บทความ

สโกดา ฟาบีอา อาร์เอส


นี่คือรถที่แฟน สโกดา รอคอยมานาน…วันนี้รถแข่งคันใหม่ของทีมเสร็จสมบูรณ์ และพร้อมที่จะร่วมศึกเวิร์ลด์แรลลี โดยใช้พื้นฐานจาก “ฟาบีอา อาร์เอส” (FABIA RS)
ที่เพิ่งเปิดตัวไปในงานมหกรรมยานยนต์เจนีวามาปรับแต่งให้เป็นไปตามกติกาที่ เอฟไอเอ กำหนด

สโกดา ใช้ประสบการณ์ที่ได้รับจากสนามแข่งตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เพื่อพัฒนาให้รถแข่งคันใหม่นี้วิ่งได้ดีขึ้นจนไร้ที่ติ เริ่มจากความกว้างฐานล้อที่ขยายให้มากที่สุดเท่าที่กติกาอนุญาตจนต้องใช้โอเวอร์เฟนเดอร์ขนาดใหญ่ เพื่อคลุมล้อให้มิด นอกจากนั้น
ก็เป็นรายการลดน้ำหนักชิ้นส่วนต่างๆ พร้อมด้วยการเปลี่ยนกันชนหน้า/หลัง รวมทั้ง ปีกหลังให้เป็นไปตามหลักอากาศพลศาสตร์ และเหมาะสมกับรูปแบบการแข่งขัน

ห้องโดยสารยังคงใช้โครงแดชบอร์ดเดิม แต่เอาอุปกรณ์ติดรถออกหมด แล้วนำมาตรวัดอันใหม่ใส่เข้าไปซึ่งมาตรวัดนี้ จะคอยแสดงผลของระบบต่างๆ ต่อเมื่อระบบนั้นๆ
ทำงานจนถึงหรือเกินขีดจำกัดที่กำหนดไว้ เบาะนั่งเป็นแบบบักเกทซีทเต็มรูปแบบ
สร้างขึ้นมาจากเคฟลาร์ พร้อมเข็มขัดนิรภัยยึด 5 จุด แถบคาด 3 นิ้ว และที่ขาดไม่ได้ก็คือ โรลล์บาร์ซึ่งนอกจากจะเพิ่มความปลอดภัยแล้ว ยังมีส่วนช่วยให้โครงสร้างตัวถังบิดตัวน้อยลงระบบรองรับจึงทำงานได้อย่างเฉียบคมมากขึ้น และผู้ขับก็สามารถควบคุมรถได้ง่ายดายขึ้นอีกด้วย

เครื่องยนต์เป็นรุ่นที่เคยใช้อยู่ใน อกตาวีอา (OCTAVIA) ซึ่งเป็นไปตามกติกาอีกเช่นกัน คือ เบนซิน 4สูบเรียง พร้อมเทอร์โบชาร์เจอร์ ให้กำลังสูงสุด 300 แรงม้า
สามารถพาตัวรถลัดเลาะตามแทรคได้โดยไม่มีอาการรอรอบ ด้วยระบบ เอแอลเอส (ALS: ANTI LAG SYSTEM) ซึ่งสั่งงานจากกล่องควบคุม เพื่อให้เกิดการจุดระเบิดผิดจังหวะ ในขณะที่ถอนคันเร่งส่งผลให้มีไอเสียไหลออกมาเป่ากังหันเทอร์โบตลอดเวลา รอบการหมุนของเทอร์โบจึงตกลงไม่มากนักเมื่อเหยียบคันเร่งอีกครั้ง เทอร์โบก็จะกลับมาหมุนด้วยรอบสูงได้อย่างรวดเร็วอย่างที่เราเห็นว่ามีไฟไหลออกมาจากปลายท่อไอเสีย ซึ่งก็คือผลที่เกิดจากระบบ เอแอลเอสทำงานนั่นเอง หลังจากการพัฒนาเครื่องยนต์เสร็จสิ้น ทาง สโกดาก็ออกมาป่าวประกาศอย่างภาคภูมิใจว่า ฟาบีอา สามารถทำความเร็วได้มากกว่า อกตาวีอา คันเดิมถึง 2 วินาที/กม. ทีเดียว

ระบบถ่ายทอดกำลังแบบกึ่งอัตโนมัติ 6 จังหวะสามารถเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ได้จากปุ่มกดบนพวงมาลัย ส่วนระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเป็น ฟูลล์ไทม์ เฟืองท้ายทั้ง หน้า กลาง และหลัง จะควบคุมการแปรผันอัตราส่งกำลังด้วยอีเลคทรอนิค โดยประมวลผลจากตัวแปรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น องศาหักเลี้ยวของพวงมาลัย ความเร็วรถรอบการหมุนของแต่ละล้อ แรงเบรค และตำแหน่งของลิ้นเร่ง แล้วสื่อสารผ่าน CAN-BUS ไปสู่ อีซียู
(ECU: ENGINE CONTROL UNIT) เพื่อควบคุมกำลังของระบบขับเคลื่อนให้สมดุลที่สุด

นอกจากที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ยังมีรายละเอียดอื่นๆ อีกมาก จนไม่สามารถนำมาเล่าสู่กันฟังได้หมดเพราะรถที่สร้างขึ้นมาเพื่อแข่งขันนั้น มีเพียงรูปร่างตัวถังและแดชบอร์ดเท่านั้นที่พอจะมีเค้าโครงเหมือนรถถนนอยู่บ้าง นอกนั้นแล้ว ไม่มีอะไรเหมือนกันเลยครับ !



------------------------------
เรื่องโดย : สุรเชษฐ์ เทียนทอง
ภาพโดย : -
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2546
คอลัมน์ : แกะกล่องรถใหม่
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/MVaS1

Follow autoinfo.co.th