บทความ

PERFORMANCE


SPEAKER
ลำโพงแยกชิ้น 2 ทาง 6 1/2″
ทนกำลังขับต่อเนื่อง 60 วัตต์
ครอสส์โอเวอร์ 12 ดีบี/ออคเทฟ
“เปิดมิติ และเวทีเสียงด้านหน้า”

PERFORMANCE เครื่องเสียงไฮเอนด์ที่เน้นคุณภาพมาโดยตลอด ล่าสุดผลิตชุดลำโพง ME SERIES เพื่อตอบรับกับกระแสการฟังเพลงที่เน้นรายละเอียดเสียงมากขึ้น โดยเฉพาะมิติ และเวทีเสียงทางด้านหน้าทั้งในแบบฟรอนท์สเตจ หรือเสริมเรียร์ฟิลล์ ซึ่งไม่เพียงแต่แค่นั้น ความไวสำหรับชุดคาร์เธียเตอร์ ก็ตอบรับได้อย่างดี ทางทีมงานเลยนำเอารุ่น 265 ME มาลองเสียงกัน

 

ลักษณะเด่น

265 ME เป็นลำโพงประเภทแยกชิ้น 2 ทาง ที่ทนกำลังขับต่อเนื่องได้ 60 วัตต์ (RMS) และทนกำลังขับสูงสุด (PEAK) 100 วัตต์ ที่ความต้านทาน 4 โอห์ม รูปลักษณ์ออกแบบมาได้ลงตัวในแบบไฮเอนด์ ด้วยโครงสร้างโลหะปั๊มขึ้นรูปพ่นทราย ขา 4 ก้าน น้ำหนักเบา
แกร่งทนทาน แม่เหล็กเคลือบ MICRO BEADS ขั้วต่อสายลำโพงแบบเสียบหรือเชื่อมตะกั่วด้วยความลึกติดตั้งเพียง 2 3/4″

กรวยวูเฟอร์ขนาด 6 1/2″ ผลิตจากเส้นใยธรรมชาติ เคลือบด้วยสารพิเศษ พร้อม MICRO BEADS ตอบสนองความถี่ต่ำได้ดี ดัสต์แคพหัวลูกปืน เซอร์ราวน์ดยาง หล่อขึ้นรูปแบบชิ้นเดียวกับแกสเกท เพื่อการเคลื่อนขยับของกรวยลำโพงที่ต่อเนื่องดียิ่งขึ้น วอยศ์คอยล์ทนความร้อนสูงสไปเดอร์ลอนขนาดเล็ก นุ่มนวลระดับกลาง ทำให้ได้เสียงกลาง/เบสส์สมจริง และเป็นธรรมชาติ

ทวีเตอร์ขนาด 1″ โดมแบบผ้าไหม เลือกใช้แม่เหล็กนีโอไดเมียมให้เส้นแรงแม่เหล็กสูงตอบสนองความถี่สูงได้ราบเรียบ นุ่มนวล ติดตั้งในบลอคปรับมุมได้ มีสายลำโพงในตัว ส่วนตัวพาสสีฟ ครอสส์โอเวอร์ ออกแบบพิเศษ บรรจุในกล่องพลาสติค มีโลโกไดมอนด์คัทดูสวยงามใช้อุปกรณ์อีเลคทรอนิคส์คัดเกรด ขั้วต่อสายลำโพงแบบสกรูบีบชุบทอง สามารถเลือกระดับสัญญาณทวีเตอร์ได้ 0/-3/-6 ดีบี มีระดับความลาดชัน 12 ดีบี/ออคเทฟ

 

คุณภาพเสียง

ในการทดสอบ ทีมงานติดตั้งลำโพงคู่นี้ลงในตู้ปิดปริมาตร 0.3 ลูกบาศก์ฟุต อัดใยแก้วพอประมาณ ขับด้วยเพาเวอร์แอมพ์ ป้อนสัญญาณจากซิงเกิล/ซีดีในชุดอ้างอิง ปรับระดับสัญญาณทวีเตอร์ในพาสสีฟ ครอสส์โอเวอร์ที่ 0 ดีบี ไม่ใช้อุปกรณ์ปรับแต่งเสียง ปรับภาคอีควอไลเซอร์ที่ฟรอนท์เอนด์เป็นแฟลท

จากกราฟทดสอบ เพาเวอร์แอมพ์คู่นี้ ตอบสนองความถี่ได้ต่อเนื่อง อยู่ในช่วง 50-20,000 HZ และอยู่ในเกณฑ์ดี เสียงเบสส์ลงได้ลึก 50 HZ ระดับเสียง 90 ดีบี ทำให้ได้เสียงเบสส์ขนาดกลางลูกหนักหน่วงชัดเจน ต่อเนื่องถึง 63 HZ ที่ความถี่ 80-315 HZ ระดับเสียงเกาะกลุ่มกันดีที่ 90 ดีบี มีจุดเดียว 125 HZ ระดับเสียง 87 ดีบี จึงได้เสียงเบสส์ที่มีเนื้อหาฟังออกง่ายโดยเฉพาะลูกเบสส์กระชับรัวรวดเร็ว ขึ้นไปถึงเสียงกลาง

ความถี่ 400-630 HZ ระดับเสียง 93 ดีบี เป็นเสียงกลางที่มีความโดดเด่นชัดนำ และที่ 800 HZ ระดับเสียง 96 ดีบี โดดเด่นกว่าช่วงอื่นๆ ความถี่ 1,000-1,600 HZ ระดับเสียง 90-93 ดีบี ลดระดับลง ความถี่ 2,000-4,000 HZ ระดับเสียง 87 ดีบี เกาะกลุ่มกันดี
ทำให้ได้เสียงกลางสูง ต่อเนื่องเสียงแหลมที่พลิ้วใสต่อเนื่องกลมกลืนกัน

ความถี่ 5,000-10,000 HZ ระดับเสียง 87-90 ดีบี ทำให้มีเสียงแหลมที่สดใสน่าฟังและในช่วงปลายที่ความถี่ 12,500-16,000 HZ ระดับเสียง 93 ดีบี มีความบาดลึก ในช่วงปลายเสียงอยู่ที่ 90 ดีบี เมื่อทดลองฟังดนตรีแนว POP/JAZZ/ROCK ให้เสียงดนตรีออกมากลมกลืนดี โดยเฉพาะเสียงเบสส์ตอบรับได้ทุกรูปแบบ มีเนื้อหาและน้ำหนัก เสียงร้องชัดนำเปิดปาก แหลมพลิ้วใส โดดเด่นในช่วงโซโลเน้น

 

ความคุ้มค่า

รุ่นนี้เป็นลำโพงแยกชิ้น 2 ทาง ที่ตั้งใจผลิตออกมา สังเกตได้จากวัสดุ และการเก็บงานที่ประณีตโดยเฉพาะลักษณะเสียงที่มีความโดดเด่นในตัวเอง ตอบรับได้กับทุกแนวดนตรี ด้านพละกำลังก็พอตัว ฟังสบายในรถ จึงเป็นอีกคู่ที่ทำได้หลายหน้าที่ ทั้งเน้นมิติ เวทีเสียงด้านหน้าเสริมเรียร์ฟิลล์ หรือเป็นเซอร์ราวน์ดได้ตามต้องการ

 

ลำโพง PERFORMANCE รุ่น 265 ME
รายละเอียดทางเทคนิค
ประเภทลำโพง แยกชิ้น 2 ทาง
ทนกำลังขับต่อเนื่อง 60 วัตต์
ทนกำลังขับสูงสุด 100 วัตต์
ขนาดวูเฟอร์ 6 1/2"
วัสดุกรวย เส้นใยเคลือบสารพิเศษ
เซอร์ราวน์ด ยาง
ทวีเตอร์ 1" ซอฟท์โดม
ความถี่ตอบสนอง 50-20000 HZ
ความลาดชันครอสส์โอเวอร์ 12 ดีบี/ออคเทฟ
ราคา 6000 บาท


------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์
ภาพโดย : จินดา ลัยนันท์
นิตยสาร CAR STEREO ฉบับเดือน มกราคม ปี 2548
คอลัมน์ : ทดสอบเครื่องเสียง
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/D4Gd1

Follow autoinfo.co.th