บทความ

โชติกา วรรณภักดิ์ และ เดชาธร สิงห์น้อย


โชติกา วรรณภักดิ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด และ เดชาธร สิงห์น้อย ฝ่ายเทคนิค บริษัท โรยัลกรีนไดมอนด์ จำกัด ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับข้อมูลและจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ฟีล์มกรองแสง MR. JET COOLในรายการ โลกรถยนต์ ช่วง “ฟอร์มูลา ฟอรัม” ทางเนชันแชนแนล โดยมี สายยศ สุวรรณหงษ์ และ สาธิตศิลารักษ์ เป็นผู้ดำเนินรายการ

สายยศ : ความเป็นมาของ บริษัท โรยัลกรีน ไดมอนด์ จำกัด ?

โชติกา : บริษัท โรยัลกรีน ไดมอนด์ จำกัด ได้เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2539เป็นผู้จำหน่าย ฟีล์มกรองแสง MR. JET COOL ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา
และเป็นตัวแทนจำหน่ายภูมิภาคอาเซียน

สายยศ : ตอนนี้ฟีล์มกรองแสง MR. JET COOL มีกี่รุ่น ?

โชติกา : ประเภทของฟีล์มกรองแสงแบ่งโดยวิธีการผลิตวิธีแรกคือ แบบเคลือบละอองโลหะซึ่งเป็นวิธีดั้งเดิมใช้มาประมาณ 30-40 ปี ส่วนเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในการผลิตฟีล์ม คือ ระบบ CCT (CERAMICCOATING TECHNOLOGY) คือนำเซรามิคมาเคลือบที่แผ่นฟีล์มจนได้ความหนาความใสในอัตราส่วนที่พอดี ข้อดีของ
CCT คือ อัตราการสะท้อนจะต่ำกว่ากระจก ซึ่งกระจกมีอัตราการสะท้อน 8 % ส่วน CCTนั้นมีอัตราการสะท้อนแค่ 6 % มีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าฟีล์มกรองแสงทั่วไป และไม่เป็นสนิม สำหรับ MR.JET COOL มีทั้งหมด 3 รุ่น คือ รุ่นซีเอ ที่ใช้วิธีการผลิตแบบ CCT สำหรับกลุ่มผู้ที่ใช้รถระดับหรู รุ่นไทพ์ เอ 50รุ่นนิรภัย ใช้สำหรับรถขับเคลื่อนสี่ล้อ รถอเนกประสงค์ และรุ่นเอม ซีรีส์เน้นข้างในดูใสแต่ข้างนอกจะมองเห็นรางๆ และมีสีตามโทนรถให้เลือก

สาธิต : คุณภาพและอายุการใช้งานเป็นอย่างไร ?

เดชาธร : ฟีล์มกรองแสงทุกรุ่นทุกยี่ห้อมีอายุการใช้งาน ซึ่งขึ้นอยู่กับรูปแบบการผลิต
ถ้าเป็นฟีล์มกรองแสงแบบเคลือบละอองโลหะ อายุการใช้งานประมาณ 3-5 ปี ก็เริ่มเสื่อมสภาพเป็นสีน้ำตาลขึ้นตามขอบหรือที่เรียกว่า เป็นสนิม ส่วนฟีล์มกรองแสงแบบ CCT นั้น อย่างที่กล่าวไปแล้วคือ ไม่เป็นสนิมดังนั้นอายุการใช้งานจะนานถึง 7-10 ปี คุณภาพในการกรองแสงสูงและรถยนต์แต่ละคันมีความแตกต่างกันในการติด
ฟีล์ม มีความเข้มของฟีล์มต่างกัน แต่ต้องการวิสัยทัศน์ในการมองที่ดีเหมือนกัน ดังนั้น MR. JET COOL สามารถทำให้คุณมองได้ดีเหมือนเดิมแต่ป้องกันความร้อนเข้าได้ถึง 60-85 %และสามารถป้องกันรังสียูวี ได้ถึง 94-99 % และจุดเด่นของเราสามารถกันความร้อนได้ดีอีกด้วย

สายยศ : คุณสมบัติของฟีล์มกรองแสง MR. JET COOL ที่ใช้กับรถขับเคลื่อนสี่ล้อ ?

เดชาธร : เป็นฟีล์มรุ่นนิรภัยที่เราจับกลุ่มตลาดรถ 4×4 ก็เพราะผู้ใช้รถประเภทนี้เป็นกลุ่มที่ใช้รถอย่างสมบุกสมบัน ดังนั้นมันก็ต้องมีการกระแทก ขูดขีด หรืออาจพลิกคว่ำ ทำให้กระจกแตกเราจึงนำผลิตภัณฑ์ตัวนี้มาเพื่อป้องกันไม่ให้กระจกแตกเป็นเม็ดละเอียด และกระเด็นมาทำอันตรายผู้ขับขี่ด้วยความหนากว่าฟีล์มทั่วไป ช่วยให้ยึดเกาะแผ่นกระจกได้เป็นอย่างดีนอกจากนี้ยังสามารถป้องกันความร้อนให้กับผู้ขับขี่อีกด้วย

สายยศ : การแข่งขันในตลาดฟีล์มกรองแสงเป็นอย่างไรบ้าง ?

โชติกา : ตลาดในตอนนี้มีการแข่งขันกันสูงและมีมากมายหลากหลายยี่ห้อดังนั้นเราจึงทำผลิตภัณฑ์ของเราในแต่ละประเภทให้มีความโดดเด่น และตรงตามความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุดในงาน MOTOR EXPO 2003 ที่ผ่านมา เราก็ได้แนะนำผลิตภัณฑ์ รุ่น CCTซึ่งได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเป็นจำนวนมากเกินเป้าที่ได้ตั้งไว้

สาธิต : การติดตั้งและการดูแลรักษาฟีล์มมีความแตกต่างจากยี่ห้ออื่นหรือไม่ ?

เดชาธร : เราติดตั้งแบบเปียกโดยช่างเทคนิคที่มีประสบการณ์และชำนาญงานเฉพาะด้านโดยตรงมาติดตั้งให้ลูกค้า ส่วนการดูแลรักษาฟีล์มกรองแสงนั้นก็ไม่ยุ่งยาก แค่ใช้แชมพูอ่อนผสมน้ำเช็ดทำความสะอาดก็พอ



------------------------------
เรื่องโดย : ถาวร พรมพิทักษ์
ภาพโดย : -
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2547
คอลัมน์ : โลกรถยนต์สนทนา
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/2M6qi
อัพเดทล่าสุด
25 Jul 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
1,749,000
2.
1,699,000
4.
3,299,000
5.
5,399,000
6.
6,799,000
7.
3,249,000
9.
53,500,000
11.
3,600,000
12.
4,539,000
13.
13,339,000
14.
2,999,000
15.
1,749,000
16.
1,800,000
18.
499,000
19.
979,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง

บริษัท พีพี ซุปเปอร์วีลส์ กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ผลิตล้อแมกคุณภาพระดับโลก
PP SUPERWHEELS
PP SUPERWHEELS ล้อแมกบแรนด์ไทย ที่ได้รับความไว้วางใจจาก 40 ประเทศทั่วโลก