บทความ

WORLD RALLY CHAMPIONSHIP 2003 สนาม 8


การแข่งขันรถยนต์แรลลีชิงแชมพ์โลกเดินทางมาถึงสนามที่ 8 คราวนี้ยกพลไปแข่งกันที่ ดอยท์ชลันด์(DEUTSCHLAND) ประเทศเยอรมนี ท่ามกลางแฟนๆ ที่แห่เข้าไปชมกันแน่นขนัดถึง 250,000 คนซึ่งสร้างความหนักใจให้กับผู้จัดไม่น้อยในการจัดระเบียบผู้ชมทั้งหมดให้ชมเฉพาะในจุดที่กำหนดเพราะไม่อย่างนั้นอาจจะส่งผลกระทบต่อการแข่งขัน รวมถึงความปลอดภัยของผู้ชมเอง

ระยะทางแข่งขันรวมทั้งสิ้น 388.23 กิโลเมตร แบ่งออกเป็น 22 สเตจสภาพถนนส่วนใหญ่ในสนามนี้ค่อนข้างเรียบ มีราดยางเป็นบางช่วง ทำให้รถแข่งแต่ละคันใช้ความเร็วได้สูง ดังนั้นสมรรถนะของรถและทักษะของนักแข่งในการควบคุมรถจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากถ้าคิดจะคว้า 10 คะแนนเต็มกลับไป

ริชาร์ด เบิร์นส (RICHARD BURNS) ทีม เปอโฌต์ผู้ซึ่งมีคะแนนสะสมประเภทผู้ขับขี่รวมเป็นผู้นำอยู่ในขณะนี้ออกสตาร์ทขึ้นนำตั้งแต่สเตจแรก ก่อนจะถูก มาร์คโค มาร์ทิน (MARKKO MARTIN)นักแข่งฝีมือดีจากทีม ฟอร์ดทำเวลาเบียดขึ้นมานำในสเตจที่ 4 “เรามีปัญหากับยางรถตั้งแต่ช่วงต้นของสเตจทำให้เสียเวลาไป 14 วินาที”เบิร์นส กล่าวหลังจากที่เพิ่งเสียอันดับผู้นำไปหมาดๆขณะที่ มาร์คุส โกรนโฮล์ม (MARCUS GRONHOLM)เพื่อนร่วมทีมรั้งอยู่ที่อันดับสามตามหลังเบิร์นสอยู่ 9.6 วินาทีโดยมี เซบัสเตียง โลบ์ (SEBASTIEN LOEB)ทีม ซีตรอง แชมพ์เก่าสนามนี้เมื่อปีที่แล้วตามมาติดๆ ในอันดับที่ 4ทำเวลาตามหลังผู้นำอยู่ 22.7 วินาที

หลังจากแก้ไขปัญหายางได้สำเร็จ แถมยังได้โชคช่วยเนื่องจากรถ ฟอร์ด โฟคัส ของ มาร์ทินระบบเกียร์มีปัญหารถวิ่งได้ช้าลง ส่งผลให้ เบิร์นส กลับมาขึ้นนำอีกครั้งในช่วงสเตจ 5 ก่อนที่ โกรนโฮล์มเพื่อนร่วมทีมฟอร์มเริ่มเข้าที่ทำเวลาตีตื้นขึ้นมาจนสามารถขึ้นมานำได้ตั้งแต่สเตจที่ 9 ถึง 12 ขณะเดียวกัน ทอมมี มาคิเนน(TOMMI MAKINEN) อดีตแชมพ์โลก 4 สมัยซ้อน สัญชาติฟินแลนด์ ทีม ซูบารุต้องผิดหวังอีกครั้งเมื่อรถ อิมพเรซา ของเขามีปัญหากับระบบไฟฟ้าทำให้ต้องออกจากการแข่งขันไปในช่วงสเตจที่ 6

สเตจ 10 อันดับมีการเปลี่ยนอีกครั้งเมื่อผู้นำทางของ เบิร์นส บอกทางผิดทำให้ต้องเสียอันดับ 2 ให้กับโลบ์ ทีมซีตรองไปอย่างน่าเสียดาย “ผมขับเลยไปแยกหนึ่งกว่าจะรู้ตัว ทำให้ต้องเลี้ยวกลับมาแต่มันก็สายไปเสียแล้ว ผมอยากขับเส้นทางเดียวกับเมื่อวานจะไดแน่ใจว่าจะไม่หลงอีก”เขากล่าวขณะที่ตกลงมาอยู่อันดับที่ 3 ตามหลังผู้นำอยู่ 28.2 วินาที ส่วน โลบ์ ไล่จี้ผู้นำ โกรนโฮล์มใกล้เข้าไปทุกขณะโดยตามหลังอยู่เพียง 9.7 วินาทีเท่านั้น

และแล้วความพยายามของ โลบ์ ก็สำเร็จเมื่อการแข่งขันในสเตจ 13 จบลง โลบ์ นำรถ ซีตรอง ซาราทำเวลารวมขึ้นมาเป็นผู้นำด้วยเวลาฉิวเฉียดแซงหน้า โกรนโฮล์ม ขึ้นมาเพียง 1.6 วินาทีเท่านั้น

ขณะที่อันดับที่หนึ่งถึงสามกำลังไล่เบียดกันอย่างลุ้นระทึก ทีมน้องใหม่อย่าง สโกดาที่หวังมาเก็บคะแนนในสนามนี้ด้วยรถรุ่นใหม่ก็ต้องผิดหวังอีกครั้ง เมื่อรถที่ขับโดย โทนีช่วงล่างมีปัญหาอย่างหนักจนต้องออกจากการแข่งขันไปเช่นเดียวกับรถอีกคันของทีมที่เครื่องยนต์พังไปก่อนหน้านี้แล้ว สนามนี้ทีม สโกดาไม่สามารถเก็บแต้มได้เลย

เลกที่สามเริ่มต้นด้วยการนำทิ้งห่างคู่แข่งไปเรื่อยๆ ของ โลบ์ ด้วยลีลาการขับแบบยอดเยี่ยมไร้ที่ติทำให้ตอนนี้ดูราวกับว่านักขับคนอื่นๆ กำลังแข่งขันเพื่อแย่งชิงอันดับสองกันเท่านั้น

ช่วงสองสเตจแรกของเลกที่สาม คอลิน แมคเร (COLIN McRAE) ควบรถ ซีตรองทำเวลาได้ดีที่สุดจนเวลารวมตีตื้นขึ้นมาแซง โกรนโฮล์ม ขึ้นมาอยู่อันดับสองได้สำเร็จแต่ดีใจได้ไม่นานเพราะเพียงแค่เริ่มต้นสเตจที่ 19 รถของเขาเสียหลักหมุนคว้าง ทำให้ตกลงไปอยู่อันดับสี่เหมือนเดิม

ในสเตจสุดท้าย โลบ์ ออกตัวด้วยเวลารวมนำ โกรนโฮล์ม อยู่ถึง 13 วินาทีทำให้เริ่มขับแบบระมัดระวังและประคองตัวมากขึ้น ขณะที่ โกรนโฮล์มพยายามใช้เทคนิคและประสบการณ์ที่เหนือกว่าไล่บี้ขึ้นมาจนเกือบทัน โดยไล่ตีตื้นขึ้นมาได้ถึง 10 วินาที แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะแซง โลบ์ ขึ้นมาเป็นผู้นำได้

จบการแข่งขัน โลบ์ สามารถขึ้นนำแบบม้วนเดียวจบได้ตั้งแต่สเตจที่13 ถึง 22 ด้วยเวลารวมทั้งสิ้น 3ชั่วโมง 46 นาที 50.4 วินาที โดยทำเวลาได้ดีที่สุดในสเตจที่ 2 และ 6 ทิ้งอันดับสอง โกรนโฮล์มแชมพ์โลกคนล่าสุด 3.6 วินาที ส่วนเพื่อนร่วมทีม เบิร์นส ตามมาติดๆ เป็นที่สาม ตามหลัง19.7 วินาทีอันดับสี่เป็นของ แมคเร ทีม ซีตรอง ทำเวลาตามหลัง 31.4 วินาที ขณะที่ มาร์ทิน ตกไปอยู่อันดับห้า เนื่องจากระบบกระจายแรงขับเคลื่อนมีปัญหาอย่างไรก็ตาม มาร์ทิน สามารถทำเวลาดีที่สุดได้มากที่สุดถึง 10 สเตจ จากทั้งหมด 22 สเตจแต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะคว้าอันดับต้นๆ ไปครองได้

แม้จะเป็นการแข่งขันที่ตื่นเต้น แต่การที่ ซีตรอง ขึ้นนำตั้งแต่ช่วงสเตจที่ 13 จนจบการแข่งขันถือเป็นบทเรียนที่ดีสำหรับ เปอโฌต์ คราวหน้าคงต้องทำการบ้านมามากกว่านี้ แต่อย่างน้อย 2 นักขับของทีมทั้งโกรนโฮล์ม และเบิร์นส ก็ยังสามารถแข่งขันจนจบโดยได้ขึ้นโพเดียมทั้งสองคนที่สำคัญการที่ เบิร์นส เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 3ทำให้เขารับคะแนนเพิ่มอีก 6 แต้ม รวมเป็น 43 แต้ม ช่วยให้ทิ้งห่าง การ์โลส เซนซ์ (CARLOS SAINZ)เพิ่มกว่าเดิมจาก 1 แต้ม มาเป็น 4 แต้ม รักษาอันดับผู้นำเอาไว้ได้ ส่วนที่ 3 ยังคงเป็นของ โกรนโฮล์มจะเห็นได้ว่าคะแนนสะสมรวมยังห่างกันไม่มาก ผลแพ้ชนะและคะแนนทุกแต้มในอีก 4สนามที่เหลือเป็นตัวแปรสำคัญ ที่แต่ละทีมยังต้องสู้กันต่อไปจนถึงสนามสุดท้าย จึงจะสรุปได้ว่าใครคือแชมพ์ตัวจริงของฤดูกาลนี้

ส่วนคะแนนสะสมประเภททีม เปอโฌต์ ยังคงรักษาอันดับที่ 1 ไว้ได้ด้วยคะแนนรวม 95 แต้ม ที่ 2เป็นของทีม ซีตรองมี 88 แต้ม ตามมาด้วยทีม ฟอร์ด มี 50 แต้ม ส่วน ซูบารุ และสโกดา อยู่อันดับที่ 4และ 5 โดยมี 49 และ 20 แต้ม ตามลำดับ

 

ผลการแข่งขัน WORLD RALLY CHAMPIONSHIP 2003 สนาม 8

อันดับ ผู้ขับ คะแนนสะสม (สนาม 1-7) คะแนน (สนาม 8) คะแนนรวม
ชนะเลิศ ริชาร์ด เบิร์นส 37 6 43
รองอันดับ1 การ์โลส เซนซ์ 36 3 39
รองอันดับ2 มาร์คุส โกรนโฮล์ม 30 8 38
รองอันดับ3 เพทเทร์ โซลเบร์ก 29 1 30
รองอันดับ4 เซบัสเตียง โลบ์ 23 10 33
ประเภททีม
อันดับ ทีม คะแนนรวม
ชนะเลิศ เปอโฌต์ 95
รองอันดับ 1 ซีตรอง 88
รองอันดับ 2 ฟอร์ด 50


------------------------------
เรื่องโดย : สิทธิพงศ์ วิยาภรณ์
ภาพโดย : โรงงาน
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2546
คอลัมน์ : เจาะสนามแข่งต่างประเทศ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/PHJ5v

Follow autoinfo.co.th