บทความ

WORLD RALLY CHAMPIONSHIP 2004 สนาม 9


การแข่งขันรถยนต์ทางฝุ่นรายการ เวิร์ลด์ แรลลี แชมเพียนชิพ ประจำปี 2004 สนามที่ 9 ซึ่งเป็นครั้งที่ 54 จัดขึ้นที่ประเทศฟินแลนด์ การแข่งขันมีกำหนด 3 วัน แบ่งออกเป็น 22 สเตจ ระยะทางรวมทั้งสิ้น 357.30 กิโลเมตร มีรถแข่งลงทะเบียนออกสตาร์ททั้งสิ้น 68 คัน ทุกคันต้องเผชิญกับอากาศที่ร้อนและแห้ง เส้นทางส่วนใหญ่จะเป็นทางตรงยาว และเต็มไปด้วยฝุ่นลื่น เสี่ยงต่อการลื่นไถล และหลุดโค้งได้ง่ายเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม การแข่งที่นี่ครั้งที่ผ่านๆ มานักแข่งเจ้าถิ่นมักจะคว้าชัยได้เสมอ ต้องมาดูกันว่า ครั้งนี้ทีมต่างถิ่นจะสามารถล้างอาถรรพ์ได้สำเร็จหรือไม่

สเตจแรก เปอโฌต์ โชว์ความร้อนแรงตั้งแต่ออกสตาร์ทด้วยการขึ้นนำใน 3 อันดับแรก โดยมี ฮาร์ริ โรวันเปรา (HARRI ROVANPERA) ขึ้นนำหัวแถว ส่วน เซบัสเตียง ลินด์โฮล์ม (SEBASTIAN LINDHOLM) และ มาร์คุส โกรนโฮล์ม (MARCUS GRONHOLM) ตามมาเป็นอันดับ 2 และ 3 ในสเตจที่ 2 โกรนโฮล์ม ทำให้ทีมงาน เปอโฌต์ ต้องใจหายในคว่ำ เมื่อทำรถหลุดโค้งในช่วงทางแยกโชคยังดีที่สามารถบังคับรถกลับขึ้นมาได้ แต่ก็ต้องเสียเวลาไป 8 วินาทีกว่า

แน่นอนว่าเมื่อทีม เปอโฌต์ โชว์ฟอร์มร้อนแรงข่มคู่ต่อสู้ขนาดนี้ ความกดดันจึงตกไปอยู่กับ เพทเทร์ โซลเบร์ก (PETTER SOLBERG) นักแข่งทีม ซูบารุ อดีตแชมพ์โลกคนล่าสุด ที่พยายามอย่างหนักเพื่อจะรักษาแชมพ์ในปีนี้ไว้ให้ได้ แต่แล้วเขาก็ต้องพบกับความผิดหวัง เมื่อเร่งความเร็วรถ อิมพเรซา มากเกินไป ทำให้รถลื่นไถลออกนอกโค้ง ไปกระแทกกับก้อนหินข้างทางอย่างแรง ทำให้ชิ้นส่วนด้านหน้าพังยับเยิน หมดสิทธิ์ลุ้นแชมพ์อย่างแน่นอน

สเตจที่ 5 โรวันเปรา ผู้นำกลุ่มในตอนนี้ ก็ขับผิดพลาด ทำรถคว่ำไปหลายตลบ จนต้องออกจากการแข่งขันไปอีกราย อุบัติเหตุครั้งนี้ ส่งผลให้อันดับผู้นำถูกเปลี่ยนมือเป็นของ โกรนโฮล์ม ที่ทำเวลาดีที่สุดมากถึง 4 สเตจด้วยกัน

จบการแข่งขันวันแรก โกรนโฮล์น ขึ้นมาเป็นผู้นำกลุ่มด้วยเวลา 59 นาที 8.6 วินาที ตามด้วยเพื่อนร่วมทีม ลินด์โฮล์ม ทำเวลาตามหลัง 18.3 วินาที ส่วน มาร์คโค มาร์ทิน (MARKKO MARTIN) จากทีม ฟอร์ด ทำเวลาดีที่สุดได้ในสเตจที่ 10 ทำให้เวลารวมตีตื้นขึ้นมาอยู่อันดับ 3 ได้สำเร็จ

เลกที่ 2 เริ่มต้นด้วยการแข่งขันในสเตจที่ 11 ทีม เปอโฌต์ ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำในอันดับ 1 และ 2 เอาไว้ได้ ด้าน โซลเบร์ก หลังจากที่ประสบอุบัติเหตุในช่วงต้นของเลกแรก กลับมาลงสนามอีกครั้งตามกฎใหม่ของคณะกรรมการจัดการแข่งขัน ที่อนุญาตให้รถที่ออกจากการแข่งขันไปแล้ว
สามารถกลับมาลงสนามใหม่เพื่อลองฝีมือ และหาประสบการณ์ได้ในวันถัดไป โดยไม่มีคะแนนสะสมและไม่มีสิทธิ์ชนะ

ในตอนจบของสเตจที่ 14 ทีมเซอร์วิศของ เปอโฌต์ ต้องทำงานหนักอีกครั้ง เมื่อรถของ โกรนโฮล์ม มีปัญหากับระบบเกียร์ ทำให้เข้าเกียร์สี่ไม่ได้ แต่ก็แก้ไขได้ทันเวลาและสามารถกลับไปแข่งต่อได้ กลายเป็นทีม ฟอร์ด ที่คำนวณเวลาพลาดเข้าจุดเซอร์วิศช้ากว่ากำหนด ทำให้ถูกลงโทษปรับเวลา 50 วินาที

แม้ในช่วงท้ายของเลกที่ 2 โกรนโฮล์ม จะทำเวลาได้ไม่ดี ปล่อยให้ โซลเบร์ก และมาร์ทินทำเวลาดีที่สุดใน 2 สเตจท้าย แต่เขาก็ยังคงรักษาอันดับผู้นำกลุ่มไว้ได้ ด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 21 นาที 37.3 วินาที ด้าน มาร์ทิน และการ์โลส เซนซ์ (CARLOS SAINZ) ทำเวลามาเป็นอันดับที่ 2 และ 3 ตามลำดับ

เลกสุดท้ายเริ่มต้นในสเตจที่ 19 แม้รถทั้ง 2 คัน ของทีม ซูบารุ จะทำเวลาดีที่สุด แต่ก็ยังไม่สามารถทำเวลาตีตื้นขึ้นมาได้ จบการแข่งขัน โกรนโฮล์ม คว้าชัยชนะในบ้านเกิดของตัวเองได้สำเร็จเป็นสมัยที่ 4 ด้วยเวลารวมทั้งสิ้น 3 ชั่วโมง 7 นาที 16.1 วินาที ด้าน มาร์ทิน นักขับจากทีม ฟอร์ด ที่เน้นการขับแบบประคองตัวมากกว่า ทำเวลาเข้ามาเป็นอันดับ 2 ตามหลังผู้นำ 34.7 วินาที ส่วนที่ 3 เป็นของ เซนซ์ จากทีม ซีตรอง ที่ทำเวลารวมได้ 3 ชั่วโมง 9 นาที 0.6 วินาที ขึ้นโพเดียมได้สำเร็จ

แม้ว่า เซบัสเตียง โลบ์ (SEBASTIEN LOEB) นักขับสัญชาติฝรั่งเศส จะจบการแข่งขันเพียงแค่อันดับ 4 แต่จากการที่คู่ปรับอย่าง โซลเบร์ก จบการแข่งขันแบบไม่มีคะแนนติดมือ ส่งผลให้คะแนนสะสมประเภทนักขับของเขายังคงรั้งอันดับหนึ่งเอาไว้ได้ โอกาสที่จะคว้าแชมพ์ประจำปีนี้เป็นไปได้สูงขึ้น เนื่องจากยังทิ้งห่างอันดับ 2 โซลเบร์ก อยู่ถึง 22 แต้ม ส่วนอันดับ 3 เป็นของ มาร์ทิน มีทั้งสิ้น 42 แต้ม

ส่วนคะแนนสะสมประเภททีมผู้ผลิต ซีตรอง ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำไว้ได้ตามคาดโดยมีคะแนนรวมทั้งสิ้น 109 คะแนน ทิ้งห่างอันดับ 2 ทีม ฟอร์ด ที่มีเพียง 83 คะแนน ส่วนอันดับ 3 เป็นของทีม ซูบารุ ที่ในสนามนี้ไม่สามารถเก็บแต้มได้เลย มีเพียง 64 แต้มเท่านั้น

 

สรุปผลคะแนนการแข่งขันรวม 9 สนาม ประเภทผู้ขับ
อันดับ ผู้ขับ คะแนนรวม
ชนะเลิศ เซบัสเตียง โลบ์ 66
รองอันดับ 1 เพทเทร์ โซลเบร์ก 44
รองอันดับ 2 มาร์คโค มาร์ทิน 42
สรุปผลคะแนนการแข่งขันรวม 9 สนาม ประเภททีมผู้ผลิต
อันดับ ทีม คะแนนรวม
ชนะเลิศ ซีตรอง 109
รองอันดับ 1 ฟอร์ด 83
รองอันดับ 2 ซูบารุ 64


------------------------------
เรื่องโดย : สิทธิพงศ์ วิยาภรณ์
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2547
คอลัมน์ : เจาะสนามแข่งต่างประเทศ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/bjG1d
อัพเดทล่าสุด
13 Aug 2019

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th