บทความ

ICONIC DESIGN ที่สุดแห่งการออกแบบ


นักออกแบบผลิตภัณฑ์ในโลกนี้ทุกคน ปรารถนาที่จะสร้างสรรค์ผลงานที่ประสบความสำเร็จ คำว่า “ประสบความสำเร็จ” ของนักออกแบบนั้น วัดจากการขายได้แบบถล่มทลาย หรือได้รับรางวัลชนะเลิศการออกแบบจากสถาบันที่มีชื่อเสียง แล้วผลิตออกมาขายในจำนวนจำกัดกันแน่ ?

 

ผลลัพธ์ต่างๆ ล้วนแล้วแต่เป็นเป้าหมายของการทำตลาดที่แตกต่างกันไป แล้วตรงไหนล่ะ ที่ถือว่าประสบความสำเร็จจริงๆ ?

ถ้าว่ากันง่ายๆ ก็ควรจะเป็นสินค้าที่ประสบความสำเร็จตามยอดขายที่ตั้งไว้ มีความสวยงามเป็นอมตะไม่มีคำว่าล้าสมัย มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง สามารถใช้งานได้ทนทาน และเมื่อได้ใช้สินค้าแล้ว ผู้ใช้จะรู้สึกดูดีมีรสนิยม คุณสมบัติทั้งหลายที่กล่าวมานี้ น่าจะครอบคลุมคำว่า ประสบความสำเร็จของนักออกแบบผลิตภัณฑ์ได้

แต่ข้อที่ทำยากที่สุด ก็น่าจะเป็นข้อที่ว่า จะออกแบบอย่างไรให้สินค้านั้นมีความสวยงาม มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นบนโลกนี้มาก่อน และเป็นอมตะไม่ล้าสมัย เมื่อใช้แล้วดูดีมีรสนิยมและหัวข้อนี้เอง จึงเป็นที่มาของคำว่า “ICONIC” ซึ่งมีรากศัพท์มาจากคำว่า “ICON” (ไอคอน) ซึ่งแปลว่าเมนูรูปภาพ ที่เราคุ้นเคยกันดีในคอมพิวเตอร์นั่นเอง

สำหรับตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนมากที่สุด สำหรับสินค้าที่สามารถออกแบบได้ถึงระดับ “ICONIC” ก็คือเครื่องเล่น MP3 ที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก นั่นก็คือ “I POD” ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า ถ้าเราลองนำเอาเครื่องเล่น MP3 ที่มีอยู่มากมายในท้องตลาด มาวางเรียงกันเป็นกลุ่ม ผู้คนส่วนใหญ่จะไม่สามารถแยกแยะได้ว่าเป็น MP3 ยี่ห้ออะไรกันบ้าง แต่ถ้านำเอา “ไอ พอด” เข้าไปวางในกลุ่มนั้น ทุกคนก็จะรู้จักและบอกได้ทันทีว่าเครื่องนั้น คือ “ไอ พอด” โดยที่ ไอ พอด เหมือนกลายเป็นยี่ห้อไปแล้ว ซึ่งอันที่จริง ไอ พอดเป็น MP3 ของยี่ห้อ APPLE ซึ่งการออกแบบได้ในระดับ “ICONIC” จะสามารถสร้างสินค้าให้เป็นบแรนด์ที่เข้มแข็งกว่าบแรนด์หลักเสียอีก

รถยนต์ก็เช่นเดียวกัน มีหลายรุ่นที่นักออกแบบสามารถออกแบบได้ถึงระดับ “ICONIC” เมื่อมองปั๊บก็รู้ทันทีว่านี่คือรถอะไร มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง ไม่มีใครเหมือน และไม่เหมือนใคร ตั้งแต่ โฟล์คเต่า ที่กลายเป็นว่าบแรนด์หลัก คือ โฟล์คสวาเกน กลับด้อยกว่าชื่อรุ่น “บีเทิล” เสียอีก รถรุ่นใหม่ที่ออกมาก็จะถูกเรียกว่า “นิวบีเทิล” เช่นเดียวกับ “ออสติน มีนี” ที่จะถูกเรียกว่า “มีนี คูเพอร์” มากกว่าจะเรียกบแรนด์หลัก คือ ออสติน รถทั้ง 2 รุ่นนี้ ถูกออกแบบมาโดยใช้ ดีเอนเอ ของรถรุ่นเดิมมาใช้ได้อย่างเต็มที่ซึ่งนักออกแบบจะทราบดีว่า ดีเอนเอ สามารถแปลได้หลายอย่าง เช่น DO NOT ABANDON (ห้ามละทิ้งสิ่งที่มีอยู่เด็ดขาด) หรือ DRAMATIC NEW APPROACH (พยายามสร้างสรรค์ความสวยงามด้วยแนวทางใหม่ๆ)

เช่นเดียวกับ รถยนต์ โพร์เช ที่เรารู้จักกันดี บริษัทรถยนต์แห่งเดียวในโลกที่ผลิตแต่รถสปอร์ท ประสิทธิภาพสูง มาเป็นเวลาอันยาวนาน และประสบความสำเร็จมาโดยตลอด (แต่ช่วงหลังแอบมาลองตลาด SUV กับเขาด้วย)

ตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนของ โพร์เช ที่สามารถออกแบบได้ถึงระดับ ICONIC นั่นก็คือ รุ่น 911 ที่ออกแบบไว้เมื่อปี 2507 จวบจนถึงปัจจุบันก็ยังใช้ ดีเอนเอ เดิมมาโดยตลอดถึง 6 รุ่น เรียกได้ว่าเห็นปุ๊บก็รู้เลยว่า คือ รุ่น 911 ซึ่งทางบริษัทก็พยายามออกแบบรถรุ่นอื่นๆ ออกมา แต่ก็ไม่สามารถส่งให้เป็นระดับ ICONIC ได้อีกเลย เช่น รุ่น 924, 928, 944 และ 968 ซึ่งรถรุ่นอื่นของ โพร์เช เหล่านี้ ถ้าให้คนทั่วไปดูแล้วบางทีก็ไม่สามารถบอกได้ว่านี่คือรถอะไร

นี่คืออีกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนว่า การออกแบบให้ถึงระดับ ICONIC ได้นั้น ไม่ได้เกิดกันง่ายๆ ต้องอาศัยปัจจัยพิเศษหลายๆ อย่างประกอบกันมากมาย รวมไปถึงสิ่งสำคัญข้อสุดท้าย ก็คือ การออกแบบเพื่อตอบสนองอารมณ์ความรู้สึกของผู้ซื้อ ที่เมื่อซื้อไปขับแล้ว สามารถสะท้อนความเป็นตัวตนของเขาได้ ขับแล้วรู้สึกภาคภูมิใจ ขับแล้วเท่ ขับแล้วดูดีมีรสนิยม

อาจพอสรุปได้ว่า การออกแบบรถยนต์ให้ได้ระดับ “ICONIC” นั้น ผู้ออกแบบจะต้องอาศัยประสบการณ์ และความคิดสร้างสรรค์ ที่ไม่ธรรมดา ถึงขั้นระดับอัจฉริยะเลยก็ว่าได้ เพราะต้องมีความกล้าและบ้า ที่จะคิดนอกกรอบในสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นบนโลกใบนี้

 



------------------------------
เรื่องโดย : แมน ดีไซจ์น
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2550
คอลัมน์ : มุมมองนักออกแบบ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Ei86m

Follow autoinfo.co.th