บทความ

เรียนรู้พื้นฐาน


ฉบับนี้เรามาต่อเนื่องกันเรื่องระบบเสียงเซอร์ราวน์ด เท้าความเดิมกับระบบดอลบี ดิจิทอล
และดีทีเอส เซอร์ราวน์ด 5.1 ซึ่งทั้งคู่เหมือนการนำจำนวนบิทที่ต้องการ มาเรียบเรียงใหม่
โดยระบบดอลบี ดิจิทอล นั้นจะให้พลังมากกว่า แต่ในด้านคุณภาพเสียง ความสมจริงนั้น
ดูจะเป็นรอง

โดยดอลบี ดิจิทอล จะมีช่วงบิทเรทที่ 384-448 กิโลไบท์/วินาที ส่วนดีทีเอส เซอร์ราวน์ด 5.1
จะมีช่วงบิทเรท 768-1,536 กิโลไบท์/นาที ซึ่งมีการบีบอัดข้อมูลที่แตกต่างกัน ซึ่งระบบ
ดอลบี ดิจิทอล มีการบีบอัดมากถึง 4 ครั้ง เพื่อให้ได้เรทที่ต่ำ ส่วนระบบดีทีเอส นั้นมีเรท
สูงกว่า ดังนั้นความแตกต่างจึงขึ้นอยู่กับบิทเรท และคุณสามารถฟังเปรียบเทียบได้ทันที

หากฟังโดยผิวเผิน บางคนอาจไม่รู้สึกถึงความแตกต่าง บางคนอาจรู้สึกว่า ระบบดีทีเอส
ดีกว่า ขณะที่หลายๆ ทแรค มีความเพี้ยนของค่าไดนามิคเรนจ์ และความถี่ตอบสนอง
ซึ่งหากมิกซ์ระบบดอลบี ดิจิทอล จะทำให้ความสมจริงมากขึ้น

 

ดีทีเอส อีเอกซ์
ดอลบี ดิจิทอล อีเอกซ์

ระบบดอลบี ดิจิทอล และดีทีเอส 5.1 มีบทบาทมากในช่วงปี 1990 จากนั้นก็มีการพัฒนา
ระบบมากขึ้น เพื่อให้การวิ่งของเสียงมีความต่อเนื่อง สมจริงมากขึ้น โดยเพิ่มสัญญาณ
เสียงเซนเตอร์ชุดหลัง เพื่อเชื่อมต่อระบบเสียงเซอร์ราวน์ดซ้าย/ขวา และมีการหมุนวนของ
เสียงที่ต่อเนื่องมากขึ้น เป็นที่มาของระบบดอลบี ดิจิทอล อีเอกซ์ ที่เพิ่มแชนแนลชุดหลัง
ทำให้มีช่องสัญญาณเสียงเพิ่มขึ้นเป็น 6 ช่อง ส่วนระบบดีทีเอส อีเอกซ์ (EXTENDED SURROUND)
มีความคล้ายคลึงกัน โดยสร้างเซนเตอร์แชนแนลจากชุดลำโพงเซอร์ราวน์ด

 

ดีทีเอส นีโอ 6
ดอลบี โพรลอจิค
เอสอาร์เอส เซอร์เคิล เซอร์ราวน์ด

ระบบเสียงยังพัฒนาต่อไปอีกขั้น จากการค้นพบว่าระบบเสียง 5.1 บางครั้งลำโพง
เซอร์ราวน์ดไม่มีความสมจริง ทั้ง 2 ค่ายจึงแก้ไขในจุดนี้ ด้วยระบบใหม่คือ ดอลบี
โพรลอจิค ทู และดีทีเอส นีโอ 6 เพื่อให้เสียงเซอร์ราวน์ดออกมาเต็มๆ จากลำโพงซ้าย/ขวา
2 แชนแนล ซึ่งต้นแบบจริงๆ เป็น ดอลบี ดิจิทอล โพรลอจิค มาจากสัญญาณ 4 ตำแหน่ง คือ
เซนเตอร์ ซ้าย ขวา และเซอร์ราวน์ด โดยการบันทึกเสียงลำโพงซ้ายเหมือนกลับเฟส
สัญญาณ 180 องศา และบันทึกสัญญาณเสริมในแชนแนลขวา เพื่อไม่ให้เกิดเสียงกลาง
ออกมา คุณจะไม่เกิดความสับสนของเสียงกลางที่มาจากลำโพงซ้าย/ขวา ซ้อนกับลำโพง
เซนเตอร์ ส่วนเสียงกลางจะเกิดจากการควบคุมแรงดันของเพาเวอร์แอมพ์ หรือวีซีเอ
ที่ควบคุมการบันทึกตรงกันข้ามกับสัญญาณลำโพงซ้าย/ขวา เพื่อให้ได้เสียง
ซาวน์ดทแรคที่สมบูรณ์แบบ และแยกแยะได้ละเอียดมากขึ้น

เมื่อระบบดอลบี โพรลอจิค ทู ให้เสียงได้เต็ม 5.1 แชนแนล จากเสียงสเตริโอ และดอลบี
เซอร์ราวน์ด มันมีความสมบูรณ์แบบมากกว่า 4 แชนแนลเดิม มันสร้างความแตกต่าง
อย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะเซนเตอร์ แต่สำหรับลำโพงเซอร์ราวน์ดนั้น มีข้อจำกัดตรง
สัญญาณทั้งหมดของข้างซ้าย จะสูญเสียมากกว่าข้างขวา อย่างไรก็ตาม โพรลอจิค ทู
มีฟีดแบคเกี่ยวกับวงจรเซอร์โว ที่ต้องทำงานร่วมกับวีซีเอ ซึ่งปรับแต่งสัญญาณ 2 แชนแนล
ให้เสริมความสมบูรณ์ของเสียงกลาง

แต่อย่าลืมว่า ระบบดีทีเอส ก็มีคำตอบ เป็นนีโอ 6 ตอบสนองเทคโนโลยีเสียงเซอร์ราวน์ด
ซึ่งให้หลักการเดียวกันกับโพรลอจิค ทู เป็นการมิกซ์มัลทิแชนแนล จากสัญญาณ 2 แชนแนล
สร้างมิติเสียงกลางถึง 5 และ 6 แชนแนล สำหรับ 6 แชนแนล ในระบบดอลบี
และโพรลอจิค ทู สร้างได้ถึง 7.1 แชนแนล จากการมิกซ์ระบบเสียง 5.1 สเตริโอ
ประกอบด้วยลำโพง ซ้าย/ขวา/เซนเตอร์/เซอร์ราวน์ดซ้าย/เซอร์ราวน์ดขวา/หลังซ้าย/
หลังขวา/ซับวูเฟอร์

ในห้องทดลองยังได้คิดค้นระบบเอสอาร์เอส หรือ ซาวน์ด รีทรีวัล ซิสเตม เพื่อให้เสียง
ห้อมล้อมเป็นวงกลม ใช้หลักการทำงานเช่นเดียวกับ 2 ระบบแรก โดยระบบไซเคิล
เซอร์ราวน์ด ทู จะให้เสียง 6.1 แชนแนล ทั้งซีเอส และซีเอส ทู ใช้เทคโนโลยีเดียวกันกับ
ดีทีเอส แต่จะให้ความต่อเนื่องในการเดินทางของเสียงจากซ้ายไปขวา และหน้าไปหลัง
จึงให้สนามเสียงที่สมจริงระหว่างลำโพงแต่ละตัว หรือ เอชอาร์ทีเอฟ (เฮด-รีเรท ทรานสเฟอร์
ฟังค์ชัน)

ระบบเอสอาร์เอส ส่งผลให้ระบบเสียงหมุนวนทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทฤษฎีนี้นำมา
สร้างเสียงในรถยนต์ได้ อย่าง ทรูเบสส์ โดยไม่ต้องอาศัยซับวูเฟอร์ และเค้นเสียงเบสส์ลึกๆ
ได้จากการบูสต์ฮาร์โมนิคเสียงเบสส์ต่ำ ขึ้นอยู่กับตำแหน่งการติดตั้งลำโพงเสียงต่ำด้วย
รวมถึงตำแหน่ง และระยะการได้ยิน

 

เอสอาร์เอส
ทรูเซอร์ราวน์ด เอกซ์ที

เป็นระบบ 6.1 แชนแนล ที่สร้างขึ้นจากสัญญาณมัลทิแชนแนล หรือมิกซ์จาก 2 แชนแนล
เพื่อทำงานร่วมกับลำโพง 5 หรือ 6 ตัว มันครอบคลุมถึงทรูเบสส์ที่สร้างเสียงซับวูเฟอร์
เช่นเดียวกับเทคโนโลยีการสร้างสนามเสียง และเวทีเสียง จากระบบเอชอาร์ทีเอฟเดิม
คือ ทุกตำแหน่งที่คุณนั่ง จะได้การฟังที่สมบูรณ์แบบ ไม่มีตำแหน่งที่ดีที่สุดเพียงจุดเดียว
เหมือนกับระบบทั่วไป เพราะมันครอบคลุมไปถึงเนื้อของเสียงที่ได้ยิน อย่างใน เอสอาร์เอส
3D ให้ความถี่ตอบสนองที่ถูกต้อง เหมาะสมกับห้องฟัง มันสร้างสนามเสียง 3 มิติ เหมือนกับ
คุณกำลังฟังด้วยเฮดโฟนทีเดียว และระบบนี้ก็นำไปใช้ในอุปกรณ์หูฟัง

 

ระบบเสียงขั้นสูง
รองรับเทคโนโลยีใหม่

นอกจากนี้ยังมี เอมแอลพี ลอสส์เลสส์, ดีทีเอส 96/24, ดีทีเอส-เอชดี, ดอลบี ดิจิทอล พลัส
และดอลบี ทรู เอชดี แม้ว่าระบบเสียงเซอร์ราวน์ดจะมาถึงขั้นสุดแล้ว แต่ก็ยังมีการพัฒนาต่อ
ทั้งในด้านการบันทึกเสียงดนตรี ถึงความละเอียดขั้นสูงของ ดีวีดี ออดิโอ ดอลบี อย่าง
เอมแอลพี ลอสส์เลสส์ เป็นการฟอร์แมทข้อมูลเสียงใหม่แบบบิทต่อบิท หรือการบันทึกแบบ
6 แชนแนล จาก 96 กิโลเฮิร์ทซ์/24 บิท หรือ 2 แชนแนล จาก 192 กิโลเฮิร์ทซ์/24 บิท

ระบบเสียงขั้นสูง จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่อย่าง เอชดี ดีวีดี และบลู-เรย์ ทั้งดีทีเอส
และดอลบี มีขั้นตอนการบันทึกซับซ้อนมากขึ้น เพื่อความละเอียดมากขึ้น สำหรับชม
ภาพยนตร์ อย่างแผ่นบลู-เรย์ กับมาสเตอร์ระบบเสียง ดีทีเอส-เอชดี ข้อมูลมากถึง 24
เมกะไบท์/วินาที ในระบบ 7.1 แชนแนล ส่วนระบบเสียงดอลบี ทรู เอชดี ข้อมูลมากถึง
18 เมกะไบท์/วินาที หรือ 96 กิโลเฮิร์ทซ์/24 บิท สำหรับฟลูล์เรนจ์เต็ม 8 แชนแนล
ส่วนดิจิทอล พลัส มีข้อมูลสูง 3-6 เมกะไบท์/วินาที บันทึกลงบนแผ่น เอชดี ดีวีดี หรือ
1.7 เมกะไบท์/วินาที บนแผ่นบลู-เรย์

 

บทสรุป

เสียงเซอร์ราวน์ดแต่ละระบบ ต่างก็มีข้อดี และตอบสนองช่องว่างในตลาดแตกต่างกันไป
ปัจจุบันตลาดเครื่องเสียงยังคงให้ความสนใจในระบบ 5.1 แชนแนล และระบบที่สูงกว่า
ทั้งในบ้าน และรถยนต์ ซึ่งในอนาคตอาจเข้ามาแทนที่ระบบสเตริโอเดิม และมีระบบใหม่ๆ
ออกมาให้เราได้เลือกฟังกันต่อไป



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการ
ภาพโดย : อินเตอร์เนท
นิตยสาร CAR STEREO ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2550
คอลัมน์ : เทคนิค
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/IBKIW
อัพเดทล่าสุด
18 Jan 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,990,000
2.
990,000
3.
1,397,000
4.
4,090,000
5.
16,950,000
6.
3,500,000
7.
3,065,000
8.
11,530,000
9.
24,500,000
10.
17,440,000
11.
14,900,000
12.
679,000
13.
21,900,000
14.
14,900,000
15.
3,699,000
16.
2,930,000
17.
1,290,000
18.
21,890,000
19.
3,090,000
20.
75,000,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

What's New