บทความ

WORLD RALLY CHAMPIONSHIP 2004 สนาม 12-13


การแข่งขันรถยนต์ทางฝุ่นรายการ เวิร์ลด์ แรลลี แชมเพียนชิพ ประจำปี 2004 สนามที่ 12 จัดขึ้นที่ประเทศอังกฤษ หนึ่งในสนามแข่งแรลลีที่เก่าแก่ที่สุด รองรับการแข่งขันแรลลีระดับโลกมาแล้วมากกว่า 60 ปี การแข่งขันครั้งนี้มีกำหนด 3 วัน แบ่งออกเป็น 19 สเตจ ระยะทางรวมเกือบ 400 กิโลเมตร

สองนักขับที่ถูกแฟนๆ จับตามองมากที่สุดคงหนีไม่พ้นคู่ของ เซบัสเตียง โลบ์ (SEBASTIEN LOEB) และเพทเทร์ โซลเบร์ก (PETTER SOLBERG) ที่ทำคะแนนคู่คี่สูสีกันมาตลอด แม้ว่า โลบ์ จะได้เปรียบเนื่องจากมีคะแนนนำอยู่ แต่ โซลเบร์ก ก็สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เก็บ 10 คะแนนรวดในช่วงครึ่งปีหลัง ทำแต้มไล่ตีตื้นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว การแข่งขันในอีก 4 สนามที่เหลือจะดุเดือดเพียงใดคงต้องติดตามกันต่อไป

สเตจแรกของการแข่งขัน ฟรองซัวส์ ดือวาล (FRANCOIS DUVAL) นักขับมือดีจากทีม ฟอร์ด ทำเวลาขึ้นนำ ก่อนที่ โลบ์ จะควบรถ ซีตรอง ทำเวลาแซงหน้าขึ้นมาเป็นผู้นำได้สำเร็จ ตั้งแต่สเตจที่สอง เรื่อยไปจนกระทั่งถึงสเตจที่ 17 เหลืออีกเพียงสองสเตจ โลบ์ ก็จะเข้าเส้นชัย พร้อมคว้า 1 แต้มไปครอง และนั่นก็เป็นแรงกดดันอย่างหนักกับ โซลเบร์ก ที่ตามหลังอยู่เพียง 3.5 วินาทีเท่านั้น และไม่มีอะไรจะเสีย กดคันเร่งแบบหนักหน่วง และก็ได้ผล เพราะเพียงสเตจที่ 18 โซลเบร์ก ก็สามารถทำเวลารวมขึ้นมาอยู่อันดับหนึ่งได้สำเร็จ โดยแซงหน้า โลบ์ ไปถึง 5.7 วินาที ขณะที่ โลบ์ เน้นการขับแบบแน่นอนมากกว่าประคองรถเข้าเส้นชัยเป็นอันดับสอง ก็เพียงพอที่จะยังรักษาอันดับผู้นำในคะแนนสะสมประเภทผู้ขับไว้ได้

ด้านทีมสิงห์ผยอง เปอโฌต์ ต้องพบกับความผิดหวังอีกครั้งเมื่อ มาร์คุส โกรนโฮล์ม (MARCUS GRONHOLM) นักขับดาวรุ่งของทีม เจ้าของแชมพ์โลกสองสมัยซ้อน ที่เจอแรงกดดันอย่างหนัก เข้าโค้งด้วยความเร็วสูงเกินไป จนรถลื่นไถลออกไปไกล และไม่สามารถกลับขึ้นมาได้ต้องออกจากการแข่งขันไปอย่างน่าเสียดาย

จบการแข่งขันในสเตจที่ 19 ท่ามกลางสายฝนและโคลนที่เฉอะแฉะ ด้วยชัยชนะของ โซลเบร์ก ที่โชว์ความร้อนแรงอย่างต่อเนื่องในช่วงท้ายฤดูกาล ด้วยการคว้าแชมพ์ที่สนามนี้เป็นสมัยที่สามติดต่อกัน และนับเป็นชัยชนะครั้งที่ 4 ของฤดูกาลนี้ ด้วยเวลารวมทั้งสิ้น 3 ชั่วโมง 42 นาที 39.5 วินาที อันดับสองเป็น โลบ์ ทำเวลาตามหลัง 6.3 วินาที ด้าน มาร์คโค มาร์ทิน (MARKKO MARTIN) จากทีม ฟอร์ด ได้ส้มหล่นจากทีมอื่นๆ ที่ออกจากการแข่งขันไปก่อนหน้า เข้ามารับตำแหน่งที่ 3 ไปอย่างสบายๆ

 

WORLD RALLY CHAMPIONSHIP 2004 สนาม 13

ศึกแรลลีชิงแชมพ์โลกเดินทางมาถึงสนามที่ 13 คราวนี้ไปแข่งกันที่ประเทศอิตาลี ใช้ชื่อรายการใหม่เอี่ยมที่เพิ่งจะเปลี่ยนจาก ซานเรโม แรลลี (SANREMO RALLY) เป็น ซาร์ดินีอา แรลลี (SARDINIA RALLY) พร้อมทั้งเปลี่ยนเส้นทางการแข่งขันใหม่ จากเดิมที่แข่งกันบนถนนราดยาง เป็นทางลูกรังที่ทั้งลื่น และเฉอะแฉะในหน้าฝน การแข่งขันมีกำหนด 3 วัน แบ่งออกเป็น 19 สเตจ ระยะทางรวม 348.23 กิโลเมตร

ในเลกแรกระยะทางกว่า 150 กิโลเมตร โซลเบร์ก ควบรถ ซูบารุ ขึ้นนำ ตั้งแต่ออกสตาร์ท ตามมาด้วยโกรนโฮล์ม จากทีม เปอโฌต์ ขณะที่ โลบ์ ใช้เวลาปรับตัวกับสนามใหม่ค่อนข้างนานจนร่วงลงไปอยู่อันดับ 4 จนกระทั่งในช่วงท้ายของสเตจจึงเริ่มคุ้นเคยกับสภาพสนามมากขึ้น ทำเวลาตีตื้นขึ้นมาอยู่อันดับสาม

เข้าสู่เลกที่สอง ในช่วงกลางของสเตจที่ 9 อันดับมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง เมื่อรถ เปอโฌต์ ของ โกรนโฮล์ม เกิดปัญหาเครื่องยนต์ขัดข้องขึ้นมาอย่างกะทันหัน ส่งผลให้ลงไปอยู่อันดับที่ 19 ทันที กลายเป็น โลบ์ ที่ได้รับส้มหล่นจากงานนี้มากที่สุด เพราะขยับขึ้นมาอยู่อันดับสองแทนทันที และทำเวลาดีขึ้นจนแทบจะหายใจรดต้นคอ โซลเบร์ก ผู้นำในขณะนี้ ส่วน การ์โลส เซนซ์ (CARLOS SAINZ) ทำเวลาขึ้นมาอยู่อันดับสามได้สำเร็จหลังจากขับเคี่ยวอย่างหนักกับ มาร์ทิน

ขณะที่รถอีกหลายคันต้องออกจากการแข่งขันในสเตจนี้ ไม่ว่าจะเป็น ฮาร์ริ โรวันเปรา (HARRI ROVANPERA) ที่รถมีปัญหากับระบบไฟฟ้า และ ดือวาล ที่ทำรถลื่นไถลออกนอกโค้ง จนกระแทกกับของแข็งอย่างจัง ต้องออกจากการแข่งขันไปในที่สุด

จากสเตจที่ 11 ไปจนถึงสเตจที่ 13 ซึ่งเป็นสเตจสุดท้ายของเลกที่ 2 อันดับที่ 1-3 ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง โซลเบร์กยังคงรั้งตำแหน่งผู้นำไว้ได้ต่อไป โดยมี โลบ์ ตามมากดดันอยู่ไม่ไกลนัก ทำเวลาตามหลังอยู่ 1 นาที 11.5 วินาที ขณะที่ เซนซ์ ตามมาเป็นอันดับสาม ทำเวลาตามหลังผู้นำ 2 นาที 22.6 วินาที

เลกที่สามซึ่งเป็นเลกสุดท้าย โซลเบร์ก ยังคงโชว์ลีลาการขับแบบไร้ที่ติ บนเส้นทางลูกรังซึ่งเป็นของถนัดของเขาอยู่แล้ว จบการแข่งขัน โซลเบร์ก ควบรถ อิมพเรซา เข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่ง คว้าแชมพ์ประจำรายการได้สำเร็จเป็นสนามที่ 3 ติดต่อกัน ด้วยเวลารวมทั้งสิ้น 4 ชั่วโมง 43 นาที 47.9 วินาที อันดับสองเป็นของ โลบ์ คว้าคะแนนสะสมเพิ่มไปอีก 8 แต้ม และ เซนซ์ ตามเข้ามาเป็นอันดับสาม

จากผลการแข่งขันในครั้งนี้ แม้ว่า โซลเบร์ก จะรับเพิ่มอีก 10 คะแนนเต็ม แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะเลื่อนอันดับของตัวเองได้เนื่องจากยังมีคะแนนตามหลังผู้นำคือ โลบ์ อยู่ถึง 26 คะแนน โดย โลบ์ ทำคะแนนสะสมจากการแข่งขัน 13 สนามไว้ทั้งสิ้น 100 คะแนนพอดี ส่วนอันดับ 3 เป็นของนักแข่งรุ่นเก๋าอย่าง เซนซ์ มี 61 คะแนน

ด้านคะแนนสะสมประเภททีมผู้ผลิต ซีตรอง ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำไว้ได้ตามคาด โดยมีคะแนนรวมทั้งสิ้น 164 คะแนน ทิ้งห่างอันดับสอง ทีม ฟอร์ด ที่มีเพียง 117 คะแนน ส่วนอันดับสามเป็นของทีม ซูบารุ ที่ค่อนข้างประสบความสำเร็จที่สนามนี้พอสมควร มีคะแนนรวมทั้งสิ้น 101 แต้ม

 

สรุปผลคะแนนการแข่งขันรวม 13 สนาม ประเภทผู้ขับ
อันดับ ผู้ขับ คะแนนรวม
ชนะเลิศ เซบัสเตียง โลบ์ 100
รองอันดับ 1 เพทเทร์ โซลเบร์ก 74
รองอันดับ 2 การ์โลส เซนซ์ 61
สรุปผลคะแนนการแข่งขันรวม 13 สนาม ประเภททีมผู้ผลิต
อันดับ ทีม คะแนนรวม
ชนะเลิศ ซีตรอง 164
รองอันดับ 1 ฟอร์ด 117
รองอันดับ 2 ซูบารุ 101


------------------------------
เรื่องโดย : สิทธิพงศ์ วิยาภรณ์
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน มกราคม ปี 2548
คอลัมน์ : เจาะสนามแข่งต่างประเทศ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/ekgVF

Follow autoinfo.co.th