บทความ

คาดูแลค ป้องกันสนิมจากภายใน


ปัจจุบันธุรกิจเกี่ยวข้องกับการบำรุงรักษารถยนต์มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องสาเหตุหนึ่งเป็นเพราะผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการบำรุงรักษารถยนต์มากขึ้นอยากให้รถของตนเองคงความสวยงามและมีอายุการใช้งานยาวนาน และปัญหาที่มักจะพบเป็นอันดับต้นๆ อยู่เสมอเมื่อรถยนต์เริ่มมีอายุมากขึ้นคือเรื่องของสนิมที่บั่นทอนอายุการใช้งานรถยนต์อย่างรวดเร็ว ทำให้ธุรกิจพ่นกันสนิมรถยนต์เป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจโดยปัจจุบันธุรกิจนี้มีมูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท ทีมงาน 4WHEELSจึงเสนอมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับธุรกิจนี้จาก เกียรติชัยธีรวรชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาดูแลค (ประเทศไทย) จำกัดในฐานะผู้ที่คร่ำหวอดและมีความชำนาญในวงการธุรกิจพ่นกันสนิมรถยนต์ เพราะเปิดทำการมาตั้งแต่ปี 2521 ถึงขณะนี้เป็นเวลากว่า 25 ปีแล้ว

ขั้นตอนและวิธีป้องกันการเกิดสนิมในรถยนต์เป็นหัวข้อหลักที่เราสนทนากัน เกียรติชัย กล่าวว่า”ลำดับแรกต้องยอมรับก่อนว่าอะไรก็ตามที่ทำมาจากเหล็กต้องเกิดสนิมขึ้นอย่างแน่นอนเพียงแต่จะช้าหรือเร็วเท่านั้น อย่างรถยนต์ที่ส่วนประกอบหลักทำมาจากเหล็ก
ถ้าเราป้องกันสนิมได้นานเท่าไหร่ก็เท่ากับว่าเรายืดอายุการใช้งานของรถยนต์คันนั้นออกไป ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดเงินเจ้าของรถในการตัดผุเท่านั้นยังเป็นการช่วยเศรษฐกิจของประเทศชาติรวมทั้งทรัพยากรธรรมชาติของโลกใบนี้ทางอ้อมอีกด้วย”

“สำหรับที่หลายคนมีความคิดว่าการพ่นกันสนิมไม่จำเป็นเนื่องจากรถทุกคันจะมีกรรมวิธีในการป้องกันสนิมที่ทันสมัยหลายขั้นตอนมาแล้วจากโรงงาน คงต้องทำความเข้าใจกันใหม่เพราะเหล็กที่นำมาใช้ทำรถยนต์นั้น มีความทนทานต่อการเกิดสนิมมากน้อยไม่เท่ากัน เช่นรถยุโรปกับญี่ปุ่น คุณภาพเหล็กก็แตกต่างกันแล้วนอกจากนี้ยังมีลักษณะการใช้งาน และพื้นที่การใช้งานของเจ้าของรถเข้ามาเกี่ยวข้องอีกด้วยเช่นผู้ที่ใช้รถยนต์ในพื้นที่ใกล้ทะเล ถูกไอเค็มจากน้ำทะเล และความชื้น ยิ่งทำให้เกิดสนิมได้ง่ายขึ้นมีโลหะที่ไหนย่อมมีสนิมหรือขี้เกลือเกิดขึ้นเสมอเพราะโลหะมักจะเกิดการออกซิเดชันได้ตลอดเวลา ถ้าไม่รู้จักป้องกัน โดยเฉพาะโลหะที่อยู่ใกล้ๆกับไอเค็ม ยิ่งต้องป้องกันสนิมให้มากกว่ารถทั่วๆ ไป”

ต่อเรื่องที่ว่าน้ำยาป้องกันสนิมของคาดูแลคสามารถป้องกันสนิมได้มากน้อยแค่ไหนและจะเข้าไปขัดขวางการทำงานของชิ้นส่วนภายในรถยนต์หรือไม่ เกียรติชัย ได้ให้ข้อมูลต่อว่า

“น้ำยาพ่นกันสนิมทุกตัวของคาดูแลคได้รับการทดสอบมาแล้วจากประเทศอังกฤษ จึงสั่งให้คนไทยได้ใช้ซึ่งส่วนประกอบหลักคือน้ำมันชนิดพิเศษ ที่มีความคงทนต่อสารเคมีและแรงบิดตัวสูงรวมทั้งส่วนประกอบของสารเคมีพิเศษที่มีคุณสมบัติในการเกาะผิวโลหะได้ดี ทั้งนี้น้ำยาป้องกันสนิมของเรามีมากถึง 3 ชนิดเพื่อให้สามารถใช้ครอบคลุมในพื้นที่ทั่วทุกซอกมุมของตัวรถประกอบด้วย

1. ซิลเวอร์ อินเทอร์นอล (SILVER INTERNAL) เป็นน้ำยาใสผสมเนื้อโลหะผงแม่เหล็กใช้สำหรับพ่นภายในประตูและตามตัวถังรอบคัน ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษ ไม่แห้งแข็งตัวนอกจากจะป้องกันน้ำ และความชื้นแล้วยังสามารถหยุดการเกิดสนิมได้ดี โดยเฉพาะรถมือสอง

2. บราวน์ อินเทอร์นอล (BROWN INTERNAL) เป็นน้ำยาสีน้ำตาล มีคุณสมบัติแห้งเร็ว ทนการชะล้างใช้พ่นโครงฝากระโปรง และตามตะเข็บต่างๆ

3. อันเดอร์ บอดีซีล (UNDER BODY SEAL) น้ำยาเหนียว แห้งเร็ว ยืดหยุ่นได้ ทนต่อการชะล้างใช้พ่นใต้ท้อง บังโคลน และที่เก็บยางอะไหล่

เมื่อใช้น้ำยาทั้ง 3 ชนิดนี้ร่วมกัน สามารถป้องกันการเกิดสนิมได้อย่างเด็ดขาดและไม่ก่อให้เกิดปัญหาติดขัดเวลาเปิด/ปิดกระจกหน้าต่างรถยนต์ เพราะเป็นน้ำยาชนิดอ่อนคาดูแลคได้เลือกสรรน้ำยาแต่ละชนิดให้เหมาะสมกับตำแหน่งต่างๆ ของรถยนต์อยู่แล้ว

“เรื่องสนิมที่เกิดขึ้นนี้ นักวิทยาศาสตร์และนักเคมีรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริงสนิมสามารถเกิดขึ้นได้ตลอด ตราบใดที่มีเหล็กและอากาศมาทำปฏิกิริยาออกซิไดซ์ก็จะเกิดสนิมขึ้นแต่ผู้ใช้รถสามารถป้องกันการเกิดสนิมได้ก่อน ด้วยการพ่นกันสนิมอย่างถูกวิธี ซึ่งจุดนี้นอกจากช่วยให้ตัวเองประหยัดแล้ว ยังช่วยชาติช่วยโลกในทางอ้อมอีกด้วย เพราะเหล็กและสีเรายังต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ ประเทศไทยมีรถยนต์ประมาณ 7 ล้านคันเมื่อคำนวณค่าตัดผุ-ทำสีคันละประมาณ 50,000 บาท ที่ประเทศไทยต้องเสียไปในอนาคตเป็นเงิน 350,000 ล้านบาท ทั้งๆ ที่สามารถประหยัดและป้องกันได้ ก็เท่ากับทุกๆ ท่านมีส่วนร่วมในการช่วยชาติประหยัด” เกียรติชัย กล่าวทิ้งท้าย



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการ
ภาพโดย : โรงงาน
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2546
คอลัมน์ : แวดวงรถยนต์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/XXLHo

Follow autoinfo.co.th