บทความ

ไม่ยอมให้ถอนฟ้อง


ไม่พูดพล่ามทำเพลง บรรเลงเรื่องของคดีความตามที่นิตยสารนี้เขาถนัดกันเลย

เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ “ฟองสบู่แตก” เมื่อปี 2540 ซึ่งผ่านมาหลัดๆ เพื่อเป็นการเตือนสติคนบ้านเราที่กำลังดาวน์น้อยๆ ผ่อนรถนานๆ กันอย่างบ้าคลั่ง จึงหยิบเอาคดีที่เป็นผลพวงของฟองสบู่แตกมานำเสนอซะหน่อย

เรื่องของเรื่องเกิดขึ้นเมื่อขนมผสมน้ำยาหรือฝนตกขี้หมูไหล…กระทาชาย “นายมหาศาล” แกไม่ได้ร่ำรวยมหาศาลเหมือนเจ้าของกิจการอาโหลในเวลานี้ ซึ่งรวยกันทั้งก๊ก แบบกินร้อยชาติไม่หมด เมื่ออยากได้รถยนต์มาใช้จึงหนีไม่พ้นเป็นหนี้และผ่อนส่ง

การผ่อนส่งใช่ว่าจะราบรื่นทุกราย นายมหาศาล ซึ่งทำท่าจะจนลงอย่างมหาศาล จึงไปไม่รอด ขาดส่งงวดโดนทวงอุตลุด แต่ก็ยังไม่คืนรถให้เขาไป

ทางฝ่ายบริษัทไฟแนนศ์ ที่ให้ผ่อนส่งก็อีหรอบเดียวกัน หากินสู้เจ้าของกิจการมือถือไม่ได้ เจ๊งไม่มีหูรูดรัฐบาลบังคับให้เลิกกิจการแบบยกเล้า แต่ก่อนหน้านั้น “บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ไอทีแย่” ได้ยื่นฟ้องนายมหาศาลกับคนค้ำประกัน บังคับให้ชำระหนี้และคืนรถที่เช่าซื้อหรือชดใช้ราคาเป็นเงินโขอยู่

เมื่อโดนฟ้อง จำเลยทั้งสองกัดฟันจ้างทนายสู้คดี เพราะเห็นว่ามีทางชนะ ให้การว่าบริษัทเงินทุนต่างหากที่ผิดสัญญา เมื่อมีการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อแล้ว ต่างฝ่ายต้องกลับสู่ฐานะเดิม บริษัทจะเอารถคืนต้องจ่ายเงินที่รับไปแล้วพร้อมดอกเบี้ย

ฝ่ายโจทก์นำพยานหลักฐานเข้าสืบจนเสร็จ ต่อจากนั้นจำเลยก็นำพยานหลักฐานเข้าสืบบ้าง แต่ยังไม่ทันเสร็จ โจทก์คือบริษัทเงินทุนยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง อ้างว่า บริษัทมีปัญหาจึงขายสิทธิ์การเช่าซื้อให้แก่บริษัทของฝรั่งรายหนึ่ง (ซึ่งมากินหมูในเมืองไทยได้เงินไปหวานๆ นับหมื่นล้านบาท ตอนฟองสบู่แตก) โดยได้รับอนุญาตจากองค์การเพื่อปฏิรูประบบสถาบันการเงินหรือ ปรส. จึงหมดสิทธิ์ที่จะไล่ต้อนจำเลยในคดีนี้ ขอศาลได้โปรดอนุญาต

ศาลชั้นต้นแจ้งให้จำเลยทราบ จำเลยคัดค้านไว้เหมือนกัน แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้บริษัทเงินทุนถอนฟ้องตามที่ต้องการ

นายมหาศาลกับพวกที่โดนฟ้องไม่ชอบใจ ไม่อยากให้ถอนฟ้อง เพราะคิดว่าต่อสู้คดีไปก็จะชนะจึงยื่นอุทธรณ์ เพื่อให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งกลับลำ แต่ไม่เป็นผล

ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วพิพากษายืน

จำเลยคือ นายมหาศาลกับพวกเดินหน้าค้าความ ไม่ยอมให้โจทก์คือบริษัทเงินทุนใส่เกียร์ถอย เพราะเล็งว่าสู้คดีไปจะต้องชนะนั่นอย่างหนึ่ง ไม่อยากให้บริษัทของฝรั่งมาไล่บี้ในภายหลัง จึงยื่นฎีกาขึ้นไป

ศาลฎีกาเหล่ดูสำนวนคดีนี้จนหน้ามืดเล็กน้อย เพราะอายุเยอะแล้ว ต่อจากนั้นจึงชี้ขาดออกมาว่า

การขอถอนฟ้องของโจทก์หลังจากที่จำเลยยื่นคำให้การแล้ว ศาลจะอนุญาตหรือไม่อนุญาต หรืออนุญาตโดยมีเงื่อนไขก็ได้ แต่ห้ามอนุญาตโดยไม่ฟังจำเลยก่อน

คดีนี้โจทก์เขามีเหตุผล อ้างว่าโอนสัญญาเช่าซื้อให้บริษัทฝรั่งไปแล้ว โดยได้รับการอนุมัติจาก ปรส. เขาเข้าใจว่าหมดสิทธิ์ในสัญญาเช่าซื้อ ขณะที่จำเลยคัดค้านก็จริงแต่ไม่ได้แจงเหตุผลไว้เลยว่าค้านเพราะอะไร คือค้านแบบดุ่ยๆ เท่านั้น การที่ศาลล่างอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องถูกต้องแล้ว ไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบ

ข้อที่จำเลยอ้างในชั้นฎีกาว่าขัดรัฐธรรมนูญ บริษัทเงินทุนน่าจะเรียกบริษัทของฝรั่งมาเป็นโจทก์ร่วมเป็นประเด็นที่จำเลยไม่ได้หยิบยกขึ้นมาแต่แรก และไม่เป็นสาระ จึงไม่รับฟัง

ศาลฎีกาพิพากษายืน

แน่นอนเหลือเกินว่า ถ้านายมหาศาลไม่เคลียร์หนี้การเช่าซื้อรถที่มีอยู่ บริษัทฝรั่งที่รับโอนสิทธิ์การเช่าซื้อมาเป็นหมื่นๆ รายในระหว่างฟองสบู่แตก ส่งพนักงานที่เป็นคนไทยตาดำๆ ไล่บี้จนอยู่หมัด คิดทั้งต้นทั้งดอกไม่ให้ตกหล่น หรือไม่ก็ยึดรถคืนไปขายได้เงินบานเบิก

โดยบริษัทฝรั่งสบายเหงือก เพราะรับเซ้งสัญญาเช่าซื้อมาจากไฟแนนศ์ ที่โดนรัฐบาลในตอนนั้นซัดบ้องหูจนล้มคว่ำระเนระนาดในราคาถูกเหมือนได้เปล่า

เป็นบทเรียนที่คนไทยสุดชอกช้ำ แต่พวกเราไม่เข็ดไม่จำหรอกโยมเอ๋ย

จากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5124/2545

คดีรถ ตีพิมพ์ใน 4wheels ส่งไป 25 กย. 47



------------------------------
เรื่องโดย : ณรงค์ นิติจันทร์
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน ธันวาคม ปี 2547
คอลัมน์ : รู้ไว้ใช่ว่า
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/ZAgLj
อัพเดทล่าสุด
10 Sep 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,090,000
2.
2,229,000
3.
779,000
4.
3,590,000
6.
1,316,000
7.
1,749,000
8.
1,699,000
10.
3,299,000
11.
5,399,000
12.
6,799,000
13.
3,249,000
14.
4,980,000
15.
53,500,000
17.
3,600,000
18.
13,339,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th