บทความ

ดูโรงงาน


JL AUDIO ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 110,000 ตารางฟุต ในเมืองมิรามาร์ (MIRAMAR) รัฐฟลอริดาที่เป็นทั้งบ้านเกิด และที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ ประกอบลำโพง ตู้คาบิเนท ทั้งจาก
ไม้ ไฟเบอร์กลาสส์ และเป็นที่คิดค้นวิศวกรรมทางด้านลำโพง ส่วนที่ฟีนิกซ์ (PHOENIX) รัฐอริโซนา ใช้เป็นแผนกอีเลคทรอนิคส์ รวมงานด้านวิศวกรรม แผนกกระจายสินค้า
และแผนกซ่อมผลิตภัณฑ์ พวกวิศวกรจะขึ้นตรงกับ ลูกีโอ โปรนี (LUCIO PRONI) ซีอีโอ และประธานบริษัท ที่นำทีมเพื่อรวบรวมสิทธิบัตรในสหรัฐอเมริกาถึง 10 อย่างซึ่งเป็นเทคโนโลยีลำโพงและแอมพ์

JL AUDIO เข้าสู่วงการเครื่องเสียงรถยนต์ในปี 1994 เปิดตัวโดยส่งซับวูเฟอร์รุ่น W 6 เข้าแข่งขันในตลาดระดับราคาขายปลีก ต่อมาในปีนั้นเอง ได้ทำการวิจัย และพัฒนาจนได้รุ่น W 7 แต่ก็ไม่รีบร้อนนำออกขายในตลาด มีการพัฒนานำเอาความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีในการออกแบบลำโพงมาใช้ เน้นที่ความแข็งแกร่ง และคิดค้นเทคโนโลยีที่เหนือคู่แข่ง มีการคิดค้นทำต้นแบบ ทดสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุด

ค่ายนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 1975 ด้วยหุ้นส่วน 2 คน คือ ลูกีโอ โปรนี และเจมส์ เบิร์ช (JAMES BIRCH) ผลิตภัณท์แรกๆ ของบริษัทเป็นพวกลำโพงบ้าน ที่ใช้เมื่อสมัยคนไว้ผมยาว สวมกางเกงยีนส์ขาบานๆ ต่อมาปลายปี 1970 มีการปฏิวัติเครื่องเสียงรถยนต์จึงได้ตัดสินใจทุ่มทุนทั้งหมดกับการผลิตลำโพงรถยนต์ และตั้งร้านขายปลีกที่ฮอลลีวูดรัฐฟลอริดา ในปี 1977 หุ้นส่วนได้จดทะเบียนเป็นบริษัทเรียกว่า สปีเกอร์ แวร์เฮาส์ (SPEAKER WAREHOUSE) หรือ SW ตอนแรกๆ เน้นที่การซ่อมลำโพง ผลิตชิ้นส่วนลำโพง ครอสส์โอเวอร์ รวมไปถึงระบบลำโพงสำเร็จรูป ในช่วงนี้เองที่ JL AUDIO ยังคงทำงานเป็นอิสระจาก SW ในขณะที่ลูกจ้างปัจจุบันหลายๆ คน ยังคงทำงานกับ โปรนี ที่บริษัท

SW เป็นร้านยุคบุกเบิกในสมัยนั้น ที่เริ่มมีการทดลองใช้ลำโพง และตู้ซับในรถยนต์ ดัดแปลงเอาเครื่องเสียงบ้านมาใช้กับรถยนต์ ในช่วงต้นปี 1980 ได้เข้าสู่ตลาดด้วยรุ่นของตู้ลำโพงที่เรียกว่า เพาเวอร์เวจส์ (POWERWEDGES) มีขนาดกะทัดรัด เหมาะสมกับลำโพงทุกรุ่นซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในตลาดฟลอริดา

พอมาถึงปี 1988 G&S REDLINE CO., LTD. ได้แนะนำ เวสต์โคสต์ เฟเวอร์ (WEST COAST FLAVOR) เข้าแข่งขันในตลาด ซึ่งสร้างความลำบากใจให้กับ JL AUDIO เป็น
อย่างมาก เนื่องจากทางบริษัทเน้นการใช้ดาราดังๆ ร่วมโพรโมทผลิตภัณฑ์ ในที่สุด SW ก็ได้เข้าร่วมงานประกวดเครื่องเสียง จนคว้ารางวัลที่ 1 มาถึง 4 รางวัล และได้รางวัล “ที่สุดแห่งงานโชว์” ด้วยการใช้รถประกวดที่ติดตั้งซับวูเฟอร์ JL AUDIO ทั้งคัน และนั่นเป็นจุดเปลี่ยนแปลงจนทำให้หลายๆ คน ถามหาผลิตภัณฑ์ของค่ายนี้

รอบสุดท้ายของการแข่งขันปลายปี 1989 JL AUIO ได้รางวัลการติดตั้ง และคุณภาพเสียงดีเด่นจากงาน “แคลิฟอร์เนีย สไตล์” ที่จริงแล้วในงานนั้น ได้ถ้วยรางวัลที่ 1 มาถึง 7 รุ่น ชัยชนะที่ได้ทั้งหมดเป็นผลมาจากการวางแผน ความสำเร็จเป็นผลมาจากผลิตภัณฑ์ ผลพวงที่ตามมาคือ เกิดธุรกิจที่มีการควบคุมดีเลอร์ โดยผ่านระบบเรเฟอเรนศ์ แมนูเอลส์ (REFERENCE MANUELS) ที่มีการพูดคุยและแนะนำ ช่วยให้มีการเปลี่ยนแปลงในทางอุตสาหกรรมมีการจัดตั้งเป็นบริษัทที่เน้นทางด้านวิศวกรรมครอบคลุมทุกอย่าง

ปรัชญาในการออกแบบของ โปรนี ที่ใช้กับ W7 ก็คือ LESS IS MORE หรือน้อยกว่าคือมากกว่า ที่เริ่มต้นด้วยการพัฒนาเซอร์ราวน์ดสำหรับโคนของลำโพงให้ดีขึ้น และมีโคนลอยแน่นอนว่าเทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิตลำโพงเป็นเรื่องจำเป็น โปรนี ทุ่มเทเวลาไปมากมายกับระบบสวิทชิง A/B ที่ใช้กับระบบเครื่องเสียงรถยนต์ที่จะนำไปสู่การจดสิทธิบัตรในวันข้างหน้า สิ่งที่ โปรนี เน้นเป็นพิเศษกับรุ่น W7 และอื่นๆ ของบริษัทนั่นก็คือ คุณภาพของเสียง

ค่ายนี้เป็นที่รู้จักกันในเรื่องของเสียงเบสส์ ผลิตภัณฑ์ที่ได้ต้องได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี ในการพูดคุยกับ โปรนี เขาไม่ยอมตอบตรงๆ ว่าชอบแนวเพลงแบบไหน แต่บอก
ว่าชอบที่จะฟังบ่อยๆ หลายๆ ครั้ง ในแต่ละอาทิตย์เขาซื้อซีดีมากถึง 30-40 แผ่น เพื่อดูว่ามีเพลงอะไรป้อนเข้ามาสู่ตลาดบ้าง แล้วดูว่ามีการลดค่าของคุณภาพเสียง ทั้งในตลาดเครื่องเสียง และคุณภาพของซีดีอย่างไร เพราะเขาเน้นเรื่องคุณภาพของเสียงมาก เสียงเบสส์ที่ดีไม่จำเป็นต้องดังเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคมเหมือนใบมีด หนักแน่นเหมือนรถดัมพ์มิดเรนจ์นั้นต้องคมเหมือนดาบของนินจา ส่วนไฮนั้นต้องให้รายละเอียดโครงสร้างอะตอมที่มีไมโครสโคพอีเลคตรอน ในขณะเดียวกันก็ต้องนุ่มเหมือนเสียงผิวปากของ นอราห์ โจนส์

ส่วนผู้ที่ใส่ใจกับคุณภาพเสียงเป็นพิเศษ ต้องสัมผัสกับ รุ่น W6 V2 และที่สุดของเทคโนโลยีลำโพงต้อง W7 ที่เพิ่มขีดความสามารถในการส่งคลื่นเสียงอีกกว่า 50 เปอร์เซนต์ เมื่อเทียบกับ W6 เดิม และมีการออกแบบที่เน้นความคลาสสิค ปัจจุบันผู้ที่คลั่งไคล้อยากได้ JL AUDIO มาใช้ สามารถหาซื้อได้ในราคาที่ไม่เกินเอื้อม แถมยังได้เทคโนโลยีที่ไม่ซ้ำใครอีกด้วย



------------------------------
เรื่องโดย : วิโชค
นิตยสาร CAR STEREO ฉบับเดือน กันยายน ปี 2546
คอลัมน์ : ลับเฉพาะ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/XozwN
อัพเดทล่าสุด
18 Nov 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
3.
524,000
4.
599,000
5.
3,599,000
7.
2,090,000
8.
2,229,000
9.
779,000
10.
3,590,000
12.
1,316,000
13.
1,749,000
15.
3,299,000
16.
5,399,000
17.
6,799,000
18.
3,249,000
19.
4,980,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th