บทความ

เรนจ์ โรเวอร์ ใหม่


เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เรนจ์ โรเวอร์ ใหม่ เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ และเป็นทางการ ที่สกอทแลนด์ โดยได้รับเกียรติจากเจ้าฟ้าหญิงแอนด์ ทรงเสด็จร่วมเป็นประธานในงานกาลาดินเนอร์ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติมากมาย

ปี 1996 บีเอมดับเบิลยู ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเครือโรเวอร์ ในขณะนั้นได้เริ่มโครงการพัฒนา นิว เรนจ์ โรเวอร์ ขึ้นมาแต่พบปัญหามากมายจน บีเอมดับเบิลยู เริ่มถอดใจกระทั่งเดือนมีนาคม ปี 2000ฟอร์ด เข้ามาเทคโอเวอร์ กิจการของ แลนด์โรเวอร์ ไปจาก บีเอมดับเบิลยู แต่ก็ทำสัญญาให้ บีเอมดับเบิลยูดำเนินโครงการพัฒนาต่อไปโดยใช้เงินทุนของ ฟอร์ด จนกระทั่งโครงการนี้เสร็จสมบูรณ์แบบและสามารถเปิดตัวได้อย่างอลังการ ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา

นิว เรนจ์ โรเวอร์ จัดว่าเป็นรถเอสยูวี ที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ ด้วยมิติ กว้าง 4,950 มม. xยาว 2,191 มม. xสูง 1,863มม. เครื่องยนต์ที่ใช้เป็นเครื่องยนต์ประสิทธิภาพสูง จากค่าย บีเอมดับเบิลยู โดยมีให้เลือกสองพิกัดความจุคือรุ่นทอพ วางเครื่องยนต์เบนซิน วี 8 เพลาลิ้นคู่เหนือฝาสูบ ความจุ 4.4 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 282 แรงม้าและเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ วี 6 เพลาราวลิ้นคู่เหนือฝาสูบ ความจุ 3.0 ลิตร โดยมีเครื่องหมายจากค่ายบีเอมดับเบิลยู เป็นเครื่องหมายรับประกันประสิทธิภาพได้เป็นอย่างดี เครื่องทั้งสองรุ่นนี้สามารถลากตัวถังขนาด 2.4ตัน ให้ปลิวลมได้อย่างสบายๆ ตัวเลขที่ได้ไม่ว่าจะเป็นอัตราเร่ง หรือความเร็วสูงสุดจัดว่าน่าพอใจการตอบสนองของเครื่องยนต์ทั้งสองจะให้อารมณ์เดียวกันกับที่เคยสัมผัสจากเครื่องยนต์ วี 8 สูบแต่จะมีความแตกต่างกันที่สามารถลดอัตราสิ้นเปลืองให้อยู่ในระดับสมเหตุสมผลกับทุกเม็ดเงินที่คุณจ่ายออกไป

ระบบรองรับของ นิว เรนจ์ โรเวอร์ เป็นแบบอิสระสี่ล้อพร้อมถุงลม โดยใช้ระบบแมคเฟอร์สันสตรัทพร้อมคอยล์สปริงในด้านหน้า และปีกนกคู่พร้อมคอยล์สปริงในด้านหลังที่สามารถตอบสนองการใช้งานได้อย่างกลมกลืนทุกรูปแบบ จนเป็นเอกลักษณ์ของ เรนจ์ โรเวอร์ ที่หลายๆค่ายไม่สามารถลอกเลียนแบบ ไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพการทำงานในสภาพเส้นทางวิบาก และความนุ่มนวลสะดวกสบายบนทางเรียบ เทียบเท่ารถเก๋งระดับหรู ระบบห้ามล้อเลือกใช้แบบจานพร้อมช่องระบายความร้อนในด้านหน้า และแบบจานในด้านหลัง

แม้ นิว เรนจ์ โรเวอร์ ถูกวางคอนเซพท์ ให้เป็นเอสยูวี ระดับหรูเลิศ แต่ก็เน้นการใช้งานในสภาพเส้นทางวิบาก ด้วยการออกแบบโครงสร้างของระบบรองรับให้ล้อทั้งสี่ชิดกับมุมตัวถังให้มากที่สุดเพื่อลดระยะโอเวอร์แฮง และเพิ่มระยะห่างใต้ท้องรถให้มากถึง 281 มม. เพื่อความสามารถในการลุยอุปสรรคนอกจากนั้นยังมีระบบช่วยอำนวยความสะดวกสบาย และความปลอดภัยในการขับขี่ไม่ว่าจะเป็นระบบ DSC(DYNAMIC STABLE CONTROL) และระบบ HDC (HILL DECENT CONTROL) นอกจากนั้นยังมีระบบปรับความสูง/ต่ำของระบบรองรับอัตโนมัติตามระดับความเร็วด้วย

ลูกค้าของ เรนจ์ โรเวอร์ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้มีอันจะกิน และมีรายได้สูง ที่มีความต้องการแตกต่างกันแม้ว่าในท้องตลาดจะมีเอสยูวี ระดับนี้เพียงไม่กี่ยี่ห้อก็ตาม แต่เอสยูวี ของแต่ละค่ายที่เปิดตัวออกมาก็จัดว่าสุดยอดด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น เลกซัส แอลเอกซ์ 470 เมร์เซเดส-เบนซ์ เอม-คลาสส์ และบีเอมดับเบิลยู เอกซ์ 5คงไม่ง่ายนักที่จะเจาะขึ้นไปอยู่ในแถวหน้าของเอสยูวี ระดับนี้ อย่างไรก็ตามยอดขายทั่วโลกของ เรนจ์ โรเวอร์ในปีที่ผ่านมาทำได้ 15,000 คัน ในปีนี้สำหรับเวอร์ชันใหม่ น่าจะทำยอดขายได้ถึง 25,000 คัน และคาดการณ์ว่าในปี2546 อาจจะมากกว่า 30,000 คันขึ้นไป ซึ่งเป็นตัวเลขเดียวกับยอดขายที่ เรนจ์ โรเวอร์ เคยทำได้ในปี 2539ซึ่งเป็นปีที่เปิดตัว เรนจ์ โรเวอร์ รุ่นก่อน และสำหรับตัวเลข 30,000 คัน กับเอสยูวี ระดับหรูหรา และไฮเทคคงจะไม่ยากเกินไปสำหรับนิว เรนจ์ โรเวอร์



------------------------------
เรื่องโดย : อกนิษฐ์ ทัพภะสุต
ภาพโดย : 4x4 MAGAZINE INTERNATIONAL
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2545
คอลัมน์ : ผลทดสอบต่างแดน
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Zw0Y8
อัพเดทล่าสุด
25 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
21,900,000
2.
11,530,000
3.
14,900,000
4.
3,699,000
5.
2,930,000
6.
679,000
7.
1,290,000
8.
21,890,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th