บทความ

สรีรศาสตร์ของซับวูเฟอร์


ฉบับนี้ ผมมีเรื่องราวเกี่ยวกับโครงสร้างลำโพงมาให้อ่านกัน ซึ่งในข้อมูลนั้นเน้นไปที่ตัวซับวูเฟอร์ แต่โดยพื้นฐานของโครงสร้างลำโพงนั้นใกล้เคียงกัน จะแตกต่างกันก็ตรงที่ลักษณะการออกแบบ วัสดุที่เลือกใช้รวมไปถึงเทคนิคการสร้าง ประกอบขึ้นมาเป็นตัวลำโพง ซึ่งแน่นอนให้วัตต์ที่แตกต่างกัน และเอกลักษณ์ของเสียงที่แต่ละค่ายคิดค้นกันขึ้นมา

ลำโพงนั้น มีการพัฒนาเล็กๆ น้อยๆ ต่อเนื่องมาตลอดระยะเวลาสิบปีที่ผ่านมา จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้จากข้อมูลวิจัยพบว่า การรับกำลังขับของลำโพงเป็นเรื่องที่ผู้ผลิตลำโพงไม่เคยให้ความสนใจ (เมื่อ 5
ปีที่แล้ว) แต่ด้วยความล้ำหน้าทางด้านการออกแบบแอพพ์ที่ขยายกำลังขับให้สูงมาก ทำให้ผู้ผลิตลำโพงหันมาให้ความสนใจ ผลิตซับวูเฟอร์ที่สามารถรองรับกำลังขับสูงๆ จากแอมพ์ได้ ผลก็คือทำให้เกิดความเคลื่อนไหวในตลาดผู้ผลิตซับวูเฟอร์ มาแข่งกันผลิตลำโพงที่รับกำลังขับสูงได้ นับว่าตลาดส่วนนี้แข่งขันกันดุเดือดมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในการปฏิวัติเพื่อความก้าวล้ำหน้าทางด้านเทคโนโลยี ลำโพงนั้นมีอะไรบ้าง เราจะเจาะลึกถึงแต่ละชื้นส่วนของซับวูเฟอร์ ว่ามีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นส่วนโคน (CONE) บาสเกต
(BASKET) เซอร์ราวด์ (SURROUND) รวมไปถึงการจัดการอุณหภูมิ จุดประสงค์ของเราก็เพื่อทำความรู้จักชิ้นส่วนของซับวูเฟอร์แบบชิ้นต่อชื้น และหน้าที่ของแต่ละชื้นส่วน รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงเพื่อการทำ
งานที่ดีขี้น

ปะเก็น (GASKET)

ปะเก็นหน้าเป็นส่วนประดับตกแต่ง หรือส่วนด้านหน้าของซับวูเฟอร์ ความจริงแล้วปะเก็นนี้ทำหน้าที่เป็นตัวซีลวูเฟอร์กับบาฟเฟิลให้ติดแน่นกัน ในยุคแรกๆ ปะเก็นนี้ทำจากกระดาษอัดหรือไม้คอร์ค แล้วถึงค่อยพัฒนามาเป็นยาง โฟม พลาสติค ยางหล่อ และเหล็กหล่อ มีการแกะลายโลโก และแกะลายเหลือบแสงเลเซอร์เพื่อใช้ความสวยงามบนปะเก็นหน้านี้ เป็นตัวดึงดูดความสนใจ

ขอบ (SURROUND)

ขอบเซอร์ราวด์ของลำโพง ส่วนที่ยึดติดกับกรวย ทำมาจากวัสดุหลายชนิด ที่ใช้เป็นส่วนมากจะเป็นยางบูทิล(BUTYL) ซานโตเพรน EPDM หรือโฟมอัด ซึ่งวัสดุส่วนใหญ่หนีไม่พ้นมียาง และพลาสติคเป็นส่วนประกอบแต่โฟมอัดมีน้ำหนักที่เบามาก ทนร้อน ทนเย็นได้ดี หน้าที่หลักของเซอร์ราวด์นี้ก็คือ ยึดด้านบน หรือส่วนนอกของโคนไว้ เซอร์ราวด์ที่ดีต้องบาง และยืดหยุ่นได้ดีที่โวลูมสูงๆ บางยี่ห้อแข่งกันออกแบบทำเซอร์ราวด์ที่มีขนาดใหญ่เกินไป ซึ่งไม่ได้เป็นเครื่องบ่งชี้ว่า วูเฟอร์ที่มีเซอร์ราวด์ใหญ่จะใช้งานได้ดี

ดัสท์แคพ (DUST CAP)

ชิ่อก็บอกอยู่แล้วว่าฝาปิดกันฝุ่น อยู่ตรงกลางของลำโพง โดยอาจติดกาว หรือแปะปิดไว้ด้านบนเหนือวอยศ์คอยล์ เพื่อป้องกันสิ่งแปลกปลอม หรือฝุ่นละอองไม่ให้เข้าไปในแมกเนติคแกพที่วอยศ์คอยล์อยู่ ซึ่งสิ่งแปลกปลอมนี้ จะเข้าไปขัดขวางการเคลื่อนไหวของโคน และทำลายวอยศ์คอยล์ ดัสท์แคพนี้มีมาในหลายขนาดและหลายรูปแบบ บางชนิดก็มีลายนูนเป็นโลโก บางชนิดก็ซิลค์สกรีนเป็นโลโก หรือบางชนิดก็มีทั้งสองอย่าง

รูปร่างของดัสท์แคพมีผลต่อเสียงของลำโพง ซึ่งจะเห็นได้ชัดในลำโพงมิดเบสส์ และมิดเรนจ์ แต่สำหรับซับวูเฟอร์ จะเน้นที่ความแข็งแรงของวัสดุ เพื่อเป็นการเพิ่มความแข็งแรงให้กับดัสท์แคพ ทำได้โดยการเพิ่มความแข็งของโคนก่อนที่จะยึดเข้าด้วยกัน เพื่อเป็นการลดความยืดหยุ่นของโคน และป้องกันโคนแตก

โคน หรือกรวย (CONE)

โคนนี้จะเป็นส่วนประสานระหว่างเซอร์ราวด์กับวอยศ์คอยล์/สไปเดอร์ จอยท์ ส่วนของโคนนี้จะเป็นส่วนที่เคลื่อนที่ไปข้างหน้า หรือข้างหลังเพื่อดันอากาศ และให้กำเนิดคลื่นเสียงออกมา การเคลื่อนไหวของโคนนี้จะเหมือนกับการทำงานของลูกสูบเครื่องยนต์

โคนที่ดีต้องแข็งแรงทนทาน รวมไปถึงน้ำหนัก และรูปร่างของโคนด้วย ความสมดุลย์ทั้งด้านความทนทานรูปร่างสวยงาม น้ำหนักเบา ยืดหยุ่นดี และตอบสนองต่อการทำงานในหลายรูปแบบ เป็นปัจจัยสำคัญของ
วูเฟอร์ที่ดี วัสดุที่นำมาทำโคนมีตั้งแต่โพลิโพรไพลีนที่นิยมมากที่สุด ไปจนถึงกระดาษอัด คาร์บอนไฟเบอร์ไฟเบอร์กลาสส์ และเคฟลาร์

บาสเกต (BASKET)

บาสเกต หรือโครงสร้างลำโพง มีทั้งทำจากเหล็กปั๊ทขี้นรูป อลูมิเนียมหล่อ และแม้แต่พลาสติค บาสเกตนี้ถือเป็นโครงสร้างหลักของวูเฟอร์ ที่ยึดทุกชื้นส่วนเข้าไว้ด้วยกัน รูปร่างนั้นแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการออกแบบ “ถ้าลำโพงขาดบาสเกต ก็เหมือนกับการนำเอาชิ้นส่วนมากองรวมกัน”

ความแข็งแรงของบาสเกตเป็นเรื่องสำคัญ เพราะซับวูเฟอร์ทุกวันนี้สามารถรองรับ SPL ที่น่ากลัวได้ไฮ SPL ขี้นอยู่กับความทนทานต่อการเคลื่อนไหวของโคน เมื่อโคนเคลื่อนไหวมันจะเพิ่มเสียงกังวาน
“กำธร” ไปทั่วตัวลำโพง และเสียงกังวานนี้อาจทำให้ลำโพงเสียหายได้ แต่ถ้าเพิ่มความแข็งแรงให้กับบาสเกตมากขี้น จำนวนของเสียงกังวานก็อาจลดลงได้

ฉบับหน้าเรามาต่อกันที่ตัว สไปเดอร์ (SPIDER) รวมถึงส่วนประกอบอื่นๆ ที่ถัดลงไป เพื่อความเจ้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับการออกแบบ และเลือกใช้วัสดุ ว่าส่งผลอย่างไรต่อตัวลำโพงนั้นๆ อย่าลืมติดตามกันครับ

 



------------------------------
เรื่องโดย : วิโชค
นิตยสาร CAR STEREO ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2545
คอลัมน์ : เทคนิค
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/ssjGI
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th