บทความ

แนวโน้มระบบไฟ 42 โวลท์


เริ่มจากต้นปี 2004 นี้ อุตสาหกรรมรถยนต์ในสหรัฐอเมริกา จะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงระบบ
ไฟฟ้าในรถยนต์ เป็นไฟมาตรฐานใหม่แรงดัน 42 โวลท์ จากแบทเตอรี 12 โวลท์ (14 โวลท์
ที่อัลเทอร์เนเตอร์) ทั้งนี้ได้ตั้งเป้าไว้ในช่วงแรกประมาณปี 2010 สัดส่วน 25-30 เปอร์เซนต์
ของรถใหม่ จะใช้ระบบไฟ 42 โวลท์ และจะครบ 100 เปอร์เซนต์ ในปี 2020

ระบบไฟ 42 โวลท์ จะช่วยให้รถมีน้ำหนักเบามาก ทำให้รถประหยัดน้ำมันขึ้น เนื่องจากมีการ
เปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ในรถให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในขนาดที่กะทัดรัดลง
รวมถึงการใช้แอมพ์ของเครื่องเสียงรถยนต์ สามารถลดข้อจำกัดเดิมๆ ในระบบไฟ 12 โวลท์
ไปได้มาก

บรรดาบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ กับซัพพลายเออร์ในยุโรป และอเมริกาเห็นพ้องต้องกันว่า ต้องมี
การเปลี่ยนแปลงมาตรฐานของระบบไฟฟ้าในรถยนต์ใหม่ ให้เป็นแบบ 36 โวลท์
(42 โวลท์ ที่อัลเทอร์เนเตอร์) โดยครอบคลุมทั้ง 3 ส่วน คือ เอาท์พุทแบทเตอรีทั้ง 2 ลูก
จาก 12 เป็น 36 โวลท์ และเอาท์พุทโวลเทจ อัลเทอร์เนเตอร์จาก 14 เป็น 42 โวลท์
ส่งผลให้รถยนต์รุ่นใหม่ต้องมีแบทเตอรี 2 ลูก ไว้ในรถ คือ ขนาด 12 โวลท์
และขนาด 36 โวลท์

ทั้งนี้รวมถึงเซอร์กิท 12 โวลท์ ในตัวรถทั้งหมดก็ยังคงไว้อยู่ เพียงแต่เพิ่มเซอร์กิทใหม่
เข้ามา แม้ว่าจะมีต้นทุนการผลิตที่แพงขึ้น แต่ทางผู้ผลิตก็ยังคงต้องการอนุรักษ์ไว้อยู่
สำหรับบรรดาผู้ผลิตอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ ก็มีการเคลื่อนไหว เพื่อรองรับกับระบบไฟ
42 โวลท์ ใหม่นี้ ไม่ว่าจะเป็นระบบนำทางที่ติดตั้งบนแผงหน้าปัด ทีวีบนด้านหลังพนักพิง
เบาะ คาดว่ารถยนต์ที่จะปรับเปลี่ยนเพื่อการรองรับระบบไฟ 42 โวลท์นี้ น่าจะเป็นรถ
ประเภทเอสยูวีขนาดใหญ่ รวมถึงรถพรีเมียมลักชัวรี และรถไฮบริด

การเลือกใช้ลำโพงอิมพีแดนศ์ต่ำมากๆ วูเฟอร์แบบพาราลเลล และบริดจ์แอมพลิฟายเออร์
ในระบบเครื่องเสียงรถยนต์ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องธรรมดาในทุกวันนี้ และดูเหมือนว่าเราจะ
เคยชินกับการเลือกใช้ของแพงๆ เหล่านี้กันไปแล้ว เราเคยนึกเอะใจถึงราคาของเครื่องเสียง
ที่แพงเกินไป การด้อยค่าของเสียง และความสลับซับซ้อนของวงจรไฟกันหรือไม่ ทั้งนี้เพราะ
การออกแบบ และเลือกเซอร์กิทแอมพ์ยังต้องยึดติดกับเพาเวอร์ซัพพลาย 12 โวลท์อยู่

จุดประสงค์ของแอมพ์ก็คือ ขยายสัญญาณที่มีหน่วยวัดเป็นวัตต์ ที่ได้จากการคูณโวลเทจกับ
แอมแปร์ เพราะเพาเวอร์ซัพพลายจำกัดไว้ที่ 12 โวลท์ เพาเวอร์ที่สูงขึ้น จึงต้องมาจากเคอร์
เรนท์เอาท์พุทที่สูงขึ้น เพื่อให้ได้กระแสที่ต้องการจากแอมพ์ ลำโพงจะต้องมีอิมพีแดนศ์ต่ำ
นึกถึงเพาเวอร์จากแอมพ์ที่ส่งมาตามท่อ เมื่อเพิ่มขนาดของท่อให้ใหญ่ขึ้น เพื่อลดความ
ต้านทานของสัญญาณลงครึ่งหนึ่ง จะทำให้เพาเวอร์ที่มากขึ้นไหลผ่านไปได้ ขนาดของท่อเป็น
อนาลอกกับความต้านทานไฟฟ้า ท่อที่ใหญ่ขึ้นความต้านทานจะลดลง เป็นผลให้กระแสไหล
ผ่านได้ดีขึ้น

แม้ว่าผู้ออกแบบลำโพงจะติดในข้อจำกัดเรื่องของ 12 โวลท์ ด้วยขนาดของสายที่ใช้ใน
วอยศ์คอยล์ เป็นปัญหาหนักยิ่งกว่าการทำให้อิมพีแดนศ์ของลำโพงต่ำ ยิ่งถ้าคุณมีวูเฟอร์
จำนวนมากต่อแบบพาราลเลล หรือวูเฟอร์ที่มีวอยศ์คอยล์อิมพีแดนศ์ต่ำมากๆ เพื่อความ
แน่ใจกับระบบไฟ 42 โวลท์ ต้องมีการปรับค่าอิมพีแดนศ์ของลำโพงให้สูงขึ้น อย่างที่ใช้กับ
ระบบโฮมเธียเตอร์ สายลำโพงจะต้องทำงานได้ดี และมีการสูญเสียสัญญาณน้อยกว่าลำโพง
ที่มีอิมพีแดนศ์ต่ำสุดๆ

พิจารณาถึงการส่งเพาเวอร์ไปในระยะทางไกลๆ แม้ว่ากลุ่มของเพาเวอร์จะใช้สายเพาเวอร์
ไฮโวลเทจ และลดโวลเทจลงที่เพาเวอร์ซับสเตชัน ในส่วนของเพาเวอร์ และสัญญาณแอมพ์
เครื่องเสียงก็ยังคงมีปรากฏการณ์การสูญเสีย 12 R อยู่ ที่ๆ สูญเสียเพาเวอร์เป็นข้อด้อยของ
ไฮเคอร์เรนท์มากกว่าไฮโวลเทจ ดังนั้นระบบแอมพ์ 12 โวลท์ จึงส่งสัญญาณเครื่องเสียงที่มี
ไฮเคอร์เรนท์ (โวลเทจต่ำกว่า) และมีการเพิ่มการสูญเสียเพาเวอร์ให้กับลำโพง มากกว่า
ระบบแอมพ์ 42 โวลท์ ที่ส่งเพาเวอร์ในแบบเดียวกัน ยกเว้นเคอร์เรนท์ที่ต่ำกว่า โวลเทจที่สูง
กว่านี้ เป็นความจริงของระบบไฟในรถ การปรับโวลเทจให้สูงขึ้นจะต้องปรับเพาเวอร์ให้สูงขึ้น
ตามไปด้วย สายไฟก็ต้องรองรับเคอร์เรนท์ที่น้อยลง ดังนั้นสายต้องมีขนาดบาง และเบาลง

เมื่อสิ่งใหม่กำลังจะมาเยือนในไม่ช้า เพื่อตอบสนองต่อแอมพ์ที่มีขายอยู่ในตลาด จึงนำเทคนิค
ใช้ทรานซิสเตอร์ไฮเคอร์เรนท์เอาท์พุท มาต่อแบบพาราลเลลจำนวนมากๆ ซึ่งนอกจากจะสลับ
ซับซ้อนแล้ว ยังเป็นการแก้ปัญหาที่สิ้นเปลืองอีก วิธีง่ายๆ ที่จะดึงเพาเวอร์ให้มากขึ้นจากแอมพ์
12 โวลท์ ที่ใช้กันอยู่ก็คือ การต่อแบบบริดจ์ ในกรณีนี้แอมพ์ 2 แชนแนล จะทำงานเหมือน
แอมพ์แบบแชนแนลเดียว

ในอีกไม่ช้านี้สัญญาณเครื่องเสียงจะแบ่งลงไปที่ศูนย์กลาง โดยสัญญาณครึ่งหนึ่งจะส่งไปที่
แอมพ์ตัวแรก และอีกครึ่งที่เหลือจะถูกส่งไปที่แอมพ์ตัวที่ 2 เอาท์พุทของแอมพ์ทั้ง 2 ส่วนนั้น
จะบริดจ์เข้าด้วยกัน เพื่อสวิงโวลเทจให้สูงขึ้น ซึ่งให้ผลดี แต่ต้องใช้แอมพ์เป็น 2 เท่า สำหรับ
ระบบไฟใหม่ จะช่วยให้การต่อแอมพ์มีประสิทธิภาพมากขึ้น คือ ไม่ทำให้อิมพีแดนศ์ต่ำลง
และไม่ต้องบริดจ์ จึงไม่ต้องใช้แอมพ์หลายตัว

นอกจากแอมพ์ 12 โวลท์ ที่มีวัตต์ต่อแชนแนลสูงกว่า 70 วัตต์ (RMS) ผู้ออกแบบยังใช้
ทริคโดยซ่อนคอนเวอร์เตอร์ DC/DC ไว้ในตัวแอมพ์ ซึ่งเป็นวงจรที่สลับซับซ้อนมาก และ
ยังทำให้แอมพ์มีราคาแพงขึ้น เพาเวอร์อินพุท 12 โวลท์ (ความจริงเกือบจะ 14 โวลท์)
จากอัลเทอร์เนเตอร์ป้อนเข้าไปในแอมพ์ DC ซึ่งจะแปลง 12 โวลท์ ให้มีโวลเทจสูงขึ้น
โดยอาศัยไอซี และเซมิคอนดัคเตอร์จำนวนหนึ่งเข้าช่วย วิธีการนี้ ผู้ผลิตแอมพ์ในจีนนิยมใช้กัน

สำหรับมาตรฐานไฟ 42 โวลท์ ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการดังกล่าว เพราะระบบไฟในรถยนต์
จริงๆ นั้นก็คือ 14 โวลท์ ซัพพลายจริงๆ ในรถยุคใหม่ก็จะเป็นแบบ 42 โวลท์ ระดับเพาเวอร์
นั้นเทียบเท่ากับ 3 เท่าของปัจจุบัน บางทีช่วงสัญญาณจะมากกว่า 200 วัตต์ต่อแชนแนล
(RMS) เสียอีก ถ้าทริคทุกอย่างเหมือนการบริดจ์แอมพ์ และใช้ลำโพงอิมพีแดนศ์ต่ำ

จำไว้ว่าเพาเวอร์เป็นผลผลิตแอมแปร์ (เคอร์เรนท์) คูณโวลเทจ ดังนั้นแอมพ์จะใช้กระแส
12 แอมแปร์ที่ 12 โวลท์ ต้องการ 6 แอมแปร์ที่ 24 โวลท์ และต้องการ 4 แอมแปร์ที่ 36
โวลท์ ดังนั้นการควบ 3 ของโวลเทจ จะส่งผลให้ลดเคอร์เรนท์ลง 2 ใน 3 ในขณะที่ยังคง
กำลังขับเดียวกันอยู่ เป็นการช่วยให้ลดขนาดของแอมพ์ลง ยกตัวอย่างแทนที่จะทำ 70 วัตต์
ใส่ไว้ในโหลด 2 โอห์ม สามารถจำกัดโหลดไว้ที่ 4 โอห์ม แต่ยังคงทำได้ 70 วัตต์อยู่ และ
จำนวนของทรานซิสเตอร์ ที่จะนำมาต่อแบบขนาน ก็สามารถลดลงได้ด้วย เป็นผลให้แอมพ์
มีขนาดเล็กลง ราคาถูกลง

บางคนซีเรียสมาก กับการเลือกภาคขยายในเฮดยูนิท เพื่อให้ได้กำลังขับสูงๆ แต่สิ่งนี้จะ
เปลี่ยนไป ทุกอย่างจะง่ายขึ้น เฮดยูนิทสามารถที่จะรองรับ 15 วัตต์ต่อแชนแนล (RMS)
โดยมีดิจิทอลแอมพ์อยู่ในตัวเครื่อง ขนาดกะทัดรัด ตัวเครื่องร้อนน้อยมาก และยังมี 4
แชนแนล แยกในไอซีชิพ ตัวอย่างในระบบ 12 โวลท์ ก็คือ SONY รุ่น MEX-5 DI ที่ใช้
แอมพ์เทคโนโลยี CLASS T แบบ TRIPATH เอาท์พุทสูง 70 วัตต์x4 ในขนาดตัวเครื่อง
1-DIN หลับตานึกภาพถึง 42 โวลท์ ที่กำลังจะมีในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า อาจมีกำลังถึง 200
วัตต์x4 (RMS)

เพื่อความแน่ใจว่าระบบไฟ 42 โวลท์ ในรถยนต์ กำลังจะมีครั้งแรกในรถเอสยูวี รถลักชัวรี
สมรรถนะสูง และรถไฮบริดน้ำมัน/ไฟฟ้า แต่ก่อนที่จะถึงเวลานั้นคงได้เห็นแอมพ์ 42 โวลท์
ออกมายลโฉมกันก่อนตัวรถจริง บริษัทผู้ผลิตแอมพ์ที่ชาญฉลาดกว่า กำลังมองหาความเป็น
ไปได้ในตัวผลิตภัณฑ์นี้



------------------------------
เรื่องโดย : วิโชค
ภาพโดย : CAR AUDIO AND ELECTRONICS
นิตยสาร CAR STEREO ฉบับเดือน มกราคม ปี 2547
คอลัมน์ : ลับเฉพาะ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/VuPNY

บทความที่เกี่ยวข้อง

ROCKET SOUND ติดตั้งชุดเครื่องเสียง แดนปลาดิบ
GOLDENKEY จัดชุดเสียงดังฟังไพเราะ
GOLDENKEY จัดหนักชุดเสียง ระดับ VIP
สากลเทคนิค จัดชุดเสียง SQ ใน เรนจ์ โรเวอร์ อีโวค
ROCKET SOUND จัดชุดเสียงบแรนด์เดียว ใน โตโยตา วีออส
GOLDENKEY โชว์คาร์เอนเตอร์เทนเมนท์ชุดเล็ก
อัพเดทล่าสุด
27 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,549,000
3.
1,749,000
4.
2,249,000
5.
4,590,000
6.
1,999,000
7.
3,990,000
8.
3,065,000
9.
2,790,000
10.
5,490,000
11.
1,354,000
12.
3,399,000
13.
750,000
14.
1,129,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th