บทความ

ซูซูกิ จิมนี เจบี 23


ซูซูกิ จิมนี เจบี 23 ถูกแนะนำตัวตั้งแต่ปี 1998 จนปัจจุบัน เพิ่งได้รับการทำไมเนอร์เชนจ์เป็นครั้งแรก
แม้จุดเปลี่ยนแปลงจะมีไม่มาก แต่หน้าตาเปลี่ยนไปมาก ตะแกรงหน้าแบบซี่แนวตั้ง เปลี่ยนไปเป็นแบบแนวนอน
ดูโก้ขึ้น ยิ่งกว่านั้น ยังมีการขยายอินเตอร์คูเลอร์ ให้ใหญ่ขึ้น และปรับปรุงเครื่องยนต์ให้ดีขึ้นด้วย
ท้ายที่สุดสมรรถนะในการวิ่งจะเป็นอย่างไร ? เราลองมาติดตามกัน

ทำไมเนอร์เชนจ์ !
ทั้งๆ ที่ยังได้รับความนิยมสูง

จิมนี เจบี 23 นับว่าประสบความสำเร็จ แม้เมื่อดูจากยอดรถที่จดทะเบียน และจากประวัติศาสตร์อันยาวนานถึง 32
ปี ปรากฏว่า ทำยอดขายสูงสุดถึง 29,000 คัน ในปี 1993 (รุ่น JA11)
แต่ตอนนั้นเป็นยุคที่แรงสะท้อนของเศรษฐกิจฟองสบู่ยังคุกรุ่น พอปีถัดมา ปาเจโร มีนี
ที่กลายเป็นคู่แข่งตัวยงก็ออกมา ทำให้ยอดขายของ จิมนี ตกลง แต่ในปี 1998 เมื่อเจบี 23
ที่ถูกต้องตามมาตรฐานใหม่ของรถขนาดเล็กออกสู่ตลาด จิมนี ก็สามารถรักษายอดขายไว้ได้อย่างสม่ำเสมอที่ระดับ
18,000-20,000 คัน นับว่าได้ต่อสู้อย่างดุเดือดทีเดียว ในยุคที่เศรษฐกิจฝืดเคืองเช่นนี้
แม้จะไม่มีการปรับปรุงขนานใหญ่ แต่เมื่อปีที่แล้วซึ่งเป็นปีที่ 3 ในตลาดของ จิมนี
ได้มีการตกแต่งพวกตัวเลขของปีก่อนๆ ใหม่ ทำให้อวดความนิยมอย่างเหนียวแน่นได้อีกหน
แล้วความยอดเยี่ยมนั้นก็ได้รับการทำไมเนอร์เชนจ์ ทั้งๆ ที่ยังคงไว้ซึ่งความนิยม

ปรับเครื่องยนต์เล็กน้อย
แต่เพิ่มสมรรถนะเต็มอัตราศึก

ขั้นแรกลองมาดูจุดเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่เรารวบรวมจากข้อมูลในการแถลงข่าว และการดูของจริง
– ตะแกรงหม้อน้ำแบบซี่ในแนวตั้ง เปลี่ยนเป็นซี่ในแนวนอนแยกอิสระ
– กระโปรงหน้ากลายเป็นขนาดเดียวกับรุ่น 2WD J2
– อินเตอร์คูเลอร์ มีขนาดใหญ่ขึ้น
– รูปทรงของอินเทคมานิโฟลด์ เปลี่ยนไป
– อัตราส่วนกำลังอัดของเครื่องยนต์ลดลง
– มีกลไก “อานเซอร์แพค” แบบไฟสัญญาณเตือนภัยติดอยู่ในระบบคีย์เลสส์เอนทรี ของรีโมทคอนโทรล
– รูปทรงและวัสดุหุ้มที่นั่งเปลี่ยนไป
– รูปแบบของกระจกมองข้างเปลี่ยนไป
– มีกลไกทำความร้อน และกลไกพับเก็บกระจกด้วยระบบไฟฟ้าเพิ่มในส่วนของกระจกมองข้าง
แบบอีเลคทรอนิคส์ รีโมทคอนโทรล ที่ติดตั้งในรถเกรดเอกซ์ซี
– สวิทช์ควบคุมที่ปัดน้ำฝนท้ายรถ เปลี่ยนเป็นแบบคันบังคับอเนกประสงค์
– มีกระจกเสริมสวยเพิ่มในที่บังแดดด้านคนขับ
– ไฟตัดหมอกด้านหน้าที่ติดตั้งในเกรดเอกซ์ซี เปลี่ยนไปเป็นแบบมัลทิรีเฟลคเตอร์
– รูปแบบของล้ออลูมิเนียม ที่ติดตั้งในเกรดเอกซ์ซี เปลี่ยนไป
– ที่เปิด/ปิดประตูในเกรดเอกซ์ซี เปลี่ยนไปเป็นสีเดียวกับตัวถัง
– รถรุ่นขับเคลื่อนสองล้อ (2WD J2) ถูกยกเลิกไป

รถทุกเกรด ราคาขยับขึ้น
ไม่มั่นใจ ไม่นำออกขาย

จุดเด่นที่สุดท่ามกลางจุดเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้ ได้แก่ การเปลี่ยนแบบของตะแกรงหม้อน้ำ แม้จะมีเสียงเปรยว่า
“ตะแกรงแบบซี่ในแนวตั้งเหมือนของ SJ10 และ SJ30 ก็ดีอยู่แล้ว”
แต่รุ่นที่มีเสน่ห์แม้จะใช้ตะแกรงแบบซี่ในแนวนอนอย่าง LJ10 กับ JA11 ก็มี และ JB23 นี้ก็เช่นกัน หน้าตาโก้ขึ้น
เมื่อเปลี่ยนมาใช้ตะแกรงแบบซี่ในแนวนอน จะรู้สึกว่าดูไม่ค่อยน่ารักแล้ว แต่คิดว่ารูปแบบนี้ก็ดีทีเดียว

ส่วนรูปแบบและกลไกอื่นๆ ที่เปลี่ยนไปนั้น ส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่น่าต้อนรับ แม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย
แต่ในเมื่อทำให้ใช้งานง่ายและสะดวกขึ้นก็เป็นเรื่องน่ายินดี ทว่าสิ่งนี้ได้สะท้อนกลับมาเป็นการตั้งราคาสูงขึ้น
15,000 เยนในรถทุกเกรด และคงช่วยไม่ได้ถ้ามันจะทำให้รู้สึกว่ารถเกรดเอกซ์จี
ที่มีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยนั้นแพงทีเดียว ขณะที่รถเกรดเอกซ์ซี
ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่หลายจุดกลับมีราคาคุ้มค่าน่าใช้มากที่สุด !

เอาล่ะ ต่อไปนี้คือประเด็นสำคัญ ! จากข้อมูลในการแถลงข่าวของผู้ผลิต มีส่วนที่ระบุไว้คร่าวๆ ว่า
“การขยายอินเตอร์คูเลอร์ ให้ใหญ่ขึ้นและเปลี่ยนรูปทรงของอินเทคมานิโฟลด์
ส่งผลให้รู้สึกว่าแรงบิดในช่วงรอบเครื่องยนต์ต่ำสูงขึ้น” นั่นเป็นเรื่องภายในห้องเครื่องยนต์

ขยายอินเตอร์คูเลอร์ ใหญ่ขึ้น
รายละเอียดไม่เปลี่ยนแปลง ?

ในความเป็นจริง อินเตอร์คูเลอร์ มีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และถ้าดูแคทาลอก
จะรู้ว่าอัตราส่วนกำลังอัดของเครื่องยนต์ K6A เปลี่ยนจาก 8.6 เป็น 8.4 หรือลดลงประมาณ 2.3 %
แต่ทว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของกำลังสูงสุดกับแรงบิดสูงสุด

นี่หมายความว่าอย่างไรกัน เรื่องที่เราคิดว่าน่าจะเป็นไปได้ คือ การขยายอินเตอร์คูเลอร์ ให้ใหญ่ขึ้น
ส่งผลให้อากาศที่ดูดเข้ามาถูกทำให้เย็นลงมากกว่าเดิม
และการเพิ่มความหนาแน่นของอากาศต่อหน่วยพื้นที่ก็ทำให้ประสิทธิภาพในการอุดช่องว่างเพิ่มสูงขึ้น
ขณะที่การเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาไหม้ส่งผลให้อัตราแรงอัดลดลง ซึ่งเป็นการรับมือกับอาการนอค
ที่เกิดขึ้นง่ายตามปกติ
หรือไม่ก็อาจจะเป็นการปรับแต่งไปในทางที่จะทำให้ไอเสียสะอาดขึ้นเนื่องจากการเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาไหม้
ถ้าเป็นเช่นนี้ ก็ตีความหมายไปอีกอย่างได้ว่าเป็นแผนที่จะทำการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่ให้ข้อมูลจำเพาะในแคทาลอก
เปลี่ยนไป

ส่วนเรื่องที่สามารถบอกได้อย่างกระจ่างชัดก็คือ เครื่องยนต์ K6A ที่บรรจุใน จิมนี
มีข้อมูลจำเพาะเหมือนกับของรถรุ่นร้อนแรงในสายของรถขนาดเล็ก เช่น WAGON RRR และ KEI SPORT เป็นต้น
และเริ่มมีการบรรจุลงในรถรุ่นอื่นไปแล้วเมื่อเกือบหนึ่งปีก่อนหน้านี้ จึงไม่ได้เป็นการพัฒนาเครื่องยนต์เพื่อ จิมนี
โดยเฉพาะอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ดี เท่าที่ได้ทำการทดสอบ ไม่มีสถานการณ์ที่ทำให้เราสามารถสัมผัสมันอย่างจะจะ
จนพูดได้ว่ารู้ถึงคุณสมบัติพิเศษของเครื่องยนต์
และนั่นหมายถึงการโชว์การวิ่งที่เพียงพอแก่ความจำเป็นตามที่เป็นมาจนถึงปัจจุบันนี้

สมรรถนะเหลือเฟือ
ลุยทางวิบากได้ยอดเยี่ยม

เมื่อนั่งลงตรงที่นั่งคนขับของ เจบี 23 เรามักจะคิดอยู่เสมอว่า เจ้ารถรุ่นนี้กลายเป็น จิมนี ที่ฉีกแนวไปไกลจาก จิมนี
จริงๆ แผงอุปกรณ์ภายในที่ได้รับการทำให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอย่างเรียบง่าย
และดูมีรสนิยมไม่เหลือเค้าของความเป็นรถบรรทุกที่มีมาตั้งแต่ยุคก่อนจนถึง JA12/22
และแม้จะเป็นของธรรมดาไปแล้ว แต่ก็มีระบบเพาเวอร์ให้ในส่วนของการเปิด/ปิดหน้าต่าง
รวมทั้งการปรับกระจกมองข้าง และครั้งนี้
ยังมีการติดตั้งกลไกพับเก็บกระจกด้วยระบบเพาเวอร์กับกลไกทำความร้อนเพื่อให้หยดน้ำฝนแห้งเพิ่มเข้าไปด้วย

การควบคุมพวงมาลัยเมื่อขับขี่ในเมืองไม่ใช่แบบที่ตอบสนองได้ว่องไว
และเวลาที่วิ่งบนทางด่วนก็รู้สึกว่าค่อนข้างจะเหลาะแหละเมื่อเทียบกับรถที่ด้านหน้าเป็นโครงอิสระอย่าง ปาเจโร มีนี
แต่เมื่อเทียบกับสมรรถนะของรถรุ่นก่อนๆ ก็รู้สึกได้ถึงความต่างยุคต่างสมัย
เราแล่นไปบนทางด่วนโดยใช้มือข้างเดียวจับพวงมาลัยพร้อมกับผิวปากอย่างสบายอารมณ์
สมรรถนะในการเก็บเสียงดีมากจนสามารถคุยกับผู้โดยสารที่นั่งข้างๆ ได้เหมือนปกติแม้ในขณะที่วิ่งด้วยความเร็ว
100 กม./ชม. ส่วนเครื่องยนต์ K6A ก็มีการเกาะติดไปกับช่วงรอบเครื่องยนต์สูงจากผลของระบบเทอร์โบ
อยู่ในระดับดี บางครั้งที่วิ่งเข้าวิ่งออกเลนแซง
ก็วิ่งไปได้ตามกำลังความสามารถของตนเองโดยไม่ได้ลุ้นมากหรือน้อยเกินไป จึงไม่มีความเครียดสะสม

แต่กระนั้น ถ้าจะทดสอบศักยภาพของรถรุ่นนี้ ก็ต้องทำบนเส้นทางวิบากตามที่คิดไว้ ทั้งนี้
โชคร้ายที่ร่างของมันหนักขึ้น เนื่องจากมีขนาดและความแข็งแกร่งมากกว่ารุ่นก่อน
และไม่สามารถพึ่งพาแรงบิดที่ค่อนข้างน้อยในช่วงรอบเครื่องยนต์ต่ำซึ่งไร้ผลของระบบเทอร์โบ อีกด้วย แต่ตัวถังที่เล็ก
กะระยะง่าย ใต้ท้องรถสูง และมีมุมทั้งสามอยู่ในระดับดี ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกวางใจและมั่นใจ
จึงสามารถขับไปโดยไม่ต้องปลุกใจตัวเอง แม้ในพื้นที่ที่เป็นทางป่าแคบๆ และทางต่างระดับ
ช่วงล่างด้านหน้า/หลังเป็นคานแข็งได้แสดงอานุภาพเหนือชั้นในยามที่วิ่งเข้าไปในพื้นที่ขรุขระ
แม้ในสภาพทางที่มักทำให้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ ขนาดเล็กติดหล่มในแนวทแยงได้ง่าย มันก็จะช่วยหักเพลาเป็นรูปตัว X
และเกาะผิวทางไว้สุดชีวิต

พอยกข้อดีของรถรุ่นนี้มาไล่ดู ก็เพิ่งนึกได้ว่าทั้งหมดนั้นล้วนเป็นสมรรถนะที่ จิมนี รับสืบทอดมาตามธรรมเนียม
ใช่แล้ว ความดีเด่นของ จิมนี อยู่ที่มีการปรับส่วนปลีกย่อยให้เข้ากับยุคสมัยพร้อมกับไม่ลืมที่จะรักษา “ออฟโรดสปิริท”
คงไว้ในส่วนที่เป็นรากฐานด้วย ถ้าการไม่เปลี่ยนแปลงของ
จิมนี เป็นข้อดี ก็คงพูดได้ว่าการทำไมเนอร์เชนจ์ ในครั้งนี้ต้องตามเหตุผล

บรรยายภาพ
1. โครงสร้างของช่วงล่างไม่ได้เปลี่ยนไปหมด ยังใช้ประโยชน์จากคานแข็งทั้งด้านหน้า/หลัง
ช่วยให้มีสมรรถนะที่สมบุกสมบัน ลุยทางวิบากได้ดีเกินตัว
2. ส่วนบนทางเรียบ ทำความเร็วได้พอตัว

(รูปหน้า 59 จากบนลงล่าง ซ้ายไปขวา)
3. ตอนนี้ ถุงลมนิรภัยคู่กลายเป็นอุปกรณ์ธรรมดาใน จิมนี ไปแล้ว
4. ห้องบรรทุกสัมภาระมีปริมาตรเล็กสุด แต่…
5. ไฟตัดหมอกใหม่ แบบมัลทิรีเฟลคเตอร์
6. โคลนเข้าไปอุดตรงกลางได้ยากขึ้น
7. ที่นั่งแถวหลังไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน
8. ช่วงล่างไม่ได้เปลี่ยนไปหมด
9. เปลี่ยนกระจกเป็นแบบรีโมทคอนโทรล มีกลไกพับเก็บ
10. แบบที่นั่งเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อย
11. สามารถสับเปลี่ยนระบบ 2WD-4WD ขณะขับขี่ได้

ล้อมกรอบ C
ขยายอินเตอร์คูเลอร์ ใหญ่ขึ้น

เครื่องยนต์ K6A ของ จิมนี นั้น นอกจากจะมีความแตกต่างของการวางในแนวตั้งกับแนวขวางแล้ว ยังมีการปรับตั้ง
“แบบเน้นหนักเรื่องกำลัง” เหมือนกับรถรุ่นร้อนแรงในสายของรถขนาดเล็กของ
ซูซูกิ เช่น WAGON RRR กับ KEI SPORT ด้วย ส่วนการปรับปรุงเครื่องยนต์ในครั้งนี้
ทำในลักษณะของการเร่งเปลี่ยนแปลงไปก่อนรถรุ่นอื่นๆ ทั้งหลาย โดยเนื้อหาของการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมก็คือ
การขยายอินเตอร์คูเลอร์ ให้ใหญ่ขึ้น กับการเปลี่ยนรูปทรงของอินเทคมานิโฟลด์
(รูปจากซ้ายไปขวา)
* มีการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่อินเตอร์คูเลอร์ ไปถึงอินเทคมานิโฟลด์ที่ต่อไปยังลูกสูบ
โดยมีการปรับรูปทรงให้เหมาะกับการนำเข้าไอดีอย่างมีประสิทธิภาพ
* สภาพห้องเครื่อง (รูปบน) หลังการทำไมเนอร์เชนจ์ (รูปล่าง) ก่อนทำไมเนอร์เชนจ์
มีการขยายอินเตอร์คูเลอร์ให้ใหญ่ขึ้น
และเปลี่ยนรูปทรงของตัวนำไอดีผ่านเข้ามาตามรูที่อยู่ด้านล่างของเครื่องยนต์ซึ่งทำจากเรซินด้วย

ข้อมูลจำเพาะ
ซูซูกิ จิมนี เจบี 23

มิติ และน้ำหนัก
ย/ก/ส (มม.) 3,395/1,475/1,715
ความยาวฐานล้อ (มม.) 2,250
ความกว้างฐานล้อ (หน้า/หลัง) (มม.) 1,265/1,275
ขนาดยางรถยนต์ 175/80R16 91Q

เครื่องยนต์
ชนิด เบนซิน 3 สูบเรียง พร้อมอินเตอร์คูเลอร์ เทอร์โบ
ระบายความร้อนด้วยน้ำ
ความจุ (ซีซี) 658
กำลังสูงสุด (พีเอส/รตน.) 64/6,500
แรงบิดสูงสุด (EEC) (กก.-ม./รตน.) 10.8/3,500

ระบบถ่ายทอดกำลัง ควบคุมด้วยอีเลคทรอนิคส์
เกียร์อัตโนมัติ เดินหน้า 4 จังหวะ

ระบบรองรับ
หน้า คานแข็ง เหล็กยึด 3 จุด คอยล์สปริง
หลัง คานแข็ง เหล็กยึด 3 จุด คอยล์สปริง

ระบบเบรค
หน้า จาน
หลัง ดุม



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการ
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2545
คอลัมน์ : แกะกล่องรถใหม่
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/MrRLu

Follow autoinfo.co.th