บทความ

เทคนิคการติดตั้ง และทูนเสียงแบบมืออาชีพ


ในเล่มนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเทคนิคการติดตั้งระบบเสียง ซึ่งทีมงานได้แบ่งไว้ 2 ระบบ คือ ระบบ 2 แชนแนล และระบบ 5.1 แชนแนล การติดตั้งระบบเสียงในรถยนต์จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีการศึกษาว่า ระบบเสียงระหว่าง 2 และ 5.1 แชนแนล
มีความแตกต่างกันอย่างไร และจะทำอย่างไร เพื่อที่จะให้ได้คุณภาพเสียงที่ชัดเจนสูงสุดนอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงการทูนเสียงแบบมืออาชีพ โดยเฉพาะเนื้อเรื่องที่กล่าวถึงนี้จะใช้วิธีปรับแต่งเสียง และตรวจเชคการตอบสนองความถี่เสียงในรถยนต์ด้วยเครื่อง RTA

 

ทีมงานได้นัดสัมภาษณ์พิเศษกับร้านติดตั้งระดับแนวหน้าของเมืองไทย PTJ AUTO SALON ซึ่งมีผลงานเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี และเป็นร้านที่ได้แชมพ์ในการแข่งขัน IASCA THAILAND เพื่อที่จะนำประสบการณ์ด้านเทคนิคการติดตั้ง และการทูนเสียง
แบบมืออาชีพของร้านระดับแชมพ์ มาฝากให้ผู้อ่านได้รับรู้ถึงเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์กันบ้างไม่มากก็น้อย

 

ถาม : ระบบเสียง 2 แชนแนล และระบบเสียง 5.1 แชนแนล ในด้านการติดตั้งนั้นมีความแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน ?

ตอบ : ระบบเสียง 2 แชนแนล และ 5.1 แชนแนล มีความแตกต่างกันมาก ในความคิดของผม คือ เรื่องของการถอดรหัสเสียง มีผลในการวางตำแหน่งลำโพง ถ้าติดตั้งลำโพงในระบบ 5.1 แชนแนลไม่ดี ตัวถอดรหัสไม่สามารถบอกได้ว่าลำโพงอยู่ในตำแหน่งไหน
เพราะเสียงจะวิ่งไปตามเอฟเฟคท์ที่มีการเข้ารหัส สำหรับระบบ 2 แชนแนล ที่เล่นกันอยู่ตอนนี้คือ ฟรอนท์สเตจ เวทีเสียงจะอยู่ด้านหน้า แต่ระบบ 5.1 แชนแนล สิ่งสำคัญคือการติดตั้งลำโพงชุดเซอร์ราวน์ดให้รับกันระหว่างลำโพงชุดหน้า และลำโพงในระบบ 5.1
ทั้งหมด

 

ถาม : มีการพูดกันว่าระบบ 5.1 แชนแนล ลำโพงชุดหลัง (เซอร์ราวน์ด) มีความสำคัญไม่ได้น้อยไปกว่าลำโพงชุดหน้า เพราะสามารถถ่ายทอดรายละเอียด และมิติเสียงได้เช่นเดียวกัน ?

ตอบ : เมื่อก่อนที่เล่นกันจะให้ความสำคัญของลำโพงเซนเตอร์น้อยมาก แต่จริงๆ แล้วเสียงกลางจะมีมากกว่า 60 % ของภาพยนตร์ทั้งเรื่อง เพราะฉะนั้นเสียงกลางในระบบ 5.1 แชนแนล จึงมีความสำคัญมาก และจากการเรียนรู้ในด้านน้ำหนักเสียงจะต้องมีขนาดที่
เท่ากันทั้งระบบ เพื่อให้จุดเสียงที่ได้ออกมาไม่เล็กหรือใหญ่กว่ากัน สามารถสังเกตได้จากเสียงเอฟเฟคท์ที่วิ่งระนาบจากแชนแนลซ้ายไปตรงกลาง และแชนแนลขวา ถ้าลำโพงต่างไซส์กันจะทำให้เสียงเกิดความแตกต่างกันด้วย

 

ถาม : ถ้าเป็นระบบ 2 แชนแนล การติดตั้งควรจะเป็นอย่างไร ?

ตอบ : ลูกค้าในทุกวันนี้เล่นเป็นแล้ว และรู้จักว่าเสียงที่ไพเราะเป็นอย่างไร รวมถึงมิติเสียงด้วย ในการทำระบบเสียง 2 แชนแนล ผมยึดหลักอยู่อย่างหนึ่งคือ ฟังอย่างไรให้ได้รับรู้ถึงเสียงดนตรีอยู่ด้านหน้ามากกว่าด้านหลัง ดังนั้นในแง่การฟังดนตรีไม่ควรมีลำโพงกลาง/แหลมอยู่ด้านหลัง เพราะจะไปทำลายเสียงดนตรีด้านหน้า ส่วนหัวใจการติดตั้งระบบเสียง 2 แชนแนล ไม่ว่าจะเป็น 2 ทาง หรือ 3 ทาง ผมให้ความสำคัญของการ TOE (การหันดอกลำโพง) ในกรณีที่ไม่ได้ใช้โพรเซสเซอร์ และถ้าใช้จะเป็นเรื่องที่สะดวกขึ้น
แต่ถ้าไม่มีก็จำเป็นต้องใช้วิธีหันดอกลำโพง เพื่อหาเวทีเสียงที่ดีที่สุด และไม่ให้เสียงจัดจ้านเพราะการทำฟรอนท์สเตจปัญหาที่พบบ่อยก็คือ เสียงกลาง/แหลมจะเข้าถึงหูได้เร็วกว่าการติดตั้งลำโพงบริเวณ KICK PANEL ฉะนั้นเรื่องความยากในการหาเวทีเสียงขึ้นมาด้านบน และให้เสียงดนตรีอยู่ด้านหน้าคือ การปรับค่าความถี่ให้เสียงถึงหูจึงมีความสำคัญมาก อันดับแรกผมให้ความสำคัญกับการโมดิฟายพาสสีฟ ส่วนอันดับสอง คือ การ TOEลำโพงว่าจะหันดอกอย่างไร เพื่อให้ได้จุดที่ดีที่สุด เพื่อให้ได้เห็นความกว้าง และเวทีเสียง

 

ถาม : มีทฤษฎีในการวางตำแหน่งลำโพงอย่างไร เพื่อให้เหมาะสมกับรถแต่ละคัน ?

ตอบ : สำหรับทฤษฎีของผมจะวางตำแหน่งลำโพงให้ไกลตัวมากที่สุด และหันดอกลำโพงเข้าหูให้น้อยที่สุด เพื่อไปหาจุดกึ่งกลางให้มากที่สุด ซึ่งบางครั้งถ้าไม่ดีก็จะเลือกอีกแบบหนึ่งแต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่หันเข้าหาผู้ฟังเลย เพราะฉะนั้นความกว้างของเวทีเสียงก็จะไม่มี แต่ไปได้โฟคัส

 

ถาม : เท่ากับว่าถ้าหันดอกลำโพงเข้าผู้ฟังจะได้แต่โฟคัส ?

ตอบ : ใช่ คือ ถ้าหันดอกลำโพงไปที่กระจกมองหลังจะได้โฟคัส และวิธีที่ดีที่สุดคือ พยายาม TOE ดอกลำโพงไปเรื่อยๆ สิ่งสำคัญคือ ความใจเย็น ประสบการณ์ในการฟัง เพื่อหาค่าเฉลี่ยทั้งหมด ให้ได้เวทีเสียง และมิติเสียงโดยรวมที่ดีที่สุดกับรถแต่ละคัน

 

ถาม : ถ้าใช้โพรเซสเซอร์เข้ามาช่วย มีวิธีการติดตั้งลำโพงอย่างไร ?

ตอบ : ประสบการณ์ที่ผ่านมาคือ หันดอกลำโพงเข้าหาผู้ฟังตามปกติ ส่วนที่เหลือเพียงตั้งค่าระยะทาง และเวลาของเสียงที่ถูกต้อง ซึ่งไม่เหมือนกับการใช้ NONTIME ALIGNMENT

 

ถาม : มีขั้นตอนการคัดเลือกสินค้าที่จะใช้ติดตั้งระบบเสียงในรถยนต์อย่างไร ?

ตอบ : ในเรื่องของการทำซิสเตมที่ได้อบรมมา ผมให้ความสำคัญกับองค์ประกอบอยู่ 3 อย่างที่สำคัญ คือ สินค้า การติดตั้ง และการทูนิง ถ้าไม่มี 3 อย่างนี้ในซิสเตมของคุณจะไม่สมบูรณ์ และถ้าสินค้าดี การติดตั้งดี แต่ทูนิงไม่ดี ก็ไปกันไม่ได้

การคัดเลือกสินค้ามีความสำคัญมาก เพราะลูกค้าที่เข้ามาหาเรา สิ่งสำคัญคือ การอ่านใจลูกค้าว่าต้องการเสียงแบบไหน สมมติว่าลูกค้าต้องการเสียงในระดับออดิไฟล์ ที่ให้เสียงพริ้วใส แต่ไปหยิบลำโพงที่มีแนวเสียงออกมันๆ ก็เท่ากับว่าผิดตั้งแต่แรกแล้ว เหมือนกับว่าคุณเลือกความต้องการของลูกค้าผิด และจะเหนื่อยมากกับการทูนิง ผมต้องการให้ลูกค้าเข้าใจว่า การเลือกสินค้าเพื่อให้เหมาะสมกับที่ลูกค้าต้องการนั้นสำคัญที่สุด สิ่งสำคัญคือขยันในการฟัง ทดสอบสินค้า และอย่าคิดว่าของราคาแพงเสียงจะดีเสมอไป

 

ถาม : อุปกรณ์ประเภทใดในระบบเสียงที่บอกได้ว่า สามารถถ่ายทอดบุคลิกด้านเสียงได้ดีกว่าอุปกรณ์ด้านอื่น อย่างเช่น ลำโพง สามารถฟังเสียงออกได้ง่ายกว่าแอมพ์ หรือฟรอนท์ ?

ตอบ : สินค้าในที่นี้ผมไม่ได้บอกว่าเป็นลำโพงเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึง แอมพ์ และฟรอนท์ด้วย เพราะการแมทชิง ซิสเตม สามารถเลือกได้หมดว่าฟรอนท์ตัวนี้ให้เสียงแนวไหน และควรรู้ว่าสินค้ามีคาแรคเตอร์อย่างไร หรือซับตัวนี้มีแนวเสียงแบบนี้ เพราะลูกค้าไม่ได้ต้องการเสียงที่ไพเราะเฉพาะกีตาร์ เบสส์ หรือกลองอย่างเดียว แต่ลูกค้าต้องการเสียงดนตรีทั้งวง ซึ่งหมายความว่า องค์ประกอบทั้งหมดที่ให้กำเนิดเสียง มีความสำคัญหมดทุกคาแรคเตอร์ และถ้าลูกค้าต้องการความมัน ความดัง หรือดุเพียงอย่างเดียว คุณจะต้องรู้ว่าแอมพ์ตัวนี้มีคาแรคเตอร์แบบไหน หรืออย่างน้อยก็ต้องเลือกแอมพ์ CLASS D หรือ BD ถึงจะเหมาะสม

 

ถาม : สำหรับองค์ประกอบข้อที่ 2 ในเรื่องของการติดตั้งที่ดีเป็นอย่างไร เพื่อให้ได้ความชัดเจนของเสียงสูงสุด ?

ตอบ : ผมคลุกคลีอยู่กับเครื่องเสียงบ้านมาก่อน เพราะลักษณะการติดตั้งเครื่องเสียงบ้านมีไม่มาก เมื่อเทียบกับการติดตั้งในรถยนต์ เมื่อมองจริงๆ มันมีหลายจุด และต้องป้องกันอย่างดี อย่างเช่น ตำแหน่งติดตั้งลำโพงที่ประตู ถ้านำไปยึดกับแผงประตูที่เป็นเหล็กก็
ไม่ได้ เพราะโครงสร้างของแผงประตูสามารถบิดงอได้ และส่วนสำคัญอันดับแรกของผมก็คือ การรองด้วย SPECER (ระยะห่าง) ให้ลำโพง เพื่อให้ตัวลำโพงมีการสวิงตัวที่ดี ส่วนที่สองคือ การแดมพิงที่แผงประตู เพื่อลดการสั่นกระพือให้น้อยที่สุด ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่าบานประตูจะมีรู และช่องเล็กๆ เต็มไปหมด และการปิดด้วยวัสดุแดมพิง ทำให้การสวิงตัวลำโพงไม่มีการรั่วของเสียงกลาง/แหลม

ทำไมการฟังเครื่องเสียงสมัยก่อนกับตอนนี้ สามารถทำให้เสียงกลางขึ้นมาอยู่ข้างบนได้ถ้ามองว่าติดแผ่นแดมพิงเพื่อป้องกันการกระพือใช่ไหม ขอตอบว่าใช่ แต่ถ้าติดไปเพียงบางจุด และมีรูรั่วของอากาศอยู่ ก็ทำให้เกิดการรั่วของเสียงกลาง/แหลมด้วยเช่นกัน
และการแดมพิงเปรียบเหมือนการตีตู้ให้กับแผงประตู ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ป้องกันแผงประตูกระพือเท่านั้น แต่ยังได้ความชัดเจนของเสียงกลางที่ดีขึ้นด้วย

ในด้านของการบัดกรีสายเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งในเรื่องของการติดตั้งที่ดี เพื่อให้ได้คุณภาพเสียงที่ชัดเจน ทำไมจึงเกิดคำว่าเล่นเสียงให้เล่นสาย ซึ่งผมเน้นเสมอเลยว่า ทำไมศาสตร์ของเครื่องเสียงบ้านถึงไม่มีการบัดกรีสาย เพราะว่าการบัดกรีสายด้วยตะกั่วที่ต้นสาย
หรือปลายสาย ซึ่งคุณได้อะไรจากสายที่ซื้อมา ถ้าคุณต้องการวัสดุคุณภาพสูงที่แท้จริงให้ต่อตรงเข้ากับลำโพง ฉะนั้นลำโพงบ้านจะใช้วิธีขันเข้ากับขั้วต่อสายโดยตรง หรือใช้ขั้วเสียบต่อสายเข้าไปเลย หรือให้ใช้ CLAMP กดหนีบสายให้แน่นหนา

ถ้าสังเกตลำโพงระดับไฮเอนด์จากยุโรป จะเห็นว่าใช้วิธีขันต่อสายเข้ากับขั้ว ไม่ได้ใช้วิธีเชื่อมตะกั่ว ซึ่งทำให้ค่าต่างๆ ภายในสายเกิดการเปลี่ยนแปลง เป็นสิ่งที่ไม่ได้ยกเมฆแต่ได้มาจากการทดลอง และไม่ให้เกิดการสูญเสียของสัญญาณแต่อย่างใด

 

ถาม : อยากให้ทางร้านแสดงวิธีการปรับแต่งเสียงด้วยเครื่องวัด RTA และแสดงขั้นตอนการปรับแต่งเสียงอย่างถูกต้อง ?

ตอบ : จริงๆ แล้วต้องมองกันว่าหัวใจสำคัญในการทูนิงเสียงเป็นอย่างไร ส่วนเครื่องเป็นเครื่องมือสำหรับประกอบในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นเครื่อง RTA หรือการวัด PEAK ของสัญญาณ แต่ถ้าถามว่าขั้นตอนสุดท้ายต่างๆ เหล่านี้ก็ยังต้องจบด้วยความชำนาญ
และประสบการณ์ในการฟัง ผมมองว่าประสบการณ์ในการฟังสำคัญมากและต้องฝึกฝนประสบการณ์ในการฟังให้ดี

สำหรับการใช้เครื่อง RTA ผมใช้ในกรณีที่ต้องการความมั่นใจว่า ความถี่ทั้งหมดออกมาครบย่าน แต่สุดท้ายผมใช้วิธีทูนิงด้วยหู และไม่ได้หมายความว่ารถคันที่ได้ทูนิงไปแล้วไม่มีความถี่ย่านไหนตกหายไป เพราะนี่คือ วิธีการทูนเสียงด้วยเครื่อง RTA
และไม่ได้เรียกร้องว่าจะได้ค่าที่ฟแลท แต่ต้องการว่าเครื่อง RTA อ่านออกมาแล้วได้ค่าคงที่ทุกค่า เพราะบางครั้งถ้าไม่ใช้เครื่องก็ไม่ทราบว่าช่วงความถี่ที่ 25 HZ หรือ 20 HZ หายไป สำหรับวิธีที่ดีก็คือ ช่วงความถี่แต่ละย่านอยู่ในเกณฑ์ +/-3 ดีบี
ส่วนการทูนด้วยหูนั้น เป็นเรื่องของความรู้สึกจากการฟังทั้งของลูกค้า หรือความชอบส่วนตัวแต่ผมไม่ได้เถียงว่าการทูนิงด้วยเครื่อง RTA สามารถให้เสียงที่ไพเราะกว่าการฟัง และไม่เชื่อเหมือนกันว่า การฟังสามารถจับความถี่ต่างๆ ได้ดีกว่าการใช้เครื่อง
เพราะฉะนั้นเครื่องมือกับมนุษย์จึงต้องสัมพันธ์กัน

เป็นอย่างไรบ้างครับกับคอลัมน์พิเศษ “เทคนิคการติดตั้ง และทูนเสียงแบบมืออาชีพ” มีรายละเอียดน่าสนใจอย่างไร และแต่ละร้านมีเทคนิคแบบไหนมาเล่าสู่กันฟังบ้างซึ่งทีมงานได้ไปสัมภาษณ์ร้าน PTJ AUTO SALON ที่พูดไว้น่าฟังมาก เป็นข้อคิด
ที่นำมาฝากให้ผู้อ่านได้รู้ถึงเนื้อหาสาระที่มีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย

 

ขอขอบคุณ PTJ AUTO SALON ที่ให้การสนับสนุนข้อมูลในครั้งนี้



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการ
ภาพโดย : ราชวัตร แสงจันทรา
นิตยสาร CAR STEREO ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2549
คอลัมน์ : สนทนาเครื่องเสียง
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/aikhn
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th