บทความ

เหยียบคันเร่งแทนคลัทช์


การเหยียบคลัทช์ เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเป็นอย่างยิ่ง คำพูดนี้มักได้ยินบ่อยๆ เมื่อต้องอยู่ในพื้นที่ทางชันทั้งนี้เพราะบางสถานการณ์ การเหยียบคลัทช์จะทำให้การส่งถ่ายกำลังในการขับเคลื่อนขาดตอนหรือสูญเสียกำลังไป นอกจากนี้ ในบางครั้งการเหยียบคลัทช์ ยังทำให้ยางเกิดการสูญเสียแรงยึดเกาะพื้นผิวทางอีก

แต่สำหรับเทคนิคที่เราจะแนะนำในบทนี้ การเหยียบคลัทช์ ในบางที่และบางเวลาในลักษณะของการเลี้ยงคลัทช์ การย้ำคลัทช์ หรือแม้แต่การกระแทกคลัทช์ จะเป็นการช่วยเพิ่มสมรรถนะในการวิ่งลุยทางวิบากให้สูงขึ้นได้ ถ้าได้เรียนรู้วิธีการควบคุมคลัทช์ เป็นเทคนิคที่ควรเรียนรู้และฝึกให้เกิดความชำนาญ

ขอให้จำไว้ว่า ขณะที่รถวิ่งอยู่นั้น ห้ามเหยียบคลัทช์ แต่ด้วยความตกใจไม่ว่าจะเป็นการขับบนทางที่มีมุมเอียงมากๆ หรือเมื่อพบว่าล้อลอยขึ้นจากพื้น หลายคนมักจะปล่อยคลัทช์ ด้วยความตกใจทันที

 

เลี้ยงคลัทช์ช่วย

การเลี้ยงคลัทช์ คือ ลักษณะของการไม่ถอนคลัทช์ออกโดยสิ้นเชิง ปล่อยให้แผ่นคลัทช์มีการลื่นไหลไปขณะที่มีการถ่ายเทแรงขับเคลื่อนของเครื่องยนต์ส่วนหนึ่งไปยังระบบถ่ายทอดกำลัง โดยมีข้อดีตรงที่สามารถให้รถเดินหน้าไปอย่างช้าๆ ไม่ทำให้เครื่องยนต์ดับ แต่ข้อเสียก็คือ มันเป็นการเพิ่มภาระให้กับแผ่นคลัทช์ แรงเสียดทานที่เกิดขึ้นทำให้แผ่นคลัทช์เกิดการสึกหรอเป็นอย่างมาก จำไว้ว่าเทคนิคนี้ใช้ในยามฉุกเฉินเท่านั้น

 

ใช้ตอนขึ้นเขา

เมื่อต้องขับขึ้นเขา หรือทางที่มีความชันมากๆ จำเป็นต้องหาที่สำหรับวิ่งตั้งหลักเพื่อดูว่าความเร็วของรถได้ที่แล้วหรือยัง สำหรับทางขึ้นเขาที่ไม่มีทางวิ่ง เราจะไม่สามารถเร่งความเร็วให้ได้ที่ก่อน ในสถานการณ์เช่นนี้ ต้องอาศัยเทคนิคการเลี้ยงคลัทช์ช่วย โดยเลือกใช้เกียร์ในจังหวะที่เหมาะสมก่อน ทั้งนี้ต้องเร่งความเร็วให้ได้ถึงรอบเครื่องที่มีแรงบิดสูงสุด หรือเพาเวอร์แบนด์ แล้วค่อยๆ ประคองรอบโดยอาศัยการเลี้ยงคลัทช์ช่วย

 

บนทางโขดหิน

การเลี้ยงคลัทช์ ใช้งานได้ดีบนเส้นทางที่เป็นโขดหินที่จำเป็นต้องวิ่งไปโดยมีการยึดเกาะพื้นผิวทางอย่างมั่นคง แต่การเลี้ยงคลัทช์อย่างต่อเนื่อง อาจทำให้แผ่นคลัทช์ไหม้ หรือสึกหรออย่างรวดเร็ว

 

เร่งรอบแล้วถอนคลัทช์อย่างเร็ว

ลักษณะคล้ายกับการออกเอี๊ยดของบรรดารถซิ่งทั้งหลาย ที่ต้องมีการเร่งรอบเครื่องยนต์ให้มีช่วงรอบที่สูงมากพอประมาณ แล้วเลือกใช้เกียร์ในจังหวะที่ต่ำสุด อาจเป็นเกียร์ 1 หรือ 2 เท่านั้น แล้วรีบปล่อยคลัทช์ อย่างรวดเร็ว แต่สำหรับเทคนิคนี้บนเส้นทางวิบาก จะเป็นการช่วยให้หน้ารถผงกขึ้นและท้ายรถถูกกดลงในจังหวะเดียวกัน การใช้เทคนิคนี้จะใช้ก็ต่อเมื่อ ต้องการปีนข้ามพื้นที่ต่างระดับที่มีความต่างระดับกัน ถ้ามองอีกแง่หนึ่งก็เหมือนกับการยกล้อหน้าของรถมอเตอร์ไซค์วิบากนั่นละ

 

คลัทช์แทพพิง

เป็นเทคนิคที่ใช้ได้ผลดีกับรถที่ไม่ค่อยมีกำลัง ในการไต่ขึ้นทางชันในระยะทางที่ยาวมากๆ ในช่วงที่ใกล้ถึงยอดของทางชัน ถ้าเข้าเกียร์ผิดจังหวะและเครื่องยนต์ทำท่าจะดับ ให้เหยียบคลัทช์ในลักษณะกระแทกลงไปอย่างแรง ในขณะที่ขาขวายังเหยียบคันเร่งค้างอยู่ เพื่อทำให้รอบของเครื่องยนต์ขาดช่วงส่งถ่ายกำลัง ในช่วงของการขาดช่วงนี้จะเป็นการไปกระตุ้นให้รอบเครื่องยนต์ที่หมดกำลังไปเฉยๆนั้น ถูกฉุดกลับขึ้นมาใหม่ แม้จะไม่มากสักเท่าไร แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้รถเดินหน้าต่อไปจนแตะยอดเนินเทคนิคคลัทช์แทพพิง (TAPPING) หรือที่ชาวบ้านอย่างเรารู้จักก็คือ การย้ำคลัทช์ การเลี้ยงคลัทช์ในขณะที่รถวิ่งอยู่นั้น นับว่ายากมาก เพราะหากปล่อยให้คลัทช์หลุดไป หรือตกอยู่ในภาวะแผ่นคลัทช์จากออกจากกันโดยสิ้นเชิง จะทำให้รถจอดนิ่งอยู่กับที่ทันที ในสถานการณ์เช่นนี้ การย้ำคลัทช์หรือคลัทช์แทพพิง จะได้ผลดีกว่า

 

ใช้ในยามจำเป็นเท่านั้น

ที่เราแนะนำมาข้างต้น เป็นเทคนิคที่สามารถนำมาใช้งานได้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือยามจำเป็นเท่านั้น เพราะไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงคลัทช์ หรือการย้ำคลัทช์ ล้วนแล้วแต่เป็นการสร้างภาระ และก่อให้เกิดการสึกหรอกับระบบคลัทช์ เป็นอย่างมาก หากมีการใช้งานอย่างพร่ำเพรื่อ เชื่อว่าไม่เกินหนึ่งวันระบบคลัทช์ จะเสียหาย จนบางครั้งอาจถึงกับทำให้รถไม่สามารถเคลื่อนที่ต่อไปได้

 

ตรวจอายุขัยคลัทช์

การตรวจสภาพการสึกหรอของคลัทช์ ไม่จำเป็นต้องตรวจกันทุกวันเหมือนกับการตรวจเชคห้องเครื่องยนต์ แต่อย่างน้อยควรตรวจเชคล่วงหน้าก่อนนำรถออกไปวิ่งครอสส์คันทรี ซึ่งวิธีการตรวจเชคนั้นง่ายมาก เพียงแต่จอดรถให้นิ่งบนทางราบ แล้วเข้าเกียร์ 2 ในขณะที่เท้าขวายังคงเหยียบแป้นเบรคอยู่แล้วค่อยๆ ผ่อนแป้นคลัทช์ขึ้นช้าๆ ถ้าเครื่องยนต์ดับ แสดงว่าคลัทช์ยังคงเป็นปกติอยู่ แต่ถ้าปล่อยแป้นคลัทช์จนเกือบจะจากหมดแล้ว เครื่องยนต์ยังไม่ดับ นั่นเป็นอาการที่บ่งบอกว่าคลัทช์ มีการสึกหรอไปมากแล้ว ควรเปลี่ยนใหม่โดยเร็วในช่วงที่มันยังไม่ถึงกับทำให้รถวิ่งต่อไปไม่ได้



------------------------------
เรื่องโดย : วิโชค ควรรักษ์เจริญ
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2548
คอลัมน์ : เทคนิคตีนโต
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/GxG6h
อัพเดทล่าสุด
23 Oct 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
489,000
2.
1,199,000
4.
2,490,000
5.
479,000
6.
939,000
7.
24,500,000
8.
34,000,000
9.
23,795,000
12.
18,900,000
13.
18,999,000
14.
3,199,000
15.
3,399,000
16.
2,549,000
17.
4,499,000
18.
2,299,000
19.
3,199,000
20.
3,299,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th