ส่วนหน้าผาที่ 2 ถัดมาคือ “น้ำตกสองสวรรค์” ชั้นที่ 1 สูงประมาณ 18 เมตร มีให้เลือก 2 เส้นทาง คือ ทางเปียก และทางแห้ง แล้วแต่ใครจะใช้เส้นทางไหน แต่วันที่ไป ด้วยกระแสน้ำที่ไหลแรง และค่อนข้างลื่นมาก สตาฟฟ์ เห็นว่าจะไม่ปลอดภัย จึงให้เราโรยตัวในทางแห้ง แต่ต้องระวังไม่แพ้กัน เพราะช่วงก่อนจะถึงพื้น จะมีชะง่อนหิน ถ้าลงผิดจังหวะศีรษะอาจกระแทกหินได้ จึงต้องฟัง
และปฏิบัติตามคำสั่ง สตาฟฟ์ อย่างเคร่งครัด

2 หน้าผาผ่านไป หยุดแวะพักกินข้าวเที่ยงกันที่ใต้ชะง่อนหิน ระหว่างน้ำตกสายสวรรค์ชั้นที่ 1 และ 2แบบง่ายๆ มีข้าวเหนียวหมูทอด ปลาสลิดทอด คงเพราะเหนื่อยมาก มื้อนี้จึงอร่อยอย่างบอกไม่ถูก เมื่อเติมพลังกันเต็มที่ เริ่มโรยตัวกันต่อในหน้าผาที่ 3 คือ น้ำตกสายสวรรค์ชั้นที่ 2 สูงประมาณ 38 เมตรครั้งนี้ต้องโรยตัวผ่านน้ำตก แม้ว่ากระแสน้ำจะไหลไม่แรงมากนัก แต่ก็ทำให้เสียศูนย์บ้างตอนที่น้ำตกเทโครมๆ ลงมา แถมหน้าผานี้ยังมีตะไคร่น้ำเกาะติด จนลื่น ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ นาทีที่ต้องเลือกว่าจะวางเท้าก้าวต่อไปตรงไหน ผสมผสานสายน้ำหลั่งไหลตรงหน้าผา ทำให้เกิดความรู้สึกว่าชีวิตหนึ่งได้มาทำอะไรแบบนี้สักครั้ง ก็ดีเหมือนกัน

ผาที่ 3 นี้ เมื่อโรยตัวลงมาแล้วจะเจอแอ่งน้ำเย็นฉ่ำให้ดำผุดดำว่ายกันตามใจชอบ ก่อนที่จะต้องเดินป่าเลาะลำธารไปยังหน้าผาสุดท้าย ระหว่างทางเดินที่ต้องลุยเหยียบก้อนหินน้อยใหญ่ที่อยู่ใต้น้ำ มองเห็นบ้างไม่เห็นบ้าง ทำเอาล้มลุกคลุกคลานกันสนุกสนาน ไหนจะกิ่งไม้ที่ยื่นเกะกะ หน้าผานี้สมบุกสมบันกันพอสมควร

ประมาณครึ่งชั่วโมง เราก็เดินทางมาถึงหน้าผาสุดท้าย คือ “น้ำตกวังบอน” ความสูงประมาณ 26 เมตรมองลงไปเบื้องล่างคือ อ่างเก็บน้ำวังบอน ซึ่งเป็นแหล่งกักเก็บน้ำจากน้ำตกธารรัตนาไว้ เพื่อการเกษตรของชาวนครนายก เมื่อโรยตัวจากหน้าผาน้ำตกวังบอนลงมาแล้ว ก็ต้องพายเรือคายัคเข้าสู่ฝั่งซึ่งอยู่ห่างประมาณ 1 กิโลเมตร

เมื่อนั่งเรือคายัค ใครที่ยังพอมีแรงเหลือๆ จะพายเรือเล่นไปรอบๆ อ่างเก็บน้ำก็ได้ แต่ถ้าใครไม่เหลือแรงก็มุ่งหน้าขึ้นฝั่งได้เลย จากท่าเทียบเรือ ถ้าหันหลังกลับมามองก็จะเห็นหน้าผาแรกสูง 70 เมตร ที่พวกเราโรยตัว แถบไม่น่าเชื่อว่าระยะทางจากจุดเริ่มต้นมาจนถึงที่ที่เรากำลังยืนอยู่นี้ ห่างกันเพียง 4.5 กม.แต่ใช้เวลาเดินทางเกือบครึ่งวัน แต่ก็เป็นครึ่งวันที่ได้รสชาติความมันเต็มที่ และเป็นอีกรูปแบบการท่องเที่ยวที่ได้ใจ เหมาะสำหรับขาลุยอย่างพวกเราจริงๆ

การเดินทาง

รถยนต์ จากกรุงเทพ ฯ ไปได้ 2 เส้นทาง ได้แก่เส้นทางที่ 1 ทางหลวงหมายเลข 305 เลียบคลองรังสิตผ่านอำเภอองครักษ์ ระยะทางประมาณ 105กม.เส้นทางที่ 2 ทางหลวงหมายเลข 1 เลี้ยวขวาที่แยกหินกองไปตามถนนสุวรรณศร (ทางหลวงหมายเลข 33) จนถึงนครนายก ระยะทางประมาณ 137 กม.หรือใช้ทางพิเศษอุดรรัถยา สอบถามเพิ่มเติม โทร.1543

รถโดยสารประจำทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด บริการรถโดยสารประจำทางทั้งธรรมดา และรถปรับอากาศออกจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 ถนนกำแพงเพชร 2 ทุกวัน วันละหลายเที่ยว มีเส้นทางเดินรถ 2 เส้นทาง คือ กรุงเทพ ฯ-หินกอง-นครนายก และกรุงเทพ ฯ-รังสิต-องครักษ์-นครนายก นอกจากนี้ยังมีรถกรุงเทพ ฯ-นครนายก-อรัญประเทศ และกรุงเทพ ฯ-องครักษ์-โรงรียนนายร้อย จปร. ต้องต่อรถเข้าเมืองอีก 7 กม. สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0-2936-3660, 0-2936-3666 หรือ www.transport.co.th

ที่พักเด็ด ที่กินดัง
บ้าน&ต้นไม้
ที่ตั้ง ถนนนครนายก-น้ำตกนางรอง
บรรยากาศ บ้านพักบรรยากาศดี สงบร่มเย็นเป็นส่วนตัว อยู่ใกล้เขื่อนคลองท่าด่าน และแหล่งผลไม้นานาชนิด พร้อมกิจกรรมล่องแพ เรือคายัค จักรยานเสือภูเขา โรยตัว

ติดต่อ คุณแดง โทร. 08-1947-7022

ที่กิน
ไก่ย่างน้องเล็ก 1
บรรยากาศ อิ่มอร่อยกับอาหารอีสานเมนูเด็ด อาทิ ไก่ย่าง ปลาเผา ส้มตำ ต้มแซบ ลาบเป็ด ฯลฯ

ติดต่อ โทร. 08-1295-0831, 08-7132-9723, 08-9403-9360

พิกัด จีพีเอส
001 N14.20013 E101.19276
002 N14.20880 E101.21659
003 N14.13362 E101.37445
004 N14.22326 E101.40423



------------------------------
เรื่องโดย : ถาวร พรมพิทักษ์
ภาพโดย : เอกลักษณ์ จุลสุคนธ์
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2549
คอลัมน์ : ชีวิตอิสระ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/fPzYG
อัพเดทล่าสุด
10 Sep 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,090,000
2.
2,229,000
3.
779,000
4.
3,590,000
6.
1,316,000
7.
1,749,000
8.
1,699,000
10.
3,299,000
11.
5,399,000
12.
6,799,000
13.
3,249,000
14.
4,980,000
15.
53,500,000
17.
3,600,000
18.
13,339,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง

พิชิตดอยพุ่ยโค โก้
พิชิตดอยพุ่ยโค โก้
บ้านห้วยห้อม สัมผัสความสุข บนความพอเพียง
บ้านห้วยห้อม สัมผัสความสุข บนความพอเพียง