บทความ

WORLD RALLY CHAMPIONSHIP 2004 สนาม 1


การแข่งขันแรลลีชิงแชมพ์โลก หรือ WRC เป็นกีฬาที่มีผู้ชมเกือบ 5 พันล้านคนทั่วโลกติดตามการแข่งขันอย่างใจจดใจจ่อ ซึ่งสนามเปิดฤดูกาลในปี 2547 นี้จัดขึ้นที่ มนเต การ์โล หนึ่งในเมืองที่มีทิวทัศน์ที่สวยงามที่สุดผู้ร่วมแข่งขันจะต้องทะยานไปท่ามกลางต้นปาล์มและถนนแคบ ขณะเดียวกันต้องใช้ทักษะควบคุมรถให้วิ่ง
ไปบนถนนที่มีแต่หิมะ และหินแข็ง นั่นหมายความว่าการตัดสินใจพลาดเพียงครั้งเดียวอาจทำให้ต้องออกจากการแข่งขันไปทันที

สำหรับไฮไลท์ในสนามนี้ คือการเผยโฉมครั้งแรกของรถ มิตซูบิชิ แลนเซอร์ เอโวลูชัน ดับเบิลยูอาร์ซีรุ่นใหม่ล่าสุด ที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีระบบส่งกำลังล่าสุด จะลงมาทวงแชมพ์คืนหลังจากห่างหายไปนานถึง1 ปีเต็ม ส่วนทีม เปอโฌต์ ส่งรุ่น 307 ดับเบิลยูอาร์ซี ใหม่ล่าสุด เพิ่มความคงทน ปราดเปรียวและลดแรงเสียดทานได้มากขึ้น ลงทำการแข่งขันแทนรถคันเดิม 206 ดับเบิลยูอาร์ซี ที่เคยเข้าเส้นชัยคว้าแชมพ์ 3
ปีซ้อนมาแล้ว

การแข่งขันจริงเริ่มต้นขึ้นในสเตจที่ 2 หลังจากที่ สเตจแรก ช่วงจาก เซลอนเนท (SELONNET) ถึงบเรเซียร์ส (BREZIERS) ระยะทาง 26.64 กิโลเมตร ถูกยกเลิกโดยกรรมการจัดการแข่งขันเนื่องจากมีผู้ชมและรถจอดข้างทางมากเกินไป อาจจะเป็นอันตรายหากการแข่งขันยังดำเนินต่อไป ในสเตจที่ 2 จบลงด้วยการที่มาร์คุส โกรนโฮล์ม (MARCUS GRONHOLM) ควบรถ 307 ดับเบิลยูอาร์ซี เข้าเส้นชัยทำเวลาขึ้นนำคู่ปรับเก่าอย่างมาร์คโค มาร์ทิน (MARKKO MARTIN) ในรถ ฟอร์ด โฟคัส เกือบ 10 วินาที โดยมี เซบัสเตียง โลบ์(SEBASTIEN LOEB) ตามเข้ามาเป็นที่ 3 ด้วยเวลาตามหลัง มาร์คโค เพียง 2 วินาที ขณะที่ เพทเทร์โซลเบร์ก (PETTER SOLBERG) แชมพ์สมัยที่แล้ว ประเดิมสนามแรกได้ไม่ดีเท่าที่ควรหลังจากที่รถของเขาไปเสียหลักลื่นไถลในช่วงกลางของการแข่งขัน ทำให้เสียเวลาไป 36 วินาที

การแข่งขันดำเนินต่อไปจนถึงสเตจที่ 6 ซึ่งเป็นสเตจสุดท้ายและเป็นสเตจที่ยาวที่สุดของการแข่งขันในวันแรกโดยมีความยาว 31.8 กิโลเมตร ผลปรากฏว่า โลบ์ ทำเวลาเร็วที่สุด ส่งผลให้เวลารวมกลับขึ้นมาแซงหน้าโกร์นโฮล์ม ถึง 28.7 วินาที ซึ่ง โกรนโฮล์ม โทษผลงานครั้งนี้ว่าเกิดจากการเลือกใช้ยางผิดสำหรับสเตจนี้(แต่จากฐานข้อมูลของผู้จัดงานระบุว่า โกรนโฮล์ม ใช้ยางขนาดและชนิดเดียวกันกับ โลบ์)

ในสเตจ 7 ซึ่งเป็นสเตจแรกของวันที่ 2 โกรนโฮล์ม แก้ตัวด้วยการเข้าเส้นชัยด้วยเวลาเร็วที่สุด แต่ดูเหมือนว่าเขาต้องโชคร้ายซ้ำสอง เมื่อรถคันที่ออกตัวคันหลังๆ ถูกขวางถนนเนื่องจากอุบัติเหตุ ทำให้กรรมการตัดสินใจที่จะใช้เวลาของ แอนโทนี วอร์มโบลด์ (ANTONY WARMBOLD) นักขับคนสุดท้ายที่สามารถแข่งจบสเตจได้ก่อนถนนจะถูกปิด ส่งผลให้อันดับโอเวอร์ออลล์ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด

สเตจ 9 การ์โลส เซนซ์ (CARLOS SAINZ) นักขับฝีมือดีทีม ซีตรอง โชคร้ายเมื่อรถของเขาเหยียบก้อนน้ำแข็งลื่นไถลไปชนกับราวกั้นข้างทาง ต้องออกจากการแข่งขันทันที “รถผมลื่นเพราะไปเหยียบกับหิมะสกปรกกองหนึ่ง และผมคิดว่าหิมะกองนี้มาจากรอยเท้าของผู้ที่เข้ามาชมการแข่งขันครั้งนี้” เซนซ์ กล่าว ขณะที่โลบ์ เพื่อนร่วมทีมและผู้นำในขณะนี้ก็ร่วมแสดงความเห็นด้วยว่า “ผมเชื่อจริงๆว่าหิมะกองนั้นเกิดจากรอยเท้าของผู้ชม น่าจะมีการระมัดระวังมากกว่านี้” ทั้งนี้ถัดมาสเตจที่ 10 ระยะทาง 24.79 กิโลเมตรถูกยกเลิกอย่างกะทันหันอีกครั้งเป็นสเตจที่ 2 เนื่องจากปัญหาผู้ชมล้นสนามอีกเช่นเคย

สเตจ 11 โลบ์ ยังคงสร้างความประทับใจให้กับทีมงานและผู้ชม ด้วยลีลาการขับที่ยอดเยี่ยม ทำเวลาดีที่สุดทุกสเตจในวันที่ 2 ของการแข่งขัน ทำให้นักขับดาวรุ่งทำเวลานำห่าง ฟรองซัวส์ ดือวาล (FRANCOIS DUVAL)เพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 1 นาทีครึ่ง ขณะที่ มาร์ทิน จบวันที่สองด้วยการร่วงลงไปอยู่อันดับ 3ทำเวลาตามหลังผู้นำอยู่ 1 นาที 41.7 วินาที ด้วยระยะห่างแค่นี้ถือว่า มาร์ทิน ยังมีโอกาสที่จะทำเวลาตีคืนได้ในวันรุ่งขึ้นเพราะยังเหลือระยะทางอีกถึง 104.2 กิโลเมตร ให้ลุ้นกันต่อ

จบการแข่งขัน โลบ์ สร้างความตื่นเต้นสุดขีดให้กับทีมงานด้วยการคว้าแชมพ์แรกในรายการนี้ได้สำเร็จและเป็นการคว้าแชมพ์ในมนเต การ์โล เป็นครั้งที่ 2 ของตัวเขาเอง ด้วยเวลารวมทั้งหมด 4 ชั่วโมง 12นาที 3 วินาที ทิ้งห่าง มาร์ทิน น้องใหม่ฟอร์มร้อนแรงสังกัดทีม ฟอร์ด ถึง 1 นาที 12.6 วินาทีขณะที่อันดับสามตกเป็นของ ดือวาล เพื่อนร่วมทีมที่ถูก มาร์ทิน เบียดแซงหน้าขึ้นไป 7 วินาที

การที่ โลบ์ สามารถคว้าแชมพ์ในสนามนี้ได้สำเร็จ ส่งผลให้อันดับคะแนนสะสมประเภทผู้ขับของเขาขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ทันที โดยสามารถเก็บได้ 10 คะแนนเต็ม ขณะที่ มาร์ทิน และดือวาล รับไป 8 และ 6แต้ม ตามลำดับ สำหรับคะแนนประเภททีมผู้ผลิต ฟอร์ด เปิดฤดูกาลได้อย่างสวยงาม เมื่อรถ ฟอร์ด โฟคัสทั้งสองคัน สามารถครองอันดับ 2 และ 3 ได้สำเร็จ ทำให้มีคะแนนรวม 14 แต้ม ขณะที่ ซีตรอง รับ 10
คะแนนเต็มไปเพียงคันเดียว จึงทำให้อันดับหล่นลงมาอยู่ที่สอง โดยมี เปอโฌต์ ตามมาเป็นอันดับสาม สามารถเก็บได้ 9 แต้ม

สรุปผลการแข่งขันสนามที่ 1 ประเภทผู้ขับ
อันดับ ผู้ขับ คะแนนรวม
ชนะเลิศ เซบัสเตียง โลบ์ 10
รองอันดับ 1 มาร์โค มาร์ทิน 8
รองอันดับ 2 ฟรองซัวส์ ดือวาล 6
สรุปผลการแข่งขันสนามที่ 1 ประเภททีมผู้ผลิต
อันดับ ทีม คะแนนรวม
ชนะเลิศ ฟอร์ด 14
รองอันดับ 1 ซีตรอง 10
รองอันดับ 2 เปอโฌต์ 9


------------------------------
เรื่องโดย : สิทธิพงศ์ วิยาภรณ์
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2547
คอลัมน์ : เจาะสนามแข่งต่างประเทศ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Qy0qs
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th