บทความ

ชุดเครื่องเสียงสำหรับฟัง


ฉบับนี้ทีมงานมีบทสรุปสำหรับชุดฟังโดยเฉพาะ มาให้แฟนๆ ได้สัมผัสกัน ซึ่งจะอ้างอิงกับระบบต่างๆ เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น และเรียงลำดับตั้งแต่ระดับง่ายๆ กับนักเล่นเครื่องเสียงมือใหม่ที่ไม่ต้องการเพิ่มเติมอะไรมาก จนถึงระบบไฮเอนด์ยากๆ ที่ต้องคำนึงถึงสภาพอคูสติคในรถ และลักษณะของเสียงดนตรี โดยมีตำแหน่งการติดตั้งเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

 

HI-POWER

เป็นระบบทั่วไปที่ง่าย อย่างรถใหม่ที่ออกจากโรงงานมาเกือบทั้งหมดเป็นระบบนี้ โดยมีซิงเกิล/ซีดีขับลำโพง 2 คู่ การปรับปรุงระบบที่ง่ายที่สุดคือ เปลี่ยนลำโพงทั้ง 2 ชุด เลือกให้มีขนาดพอดี หรือใกล้เคียง เพื่อให้ติดตั้งได้ง่าย เป็นแยกชิ้น หรือโคแอกเซียลก็ได้ แต่ถ้าเป็นโคแอกเซียล ขอให้แยกทวีเตอร์ขึ้นมาอยู่บนคอนโซล จะได้เวทีเสียงที่สูงขึ้น

ถ้าต้องการเวทีเสียงด้านหน้าที่ชัดเจน ให้เพิ่มขนาดลำโพงมิดเบสส์ไม่ต่ำกว่า 5″ ลำโพงชุดหลังวูเฟอร์ไม่ต่ำกว่า 6″ หรือ 6″x9″ คุณจะเค้นเสียงเบสส์ได้พอประมาณ แต่ต้องลดระดับกลาง/แหลมชุดหลังลง มิเช่นนั้น เสียงจะขึ้นไปอยู่บนศีรษะแทนด้านหน้า ถ้ามีพรีแอมพ์จะง่ายต่อการปรับแต่ง โดยปรับ FADER มาที่ฟรอนท์ 3 ดีบี

 

HI-POWER+SUB

คล้ายๆ กับระบบแรก เพียงแต่ต้องการเสียงเบสส์มากขึ้น ให้เพิ่มแอมพ์ขับซับอีก 1 ตัว ประมาณ 150-300 วัตต์ กับซับวูเฟอร์ 8″-10″ ข้างเดียว การติดตั้งซับทำได้ 2 วิธี คือ ติดที่แผงเรียร์เดคแบบฟรีแอร์ กับติดตั้งในตู้ปิดท้ายรถ ให้ตัดซับไม่เกิน 250 HZ เพื่อไม่ให้โด่งเกินไป ถ้าชอบเนื้อหาเบสส์ เลือกกรวยกระดาษอัด ถ้าชอบเบสส์กระชับเลือกโพลีโพรไพลีน ข้อสำคัญอยู่ที่การปรับแต่งเสียง โดยต้องไม่ให้เสียงเบสส์โด่งเกินกลาง/แหลมชุดหน้า ลองใช้เพลงที่มีเบสส์เยอะๆ ถ้าไม่บวมเบลอ ถือว่าใช้ได้ ค่อยๆ ปรับไป เพราะเมื่อปรับผิดแล้ว แก้ไขใหม่ได้เสมอ

 

SINGLE-AMP

เป็นระบบที่ไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไร แต่บางครั้งฟังแบบ HI-POWER ความดังไม่เพียงพอเพราะเมื่อเค้นเกินขีดจำกัด จะเกิดความผิดเพี้ยนของเสียง เพราะวิทยุโดยทั่วไป มีกำลังขับจริงไม่เกิน 20 วัตต์/แชนแนล ระบบนี้ง่ายครับเพียงแต่วิทยุต้องมีพรีเอาท์ 1-2 ชุด และเพิ่มแอมพ์ 2 หรือ 4 แชนแนล ขับชุดลำโพง 1 หรือ 2 ชุด ที่ติดตั้งอยู่ ข้อสำคัญคือ เลือกวัตต์ชุดลำโพงกับแอมพ์ให้ใกล้เคียงกัน

 

BI-AMPS

เป็นระบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยจะแยกสัญญาณกลาง/แหลม และซับวูเฟอร์ออกจากกันจากเดิมที่ต้องใช้อีเลคทรอนิคส์ ครอสส์โอเวอร์ ตัดสัญญาณก่อนเข้าแอมพ์ ปัจจุบันสามารถใช้ครอสส์โอเวอร์ในแอมพ์ได้เลย จะใช้แอมพ์แยกกันหรือไม่ก็ได้ โดยแอมพ์ 2/4 แชนแนล ขับลำโพงกลาง/แหลม และแอมพ์ 2 แชนแนลขับซับ 1-2 ข้าง ผมขอแนะนำ 2 ระบบคือ ใช้แอมพ์ 4 แชนแนล 1/2 ขับลำโพงกลาง/แหลมชุดหน้า 3/4 บริดจ์โมโนขับซับวูเฟอร์ข้างเดียว ใช้ไฮเพาเวอร์ชุดหลังขับลำโพงกลาง/แหลมชุดหลัง ตัดซับไม่เกิน 250 HZ และเปิดลำโพงชุดหน้าให้ดังกว่าชุดหลัง 3-6 ดีบี เน้นให้ตีตู้ซับแบบปิดท้ายรถ อีกชุดคือใช้แอมพ์ 5 แชนแนล 1/2 ขับลำโพงชุดหน้า 3/4 ขับลำโพงชุดหลัง และแชนแนล 5 ขับซับวูเฟอร์ข้างเดียว ตัดซับ ตีตู้ และปรับทูนเหมือนกัน จะได้เสียงแบบฟรอนท์เสตจ เรียร์ฟิลล์ มีเนื้อหาเบสส์

 

TRI-AMPS

เป็นระบบที่ยาก และนักเล่นหลายๆ คนปรารถนา แต่สิ่งสำคัญคือ การเลือกจุดตัดความถี่ครอสส์โอเวอร์ ทั้งโลว์พาสส์ แบนด์พาสส์ ไฮพาสส์ที่เหมาะสม ทั้งกับชุดลำโพง และสภาพอคูสติคในรถโดยจะไม่ใช้พาสสีฟ ครอสส์โอเวอร์เดิม คุณสามารถตัดความถี่กลาง/แหลมได้ที่ 2,500-4,500 HZ ตัดแบนด์พาสส์มิดเบสส์ได้ที่ 60-250/2,500-4,500 HZ และเลือกตัดซับได้ที่ 60-250 HZ โดยจุดตัดจะต้องสอดคล้องกันนะครับ อีกสิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ ตัวเลขวัตต์ของแอมพ์ และชุดลำโพงต้องแมทช์กัน มิเช่นนั้นมิดเบสส์ และทวีเตอร์อาจเสียหายได้ การเลือกจุดตัดให้เลือกสำหรับลำโพงก่อน แล้วจึงเลือกสำหรับสภาพห้องโดยสาร โดยให้ค่าผันแปรไม่เกิน +/-50 HZ ชุดแนะนำ ให้ใช้แอมพ์ 4 แชนแนล 1 เครื่อง ขับชุดลำโพงกลาง/แหลมแยกชิ้น แบบตัวต่อตัวตัดความถี่กลาง/แหลมที่ 3,500-4,000 HZ แอมพ์ 2 แชนแนล ขับซับวูเฟอร์ขนาด 10″ ข้างเดียวติดตั้งในตู้ปิด หากต้องการเรียร์ฟิลล์ให้เพิ่มแอมพ์ 4 แชนแนลอีก 1 เครื่อง ขับลำโพงแยกชิ้นชุดหลังแบบตัวต่อตัวเช่นกัน

 

MULTI-AMPS

เป็นระบบที่ไม่ค่อยได้รับความนิยม และยากกว่า TRI-AMPS คุณสามารถเพิ่มเติมระบบเพื่อแยกช่วงสัญญาณออกมากกว่า 3 ช่วงได้ หรือจะให้ลำโพงแต่ละดอกตอบรับความถี่แต่ละช่วงที่ขาดหายก็ได้ การออกแบบระบบจะคำนึงถึงสภาพอคูสติคในห้องโดยสารเป็นสำคัญ คือ เมื่อคุณจัดชุดแล้ว เสียงตรงจุดไหนหายไป ก็จะตัดช่วงความถี่เฉพาะ และบูสต์สัญญาณได้ เป็นระบบที่ยุ่งยาก ซับซ้อน แต่ท้าทาย ไม่แนะนำครับ ถ้าจะติดตั้งระบบนี้ เพิ่มอีควอไลเซอร์ขนาด 30 แบนด์มาปรับแต่งจะง่ายกว่า

 

ตำแหน่งติดตั้ง

สำหรับการติดตั้งจะแยกออกตามประเภทลำโพง เริ่มจากมิดเบสส์ และวูเฟอร์ คู่หน้าส่วนใหญ่มีข้อจำกัดที่แผงประตู แต่ถ้าปรับมุมได้ แนะนำให้ปรับขึ้นมาหาผู้ฟัง ส่วนตำแหน่ง KICK PANEL ถ้าไม่เกะกะจะได้เสียงที่ดีกว่า สำหรับคู่หลังลงแผงประตูได้เลย แต่ถ้าเป็นเรียร์เดค ควรแยกให้ห่างกัน ทวีเตอร์ สามารถติดตั้งได้หลายตำแหน่ง คือ วางบนคอนโซลหน้า มุมกระจก A-PILLAR และ KICK PANEL ถ้าปรับมุมเข้าหาผู้ฟัง ต้องไม่มีอะไรบัง หากวางห่างจากหูไปด้านหน้าจะได้ความลึก หากวางสูงขึ้นจากหูจะได้เวทีเสียงที่สูงขึ้น สำหรับชุดหลัง สามารถติดตั้งที่แผงประตูร่วมกับมิดเบสส์/วูเฟอร์ได้ แต่ถ้าติดตั้งเรียร์เดค ให้วางไว้ใกล้ๆ กับมิดเบสส์/วูเฟอร์ ส่วนซับวูเฟอร์ ถ้าไม่ติดปัญหาด้านเนื้อที่ ให้ตีตู้ปิดขนาดเล็กไว้ท้ายรถ ตำแหน่งใดก็ได้ โดยต้องมีช่องให้เสียงเบสส์ออกทางเรียร์เดค เส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 3″ สำหรับท่านที่ต้องการตีตู้สูตรแบบเปิด และแบนด์พาสส์ ไม่มีข้อจำกัดครับ ขอเพียงให้ได้ตามสเปคลำโพงเป็นอันใช้ได้

 

บทสรุป

ไม่ว่าคุณจะติดตั้งระบบเสียงแบบใดสำหรับฟัง สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องฟังแล้วเพลิดเพลินไม่เครียดเมื่อฟังนานๆ ไม่ระคายหู หรือเหนื่อยล้า การปรับทูนเสียง ควรเลือกแนวดนตรีที่ชอบเป็นหลัก เพราะระบบเสียงที่ดีสำหรับแนวดนตรีหนึ่ง อาจไม่เหมาะกับอีกแนวดนตรี ให้คุณเชื่อหูตัวเอง
แล้วจะมีความสุขระหว่างขับรถครับ



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการ
นิตยสาร CAR STEREO ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2547
คอลัมน์ : พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/cWYgL
อัพเดทล่าสุด
23 Oct 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
489,000
2.
1,199,000
4.
2,490,000
5.
479,000
6.
939,000
7.
24,500,000
8.
34,000,000
9.
23,795,000
12.
18,900,000
13.
18,999,000
14.
3,199,000
15.
3,399,000
16.
2,549,000
17.
4,499,000
18.
2,299,000
19.
3,199,000
20.
3,299,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th