บทความ

รถจีน “แอ๊บแบ๊ว”


ขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น กำลังง่วนกับการวางแผนผลิต “อีโคคาร์” ให้ตรงตามสเปคของรัฐบาล คือทั้งต้องให้ได้ความประหยัด มลพิษน้อย ราคาต่ำตามภาษีที่จ่ายแบบถูกๆ และของยาก คือต้องผลิตให้ได้ถึงแสนคันในปีที่ 5 รถจิ๋วจากจีนกลับย่องเงียบ เข้ามาเตรียมเปิดตัวในไทยไม่เกินปลายปีนี้ และถ้าไปได้สวย พรรคพวกร่วมชาติคงเข้ามาตีตลาดก่อนอีโคคาร์จะคลอดอีก 2 ปีข้างหน้าแน่ๆ

 

หลังจาก ครม. ลงมติไฟเขียว “อีโคคาร์” โดยกำหนดอัตราภาษีสรรพสามิตพิเศษเพียง 17 % ที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2552 ได้เพิ่มแรงจูงใจต่อผู้ผลิตรถยนต์พอสมควร

สำหรับเรื่องที่จะต้องผลิตรถออกมาให้ประหยัด และมลพิษต่ำ ผู้ผลิตบอกไร้ปัญหา เพราะบางค่ายก็เข้าทาง อย่างเช่น โตโยตา รุ่น ยารีส ซึ่งในยุโรปมีทั้งเครื่องยนต์เบนซิน 1.3 ลิตร กินน้ำมัน 20.1 กม./ลิตร และดีเซล 1.4 ลิตร กินน้ำมัน 25.5 กม./ลิตร เป็นแบบยูโร 4 ทั้งคู่ ซึ่งตรงตามหลักเกณฑ์ที่ระบุไว้อยู่แล้ว ฉะนั้นเพียงแค่นำเครื่องยนต์มาใส่ลงไปในห้องเครื่องก็เป็นอันใช้ได้ เพราะตัวถังก็ใช้รูปแบบเดียวกัน และถ้าอยากจะจับเครื่องยนต์มาใส่ใน วีออส ก็ทำได้ทันที เพราะใช้พื้นฐานเดียวกันอีก แค่เปลี่ยนชื่อรุ่น ปรับหน้าตานิดหน่อยก็กลายร่างเป็นอีโคคาร์ได้โดยพลัน หรือถ้าจะใช้รุ่นอื่นมาขายก็สามารถทำได้ไม่ยาก เนื่องจากรถรุ่นที่ใช้โครงสร้างพื้นฐาน พแลทฟอร์ม (PLATFORM) เดียวกันกับยารีส ในญี่ปุ่นมีอยู่หลายรุ่น โตโยตา จึงสามารถเลือกนำมาใช้ได้สบาย

แต่ที่ผู้ผลิตส่วนใหญ่ยังมึนๆ กันอยู่ ก็คือ เงื่อนไขที่ต้องผลิตให้ได้แสนคันภายในปีที่ 5 โดยผู้ผลิตรถยนต์บางรายคำนวณว่า ถ้าสมมติว่ามีค่ายรถยนต์สนใจลงทุน 3 ราย ในปีที่ 5 ก็จะมีรถอีโคคาร์ทั้งหมด 3 แสนคันในตลาด และถ้าสนใจกันมากถึง 6 ราย ก็จะมีรถทั้งหมด 6 แสนคัน แต่ถ้ามองถึงตลาดรถยนต์นั่งทุกยี่ห้อในเมืองไทยรวมกัน ตอนนี้อยู่ที่ 2 แสนคัน/ปี นี่ยังไม่พูดถึงรถยอดนิยมอย่าง โตโยตา วีออส หรือ ฮอนดา ซิที ที่ทำตลาดมานาน 10 ปี ยังทำตัวเลขได้ดีที่สุดเพียง 4-5 หมื่นคัน/ปี เท่านั้น และถ้ามองเรื่องตลาดใหญ่ของการส่งออกรถขนาดเล็กอย่างยุโรป เขาก็มีฐานการผลิตที่แข็งแกร่งอยู่แล้วและอีกไม่นานนักก็จะประกาศนำมาตรฐานไอเสีย ยูโร 5 มาใช้ ในขณะที่อีโคคาร์บ้านเราวางกรอบไว้แค่ ยูโร 4 เท่านั้น

ขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์ค่ายญี่ปุ่นกำลังทุ่มเถียงประเด็นที่ไม่ลงตัวกันอยู่ เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพีกลับซุ่มเงียบ โดยเจรจากับผู้ผลิตรถยนต์จีนนานกว่า 2 ปี เตรียมนำเข้ารถจิ๋วในนาม “เชอร์รี” รุ่น “คิวคิว” มาทำตลาดในเมืองไทยไม่เกินปลายปีนี้

เชอร์รี เป็นรถของรัฐวิสาหกิจจีน คือ เชอร์รี ออโตโมทีฟ คอร์เพอเรชัน ฯ โดยจะนำเข้ามาแล้วเปิดบริษัทใหม่ ใช้เงินลงทุนราว 100-200 ล้านบาท เพื่อเปิดโชว์รูม และศูนย์บริการในหัวเมืองหลัก เบื้องต้น คือกรุงเทพ ฯ เชียงใหม่ และภูเก็ต

คิวคิว เป็นรถขนาดจิ๋ว ใช้เครื่องยนต์ตั้งแต่ 850-1,100 ซีซี กินน้ำมันน้อยกว่า 20 กม./ลิตร ตั้งราคาไว้ประมาณ 350,000-400,000 บาท โดย ซีพี วางเป้าหมายการขายในปีแรกไว้ที่ 5,000 คัน โดยนำเข้าจากอินโดนีเซีย ก่อนที่จะนำชิ้นส่วนมาประกอบในไทย ถ้าตลาดไปได้สวย ทั้งนี้บริษัท ฯ จะการันตีซื้อคืนให้แก่ลูกค้าที่ซื้อไปแล้ว ไม่พอใจ เพราะคนไทยส่วนใหญ่เข้าใจว่าสินค้าจีนคุณภาพต่ำ

จริงไม่จริงดูได้จากความเห็น กระทู้หนึ่งในเวบบอร์ดที่ผมไปรวบรวมมาให้ หลังกระแสข่าวนี้กระจายไปถึงชุมชนรถบนโลกอินเตอร์เนทแล้ว ไม่รู้ ซีพี เข้ามาเปิดดูบ้างหรือเปล่า ?

– “กบ! ดูๆก็น่ารัก แต่ซื้อมาแล้วกลัวเรื่องคุณภาพจัง”
– “ขอดูตัวเป็นๆ ก่อนแล้วกันครับ กลัวเรื่องคุณภาพพลาสติคอย่างเดียว โดนแดดอย่างบ้านเราจะทนไหวไหม”
– “กลัวหมาเห่าแล้วมันบุบครับ”
– “ขอรอให้คุณภาพมันพัฒนาหน่อย เคยเจอคันหนึ่งที่ปักกิ่ง ข้างในกันชนเป็นกระดาษเหมือนกล่องลูกฟูก ! รถญี่ปุ่นกันชนข้างในเป็นคล้ายๆ โฟมพอรับได้ แต่กระดาษลูกฟูกนี่ ฮืม”
– “คือว่าก่อนซื้อให้หาเงินทำประกันชีวิตไว้ด้วยนะครับ รถสัญชาติจีนสอบตกเรื่องความปลอดภัย”
– “สามแสน ขับ ซีวิค มือสองดีกว่า เหอะๆ”

แต่ที่เอาใจช่วยก็มีด้วยเหมือนกัน

– “ก็ดีครับ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของคนไทย”
– “เห็นรถจากประเทศจีนแล้วอย่าเพิ่งดูถูก ตอนนี้อาจคุณภาพไม่เข้าตาแต่ต่อไปอย่าลืมคำพูดนี้นะครับอย่าลืมว่า ตอนนี้จีนเตรียมเป็นเจ้าธุรกิจต่างๆ แล้ว ด้วยแรงงานที่ถูกกว่า ทุนมาก อุปกรณ์คอมพิวเตอร์เดี๋ยวนี้ผลิตจากจีนซะเป็นส่วนใหญ่ ใหม่ๆ ด้อยคุณภาพ ดีแต่เลียนแบบ แต่ต่อไปเขาคงเน้นคุณภาพทำให้ทนทานขึ้นนะครับ น่าจับตามองให้ดี”
– “อย่าดูถูกของที่ผลิตจากเมืองจีนเลย ในเมื่อของใช้อีเลคทรอนิคที่ขายอยู่ทุกวันนี้มันมีแต่คำว่า MADE IN CHINA กันทั้งนั้น”
– “ดูแลหลังการขายให้ดีแล้วกัน อะไหล่หาง่าย ราคาถูก บริการดี แค่นี้ก็ชนะใจได้ไม่ยาก”
– “แหม พอเห็นเป็นของจีนก็ด่ากันจัง แล้วของญี่ปุ่นมันดีกว่านี้นักหนาเหรอครับ รถเกรดนี้มันก็คงพอๆกันแหละ ดีเลวต่างกันคงไม่มากนักหรอก”

เตรียมเกาะกระแสรถจีนกันให้ดี

ผมเตือนคุณแล้ว !



------------------------------
เรื่องโดย : ศิธา เธียรถาวร
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2550
คอลัมน์ : เกาะกระแส
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/dDF9N

บทความที่เกี่ยวข้อง

รถแต่งทเรนด์ใหม่ โดนใจ วัยจี๊ด !
JUMPSTART POWERBANK
ไฟวิ่ง พลังเสียง
เครื่องเตือนกล้องจับความเร็ว
อัพเดทล่าสุด
25 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,549,000
3.
1,749,000
4.
2,249,000
5.
4,590,000
6.
1,999,000
7.
3,990,000
8.
3,065,000
9.
2,790,000
10.
5,490,000
11.
1,354,000
12.
3,399,000
13.
750,000
14.
1,129,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th