บทความ

ตัดต่อพันธุกรรม


เราจะคุยถึงเรื่องเล็กๆ ที่ดูเหมือนว่าไม่น่าสนใจ แต่ถ้าตัดสินใจผิดพลาดอาจลุกลามเป็นเรื่องใหญ่โตจนแก้ไขได้ยาก นั่นคือเรื่อง จีเอมโอ หรือ จีเนทิคอลลี โมดิฟายด์ออกาไนซึมส์ (GMO: GENETICALLY MODIFIED ORGANISMS) คือ “การตัดต่อหรือตัดแต่งพันธุกรรมพืช” เรื่องเก่าที่นำมาเล่ากันใหม่เพราะหลายประเทศอนุญาตให้นำเทคโนโลยีนี้มาใช้ได้กับพืชไร่ เช่น ข้าวโพดแต่ต้องมีการควบคุมพื้นที่ ให้เป็นพื้นที่ปิด ไม่ให้ส่งผลต่อสภาพแวดล้อมสำหรับบ้านเรายังไม่อนุญาตให้ปลูก แต่สามารถซื้อผลผลิตได้

กลุ่มผู้ต่อต้าน GMO ก็เกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะร่างกายมนุษย์ซึ่งยังไม่มีการพิสูจน์ที่แน่ชัด GMO เป็นเทคโนโลยีชีวภาพที่จะมาตอบสนองต่อความต้องการบริโภคที่มีมากขึ้น ตามปริมาณประชากรโลกแต่ผลกระทบมีแน่นอน เพราะเป็นการตัดต่อพันธุกรรมผิดไปจากธรรมชาติ ส่งผลโดยตรงกับตัวพืชสภาพดิน แมลง รวมถึงสัตว์ และมนุษย์ที่บริโภคด้วย

ผลดีคือ พืชจะทนต่อสภาวะแวดล้อม และมีผลผลิตมากขึ้น ส่วนผลเสียยังพิสูจน์ไม่ได้เพราะไม่ทราบว่า จะส่งผลต่อดิน แมลง สัตว์ และมนุษย์อย่างไร ที่ผ่านมาถึงแม้การทดลองกับสัตว์และแมลง ไม่มีผลกระทบอะไรก็จริง แต่ก็ยังสร้างความเชื่อมั่นไม่ได้ เพราะระยะเวลาเพียง 4-5 ปี นั้นน้อยเกินไป ถ้าต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจน คงต้องใช้เวลาเท่ากันกับการคิดค้นเทคโนโลยีนี้ตั้งแต่แรกเริ่ม

ที่เกริ่นมานั้นตรงกันข้ามกับระบบเสียง การตัดต่อคงจะเป็นเรื่องดี ถ้าเรารู้จักปรับปรุงให้เหมาะสม เช่นการตัดต่อความถี่ที่ต้องการ การเพิ่มฟังค์ชัน หรือวงจรที่ทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในด้านอีเลคทรอนิคส์ ไม่มีผลเสีย มีแต่ดีขึ้นกับเสมอตัว เพราะสามารถถอดเปลี่ยนกลับคืนได้ทันทีหรือหูเสียความรู้สึกไปบ้าง พออารมณ์ดีก็กลับคืนมา

หลายท่านอาจสงสัยว่า มันเกี่ยวข้องกันอย่างไร กับที่ผมจะกล่าวถึง แต่เป็นเรื่องการวางระบบล่วงหน้าเพื่อที่จะเพิ่มเติมได้อย่างลงตัว และของเดิมก็ไม่เสียประโยชน์ เพียงแต่ต้องมีงบประมาณอีก 20-30 %ยกตัวอย่าง การซื้อแอมพ์ 4 แชนแนล มาขับลำโพง 1 คู่ สามารถเพิ่มเติมระบบได้มากกว่าแอมพ์ 2แชนแนล แต่ต้องไม่ให้เสียประโยชน์ โดยขับแบบตัวต่อตัว และสามารถเพิ่มซับวูเฟอร์ 1 ข้างหรือลำโพงอีก 1 คู่ได้ทันที ส่วนท่านที่มีงบประมาณจำกัด ผมว่าพร้อมเมื่อไหร่ ค่อยเปลี่ยนดีกว่า

สำหรับการตัดต่อความถี่ เป็นเรื่องของระบบที่สูงขึ้น ตั้งแต่ระบบ BI-AMPS ขึ้นไปเพื่อให้เหมาะสมกับดนตรีที่ชอบ และสภาพอคูสติคในรถแต่ละคัน มีส่วนสำคัญอยู่ 2 ส่วน คืสามารถเรียกเสียงชิ้นดนตรีที่หายไปให้กลับคืนมาได้ อีกส่วนคือบูสต์ความถี่ที่จมหายจากตำแหน่งการติดตั้งขึ้นมาเสริมได้ ทั้ง 2 ส่วน คล้ายๆ กัน ตรงที่ทำให้ตำแหน่งผู้ฟังได้อรรถรสทางดนตรีสมบูรณ์แบบมากขึ้น

ในแง่ของตัวสินค้า การตัดต่อความถี่มีผลต่อลำโพงเพราะทำให้ตัวลำโพงทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น และที่สำคัญที่สุด คือทำให้ไม่เกิดความเสียหายต่อลำโพง เนื่องจากการออกแบบลำโพงแต่ละขนาดตอบรับช่วงความถี่ได้ไม่เท่ากัน โดยเฉพาะมิดเรนจ์ขนาด 3″-5″ และวูเฟอร์ 4″-6ลงได้ในความถี่ต่ำที่ต่างกัน หากเค้นให้ทำงานในช่วงเกินขีดความสามารถก็จะทำให้เกิดความเสียหายได้ ส่วนรายละเอียดจะนำเสนอในโอกาสต่อไป

ปิดท้ายด้วยข่าวดีสำหรับแฟนๆ “CAR STEREO” ตั้งแต่ฉบับพฤษภาคม 2547เราจะมีการปรับเปลี่ยนรูปโฉมใหม่ เพิ่มหน้าสี และเนื้อหา ตามคำแนะนำของแฟนๆที่ตอบแบบสอบถามเข้ามา และในโอกาสดีๆ นี้ จะขอปรับราคาขึ้นอีกเล็กน้อยด้วยตามคุณภาพที่เพิ่มขึ้น คอยติดตามกันได้ครับ



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์
ภาพโดย : อมฤต สูญพ้นไร้
นิตยสาร CAR STEREO ฉบับเดือน เมษายน ปี 2547
คอลัมน์ : เปิดสวิทซ์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/PJsKa

Follow autoinfo.co.th