บทความ

โตโยตา แลนด์ ครูเซอร์ เอฟเซดเจ 74


แลนด์ ครูเซอร์ เป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้ออเนกประสงค์รุ่นหนึ่งที่มีความเป็นมายาวนาน และเป็นที่ยอมรับในด้านความทนทาน เพียบพร้อมในทุกด้าน สำหรับการใช้งานในเส้นทางวิบาก แลนด์ ครูเซอร์ ถูกส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งมีบางรุ่น ถูกวางตลาดเฉพาะที่ อย่างเช่นในภาคพื้นตะวันออกกลาง จะมีรุ่น FZJ74 ที่สุดเร้าใจ ด้วยรูปทรงและเครื่องยนต์เบนซิน ความจุ 4.5 ลิตร

สำหรับ แลนด์ ครูเซอร์ 70 ที่วางตลาดใน ญี่ปุ่น ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร เป็นเพราะเครื่องยนต์ที่ใช้ในเวอร์ชันนี้ มีแต่เครื่องยนต์ดีเซลเท่านั้น ไม่มีเครื่องยนต์เบนซินให้เลือกใช้

FZJ ที่เราได้ทดสอบครั้งนี้ เป็นเวอร์ชันที่ส่งไปขายในกลุ่มตะวันออกกลาง เป็นรถรุ่นสองประตูหลังคา FRP และโดดเด่นด้วยสนอร์เกิล ยางขนาดใหญ่ 7.50R16 ส่วนรุ่นมาตรฐานใน ญี่ปุ่น จะใช้ยางขนาด 215/80 R16 ซึ่งมีผลให้ความสูงเพิ่มขึ้นอีก 40 มม. และได้ระยะห่างใต้ท้องอีก 35 มม.

ภายในห้องโดยสาร จะพบความแตกต่างได้อย่างชัดเจน คือตำแหน่งของคันเกียร์ และจุดติดตั้งชุดทรานสเฟอร์ นอกจากนั้น ชุดเกียร์ได้เลือกใช้รุ่น H151F ซึ่งมีห้องเกียร์ขนาดใหญ่เพียงพอ เพื่อการรองรับพละกำลังจากเครื่องยนต์เบนซิน ที่มีความจุสูงถึง 4.5 ลิตร

การทดสอบบนทางดินลูกรัง เครื่องยนต์ 1FZ สามารถตอบรับการควบคุมได้อย่างนุ่มนวล แต่ยังด้อยกว่าเครื่องยนต์ดีเซล 1HZ ที่สามารถป้อนแรงบิดที่รอบต่ำได้ดีกว่า แต่ในรอบสูง เครื่อง 1FZ ส่งพลังลงไปที่ล้อหลังอย่างรุนแรง ทำให้ล้อทั้งสองสะบัด ไม่สามารถยึดเกาะกับพื้นผิว ส่งให้ท้ายรถสะบัดไปมาอย่างรุนแรง จนถึง 5,500 รตน. จึงสับลงเกียร์สอง ล้อจึงหยุดสปิน และส่งให้รถเคลื่อนตัวไปอย่างรวดเร็ว

แต่ถ้าขับในลักษณะนี้ ในเครื่องยนต์ 1HZ จะไม่ทำให้เกิดอาการนี้อย่างแน่นอน เพราะแรงบิดจะมาตั้งแต่รอบต่ำ ขณะเดียวกัน เครื่องยนต์ดีเซลจะไม่ชอบหมุนในรอบสูง แต่ถ้าเป็นเครื่องยนต์เบนซินเครื่องนี้ ต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น เพราะแรงบิดจะมาที่รอบสูงกว่า และกำลังที่มากถึง 240 แรงม้า มันไม่ธรรมดา

ในส่วนของระบบรองรับ ไม่แตกต่างจากทาง ญี่ปุ่น ด้วยการใช้คอยล์สปริงในด้านหน้า และแหนบในด้านหลัง ทั้งยังเหนือกว่าด้วยยางใหญ่ขนาด 7.50R 16 ซึ่งจะทำให้การขับในเส้นทางครอสส์คันทรี มีความสนุกสนานมากขึ้น

ต้องยอมรับว่า เครื่องยนต์ 1HZ มีแรงบิดในรอบต่ำที่ดีกว่า แต่อย่างไรก็ตาม แรงบิดจากเครื่องยนต์ 1FZ-FE ในรอบต่ำ ก็จัดว่าเพียงพอแก่การใช้งาน โดยเฉพาะเมื่อจับมาแมทช์กับชุดเกียร์ H151F ซึ่งมีอัตราทดต่ำกว่า ก็สามารถที่จะถ่ายทอดพละกำลังที่ลงมาสู่ล้อทั้งสี่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

บนเส้นทางเนินดิน คันแรกที่ผ่านไปคือรถของทีมงาน ซึ่งใช้ HZJ74 วิ่งนำไปก่อน และตามไปด้วย FZJ74 ซึ่งสามารถวิ่งตามไปในเส้นทางเดียวกันได้อย่างสบาย การทำงานของระบบรองรับยืดหยุ่นไปตามสภาพพื้นผิว แต่โดยบทสรุปแล้ว HZJ74 ขับง่ายกว่า บนทางชัน FZJ74 ต้องใช้รอบเครื่องค่อนข้างสูง ขณะที่ HZJ74 ค่อยๆ คลานตามขึ้นมาอย่างสบาย โดยไม่ต้องกังวลถึงการเลี้ยงรอบเครื่องยนต์เพื่อการป้อนแรงบิดให้เพียงพอ แต่ถ้าพูดถึงความสนุกสนานในการขับขี่แล้ว FZJ ก็จัดว่าเป็นรถที่ขับสนุกไม่น้อย

ถ้าจะให้ตอบคำถามว่าคันไหนดีที่สุด ก็คงตอบไม่ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ เพราะมีคาแรคเตอร์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน แต่ทั้งสองคันสามารถตอบสนองการใช้งานในสภาพครอสส์คันทรีได้ทั้งคู่ และสามารถให้ความสนุกสนานในการขับขี่ได้อย่างเต็มเปี่ยม

 



------------------------------
เรื่องโดย : อกนิษฐ์ ทัพภะสุต
ภาพโดย : 4x4 MAGAZINE INTERNATIONAL
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2545
คอลัมน์ : ผลทดสอบต่างแดน
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/qUYfl

Follow autoinfo.co.th