บทความ

รักษ์และเรียนรู้ธรรมชาติ


อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย และเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศด้วยเหตุผลหลายประการ อาทิ ไม่ไกลจากกรุงเทพ ฯ เดินทางสะดวก ค่าใช้จ่ายไม่แพง สถานที่ท่องเที่ยวสวยงาม พบเห็นสัตว์ป่าได้ง่ายที่สำคัญทุกตารางนิ้วของป่าเขาใหญ่ยังแฝงไว้ด้วยบทเรียนทางธรรมชาติวิทยา ที่ทุกคนสามารถแสวงหาความรู้ได้อย่างไม่สิ้นสุด

ผมเงยหน้ามองต้นไม้ใหญ่ที่สูงจนคอตั้งบ่าต้นนั้น หูยังคงฟังเสียงอธิบายจาก เจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่พาคณะนักเดินทางผู้หลงใหลในธรรมชาติ เริ่มต้นเดินมาจากที่ทำการอุทยาน ฯ ความหวาดกลัวทาก ซึ่งจู่โจมพวกเราตั้งแต่เริ่มเข้าดงดูเหมือนจะลดลงไปมาก เมื่อความสนใจไปจับจ้องอยู่ที่ความอัศจรรย์เบื้องหน้า เจ้าหน้าที่ป่าไม้บอกว่าภาพที่เห็นนั้นไม่ใช่เพียงแค่ต้นไม้ใหญ่อย่างเดียว

ต้นไม้ใหญ่แทงยอดสูงขึ้นไปไม่ต่ำกว่า 30 เมตร ใต้ร่มเงาคือกอหวายมากมาย ตามเปลือกไม้แลเห็นมอสจับเป็นพืด บนคาคบก็เป็นที่เกาะของกล้วยไม้และเฟิร์นหลากชนิด ผมเพิ่งเข้าใจว่า ต้นไม้เพียงหนึ่งต้นอาจอธิบายถึงสังคมพืชในป่าใหญ่ได้ครอบคลุมทีเดียว

เขาใหญ่จึงไม่เพียงเป็นป่าใหญ่ใกล้เมืองเท่านั้น หากยังเป็นเสมือนห้องเรียนขนาดใหญ่ ซึ่งสอนมนุษย์ให้มีความรู้ความเข้าใจในธรรมชาติ และนั่นก็เป็นหน้าที่สำคัญอย่างหนึ่งของพื้นที่ซึ่งเรียกว่าอุทยานแห่งชาติ แม้กระนั้น คนมากมายที่มาเที่ยวป่าก็อาจไม่เห็นป่า เห็นเพียงต้นไม้มากมายขึ้นรกไร้ระเบียบ แต่หากลองหยุดมองต้นไม้แม้เพียงสักต้น มองอย่างลึกซึ้งและใคร่ครวญแล้ว ไม่เพียงจะได้เห็นสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเท่านั้น แต่มันอาจเป็นประตูนำเราล่วงลึกเข้าสู่ป่าใหญ่ซึ่งอยู่เบื้องหลังได้

เราเดินมาถึงอ่างเก็บน้ำมอสิงโต มองไปทางตะวันออกเห็นภูเขาที่อยู่ข้างหน้าคือ เขาร่มกับเขาเขียวซึ่งมีต้นไม้ใหญ่แน่นทึบไปหมด ลัดเลาะมาตามพุ่มเอนอ้า หรืออ้าหลวง เป็นไม้เบิกนำชนิดหนึ่งที่ช่วยให้ธรรมชาติสร้างป่าทดแทนขึ้นมา

เราเดินต่อไปไม่นานก็พบว่า ต้นไม้เริ่มสูงและมีร่มเงามากขึ้น แม้ว่าโปร่งพอที่แดดจะส่องลงมาได้ก็ตาม บริเวณนี้เป็นดงติ้วป่า กว่าจะเป็นป่าใหญ่อย่างที่เห็นในปัจจุบัน ต้องผ่านการทำงานของพืชแต่ละชั้นเป็นขั้นเป็นตอน จากป่าหญ้าคามาเป็นดงสาบเสือ กลายเป็นไม้พุ่มอย่างเอนอ้า จนมาถึงไม้ต้นอย่างติ้วป่าและไม้ตระกูลปอ จึงจะกลายเป็นป่าดงดิบได้ และจากแนวถนนมาจนถึงที่นี่ ผมได้เห็นสังคมพืชหลายประเภท เริ่มจากไม่ซับซ้อนมากนัก ค่อยๆ เพิ่มความความหลากหลายของพืชพรรณมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเข้าใกล้ดงใหญ่ที่แท้จริง

เราเข้าสู่ดงไม้ที่มืดครึ้ม ผิดกับช่วงที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง ทากเป็นอุปสรรคไม่น้อยสำหรับการเดินป่าในครั้งนี้ แม้จะเป็นเรื่องธรรมดาในป่าที่ชุกชุมด้วยสัตว์ป่าอย่างเขาใหญ่ แต่ความกลัวทากก็ทำให้บางคนไม่มีสมาธิที่จะดูสิ่งอื่น

จากจุดแรกที่เราหยุดก่อนจะเข้าดง เรามองเห็นป่าดิบจากระยะไกล คราวนี้เราเข้าใกล้จนชิดใต้ต้นยางที่สูงใหญ่เห็นไม้พื้นล่างของป่าดิบมีพันธุ์ไม้จำพวกหวายและข่าป่าขึ้นอยู่มากมาย ซึ่งพันธุ์ไม้เหล่านี้ใช้เป็นเครื่องสังเกตสำหรับป่าดิบชื้นได้ รวมไปถึงต้นปอหูช้าง ที่มีใบใหญ่เท่ากะละมัง เมื่อเงยหน้ามองขึ้นไปบนคบไม้ มีเฟิร์นชนิดหนึ่งเกาะอยู่ เรียกกันว่ากระแตไต่ไม้ เป็นพืชอิงอาศัยต้นไม้ต้นไม้สูงเพื่อให้โดนแสงแดดและได้ลมช่วยพาสปอร์ของมันไปตกต้นอื่นๆ ระหว่างทางที่เราเดินในป่าทึบนั้นมีร่องรอยสัตว์ป่าหลายชนิดให้พบเห็นอยู่บ้าง มีทั้งรอยกวางลงกินลูกกระบกที่ตกเกลื่อนอยู่โคนต้น หรือรอยหมูป่าที่พลิกดินขึ้นมาเพื่อหาตัวแมลงและหัวพืชเป็นอาหาร กระทั่งรอยหมีที่ปีนขึ้นไปฉีกเปลือกไม้เพื่อหาน้ำผึ้งในโพรงไม้

ตลอดเส้นทางที่เราเดินศึกษาธรรมชาติในป่าเขาใหญ่ ทำให้เราได้รับรู้เรื่องราวต่างๆ มากมาย และทำให้เห็นถึงเหตุและปัจจัยที่ส่งผลให้ธรรมชาติเป็นอย่างที่เราเห็นอยู่ตรงหน้าว่า ธรรมชาติมีเหตุผลเสมอ ไม่มีชีวิตใดที่เกิดอย่างไร้เหตุผล ปราศจากหน้าที่ ไม่มีอะไรอยู่อย่างโดดเดี่ยว การสัมผัสสิ่งหนึ่งย่อมกระทบถึงอีกสิ่งหนึ่งอย่างเลี่ยงไม่ได้ เหมือนกับประโยคที่ว่า “เด็ดดอกไม้ สะเทือนถึงดวงดาว”

 

ข้อควรปฏิบัติในการเดินป่าศึกษาธรรมชาติ

– การเดินป่าต้องฝึกสายตาให้คุ้นเคยกับสภาพป่า ไม่ส่งเสียงดัง เดินตามเส้นทางที่ทางอุทยาน ฯ กำหนด แต่งกายให้รัดกุมมิดชิด เดินแถวเรียงเดี่ยวทิ้งระยะห่างพอควร แต่ต้องอยู่ในสายตา เดินด้วยความเร็วสม่ำเสมอ พักทุกชั่วโมงๆ ละ 5-10 นาที ไม่ควรแยกเดินคนเดียวต้องมีเพื่อนทุกครั้งไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มีเส้นทางเดินป่าหลายเส้นทาง แต่มีบางเส้นทางเท่านั้นที่เหมาะกับนักท่องเที่ยว บางเส้นทางมีทางแยกสับสน ไม่เหมาะสำหรับผู้เดินป่าใหม่ๆ จึงควรติดต่อเจ้าหน้าที่ให้ช่วยนำทางไป ขอแผนที่เส้นทางเดินป่าและคำแนะนำ ได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของอุทยาน ฯ



------------------------------
เรื่องโดย : ถาวร พรมพิทักษ์
ภาพโดย : ธีรวิทย์ โตจันทร์
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน ธันวาคม ปี 2547
คอลัมน์ : ชีวิตอิสระ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/X0ddy
อัพเดทล่าสุด
10 Sep 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,090,000
2.
2,229,000
3.
779,000
4.
3,590,000
6.
1,316,000
7.
1,749,000
8.
1,699,000
10.
3,299,000
11.
5,399,000
12.
6,799,000
13.
3,249,000
14.
4,980,000
15.
53,500,000
17.
3,600,000
18.
13,339,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง

พิชิตดอยพุ่ยโค โก้
พิชิตดอยพุ่ยโค โก้
บ้านห้วยห้อม สัมผัสความสุข บนความพอเพียง
บ้านห้วยห้อม สัมผัสความสุข บนความพอเพียง