บทความ

ตลาดแข่งกันร้อนระอุ


พฤศจิกายน เดือนที่ 11 แล้วจากนี้ไปก็จะเหลือเวลาให้ค่ายรถยนต์ทั้งหลายได้กอบโกยยอดขายกันเพียงอย่างเดียว นาทีนี้ใครมีดีมีทีเด็ดอะไร ต้องปล่อยออกมามัดใจลูกค้าให้ก้าวเท้าเข้าไปเซ็นใบจองในโชว์รูมให้ได้จึงไม่น่าแปลกใจที่ช่วงนี้ตามหน้าหนังสือพิมพ์ หรือสื่อประเภทอื่นๆ จะมีแคมเปญ โพรโมชัน ลด แลกแจก แถม ออกมาให้เห็นกันมากเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นรถเก๋งระดับชาวบ้าน จนถึงรถของผู้มีอันจะกินรวมถึงพิคอัพรุ่นต่างๆ เรียกว่าตลาดแข่งกันดุเดือด สวนทางกับลมหนาวที่เข้ามาเยือนให้หลายๆคนได้เปิดตู้เสื้อผ้าควักเอาเสื้อกันหนาวตัวเก่งออกมาใส่โชว์ ในรอบหลายปีที่ผ่านมา

11 เดือนผ่านมา ยอดการจำหน่ายรถยนต์ทุกประเภท รวมกันอยู่ที่ 625,556 คัน ถ้าคิดล่วงหน้าเอายอดเฉลี่ยของแต่ละเดือนประมาณ 6 หมื่นกว่าคัน เข้ามารวมด้วยแล้วก็พอจะหาข้อสรุปได้ว่า ยอดการจำหน่ายรถยนต์ประจำปี 2548 เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ถึงแม้ว่าในช่วงแรกทำท่าจะไปไม่ถึงดวงดาว เพราะโดนปัจจัยลบอัดกระหน่ำเข้าไปหลายดอกทั้งปัญหาน้ำมันแพง ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัญหาอุทกภัย เป็นต้น

และจากยอดขาย 11 เดือนที่ 625,556 คันนี้ มีอัตราการเติบโตที่สูงกว่าช่วง 11 เดือนของปี 2547 ถึง 13.2 % โดยที่ โตโยตา ครองส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุดถึง 39.7 % จากยอดขายรวมทั้งสิ้น 248,387 คัน มี อีซูซุ ตามมาเป็นอันดับสอง 25.4 % ยอดขาย 158,778 คัน ซึ่งก็มีเพียงสองรายนี้เท่านั้นที่ทำยอดขายทั้งปีได้ทะลุหลักแสนคัน ส่วนอันดับสามเป็น ฮอนดา มีส่วนแบ่งการตลาด 7.7 % มียอดขายรวม 48,271 คัน ส่วนรถยนต์ที่ไม่ได้ถือสัญชาติญี่ปุ่น เบียดแซงรถญี่ปุ่นยี่ห้ออื่นได้ดีที่สุดได้แก่ เชฟโรเลต์ เพียง 11 เดือนทำยอดขายรวมได้ 29,992 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 4.8 % อยู่ในอันดับหก ของรถยนต์ที่ขายดี

ตลาดรถนั่งส่วนบุคคล 11 เดือน รถยนต์ทุกค่าย ทุกยี่ห้อ ทุกระดับ ทำยอดขายรวม 148,405 คัน ถึงแม้ตัวเลขจะดูดีแต่เมื่อเหลียวกลับไปดูยอดของ 11 เดือนแรกปี 2547 ปรากฏว่าตลาดรถยนต์นั่งของเรา หดตัวลง 8.9 % และอีกเช่นเคยรถยนต์ที่จำหน่ายขายดีเป็นขวัญใจของชาวไทย ยังคงเป็น โตโยตา เหมือนเดิม รถนั่งทุกแบบของ โตโยตา ทำยอดขายได้ 69,150 คัน มีส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 46.6 % ขณะที่ ฮอนดา ตามมาเป็นอันดับสอง ด้วยยอด 46,627 คัน ส่วนแบ่งตลาด 31.4 % และ นิสสัน มาเป็นอันดับสาม 6,896 คัน 4.6 % เฉือนอันดับสี่ ในขณะนี้ไปไม่ถึง 100 คัน ทำให้น่าจับตามองว่า เมื่อรวมยอดสิ้นปีแล้ว อันดับสาม และสี่ จะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ?

อันดับสี่เป็นของ เชฟโรเลต์ ด้วยยอดรวม 6,844 คัน ส่วนแบ่งการตลาดเท่ากับ นิสสัน ส่วนรถยนต์จากยุโรป ที่มียอดขายรวม 11 เดือนสูงสุด เป็นของ เมร์เซเดส-เบนซ์ อยู่ในอันดับเจ็ดยอดรวมทำได้ 4,072 คัน

มาถึงตลาดรถยนต์ที่เป็นตลาดที่มียอดขายสูงที่สุดในบรรดารถทุกประเภท คือ รถพิคอัพในส่วนของรถพิคอัพ 1 ตันขับเคลื่อนสองล้อ มียอดขายรวม 352,478 คัน ตลาดนี้ไม่มีใครเหนือกว่าอีซูซุ ไปได้ และมาเป็นอันดับหนึ่ง ด้วยยอดรวม 137,601 คัน ได้ส่วนแบ่งตลาดไป 39.0 % ส่วนอันดับสอง เป็นคู่แข่งตลอดกาล โตโยตา ทำยอดขายรวมได้ 105,927 คัน ส่วนแบ่งตลาด 30.1 % อันดับสาม เป็นของ มิตซูบิชิ 29,435 คัน ในส่วนของรถพิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อนสี่ล้อ รถที่ขายดีตกเป็นของ โตโยตา ทำยอดขาย 11 เดือนรวมกัน 25,308 คัน อันดับสองเป็น อีซูซุ 5,930 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 16.3 % และอันดับสามเป็นของ มิตซูบิชิ ทำยอดขาย 3,325 คัน ส่วนแบ่งตลาด 9.1 %

รถขับเคลื่อนสี่ล้อ อเนกประสงค์ เป็นอีกตลาดหนึ่งที่ โตโยตา เป็นเจ้าตลาด จากยอดขายรวมที่ 40,523 คัน โตโยตา มียอดขายสูงถึง 28,913 คัน รับส่วนแบ่งการตลาดไปถึง 71.3 % และเป็นเพียงยี่ห้อเดียวที่มียอดขายรวมตั้งแต่ต้นปีมาทะลุหลักหมื่นไปแล้ว และคงจะถึง 3 หมื่นอย่างแนอน ส่วนอันดับสองเป็นของ อีซูซุ ยอดขาย 5,155 คัน และ ฟอร์ด มาเป็นอันดับสาม 2,543 คัน

ตลาดรถ เอมพีวี เป็นอีกตลาดหนึ่ง ที่เมื่อเทียบกับเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว มีการเติบโตที่ลดลงโดย 11 เดือนของปีนี้แตกต่างจากปีที่แล้วถึง -34.5 % ถึงแม้ว่าจะมียอดขายรวมกันทุกแบรนด์ ทุกยี่ห้อถึง 14,350 คัน โดยมี โตโยตา เป็นแชมพ์กลุ่มอย่างแน่นอน เพราะทำยอดขายถึง 10,087 คันทิ้งห่างอันดับสองอย่าง มิตซูบิชิ ชนิดไม่เห็นฝุ่น มิตซูบิชิ มียอดขายอยู่แค่ 2,340 คัน ส่วนอันดับสามเป็น ซูซูกิ ทำยอดขายได้ 470 คัน

ถ้าว่ากันถึงยอดขายเฉพาะเดือนพฤศจิกายน เดือนเดียวมียอดขายรถรวมอยู่ที่ 63,422 คัน มี โตโยตา คว้าตำแหน่งแชมพ์ ด้วยยอดขาย 23,580 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 37.2 % อีซูซุ มาเป็นอันดับสอง ด้วยยอดขาย 16,628 คัน 26.2 % และก็มีเพียงสองแบรนด์นี้เท่านั้น ที่มียอดขายประจำเดือนผ่านพ้นหลักหมื่นขึ้นไป นอกนั้นก็อยู่ระดับหลักพันหลักร้อยลดหลั่นกันไป โดย ฮอนดา ทำยอดขายได้ในอันดับสาม 6,928 คัน

เฉพาะตลาดรถนั่งในเดือนพฤศจิกายน มีรถยนต์รุ่นใหม่ลงสู่ตลาดหลายรุ่น โดยเฉพาะรถสัญชาติญี่ปุ่นเดือนนี้ ฮอนดา ได้ฤกษ์ส่ง ซีวิค โฉมใหม่ ลงสนามอย่างเป็นทางการเช่นเดียวกับ ฟอร์ด ที่มี โฟคัสเป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน โดยหวังจะมัดใจแฟนๆ ที่นิยมรถยุโรป แต่ราคาพอฟัดพอเหวี่ยงกับรถญี่ปุ่นให้อยู่หมัด อีกทั้ง โฟคัส รุ่นนี้ ยังได้รับประกาศนียบัตรรับรองความยอดเยี่ยมกระเทียมดองยาวเหยียดเป็นเครื่องการันตีด้วย ก็ต้องดูกันต่อไปว่า จะสร้างความคึกคักให้กับ ฟอร์ด ได้มากน้อยเพียงไรเดือนพฤศจิกายนนี้ทุกแบรนด์ทุกยี่ห้อ ทำยอดขายรวมกันได้ 16,432 คัน โตโยตา ยังคงขายดีต่อเนื่องด้วยยอดขาย 7,178 คัน นอกจาก ซีวิค ใหม่ แล้ว แจซซ์ ก็ยังเป็นตัวทำยอดให้กับ ฮอนดา ได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ทำให้ ฮอนดา มาเป็นอันดับสอง ด้วยยอดขาย 5,918 คัน และก็เป็นสองยี่ห้อที่มียอดขายในหลักหลายๆ พัน ส่วนที่เหลือยังทำยอดขายได้ระดับหลักร้อยหลักสิบหลักหน่วยเท่านั้นอย่างอันดับสาม เชฟโรเลต์ ก็ยังทำยอดขายได้เพียง 849 คันเท่านั้น

รถพิคอัพ 1 ตันขับเคลื่อนสองล้อ จากยอดรวมของเดือนนี้ 35,787 คัน อีซูซุ จับ ดี-แมกซ์ มาเขียนคิ้วทาปากใหม่ ทำยอดขายได้สูงสุด 14,629 คันตามมาเป็นอันดับสอง ด้วย โตโยตา 10,407 คัน และ มิตซูบิชิ มาเป็นอันดับสาม 2,846 คัน ส่วนประเภทขับเคลื่อนสี่ล้อ โตโยตา ยังคงเป็นยอดรถพิคอัพ ขวัญใจมหาชนเหมือนเดิม ทำยอดขายไปได้ทั้งสิ้น 2,011 คัน ทิ้งห่างอันดับสอง อย่าง มิตซูบิชิ ไม่เห็นฝุ่น มิตซูบิชิ ทำได้ 870 คัน และอันดับสาม เป็นของ อีซูซุ 460 คัน ตลาดประเภทขับเคลื่อน 4 ล้อ มียอดขายรวมกันที่ 3,461 คัน

ในส่วนของรถ เอสยูวี เดือนนี้มีผลประกอบการรวมกันที่ 3,820 คันเหมือนๆ กับทุกตลาดยกเว้นตลาดพิคอัพ 1 ตัน ขับสองล้อที่เป็นของ อีซูซุ รถยอดนิยมเป็นของ โตโยตา เช่นเคยมีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดมีอยู่ 70.1 % จากยอดขาย 2,679 คัน ตามมาอย่างห่างด้วย อีซูซุ 676 คันและ ฟอร์ด 158 คัน

ตลาดรถ เอมพีวี เป็นอีกตลาดที่มีการเติบโตถอยหลังลงคลองเดือนนี้ต่างจากเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วถึง -57.3 % โดยที่มียอดขายอยู่ที่ 832 คัน โตโยตา ยืนอยู่แถวหน้าสุดมียอดขาย 536 คัน มิตซูบิชิ มาเป็นอันดับสอง 158 และ ซูซูกิ เข้ามาในลำดับที่สามจากยอดขาย 50 คันในเดือนนี้

และนับจากเดือนพฤศจิกายน ไปก็เหลือเวลาอีกเพียง 31 วัน สำหรับการไล่ล่าหายอดขายของค่ายรถยนต์ แต่ละค่ายซึ่งใครจะสมปรารถนากันบ้าง ฉบับต่อไปจะนำมาชี้แจ้งแถลงไข แบรนด์ไหนที่สมหวังเป็นไปตามเป้าที่คาดหวังเอาไว้ก็แสดงความยินดีด้วย ส่วนใครที่ผิดหวังพลาดเป้าไปบ้าง ก็ปีหน้าฟ้าใหม่ว่ากันใหม่นะครับ



------------------------------
เรื่องโดย : ขุนสัญจร
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2549
คอลัมน์ : วิถีตลาดรถยนต์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/iQZDy
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง