บทความ

แสดงความเห็น


เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์
เดือนมกราคม ปี '50 กับ '49
ตลาดรวม ลด 23.4 %
รถยนต์นั่ง ลด 9.9 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ ลด 31.8 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) ลด 11.5 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) ลด 3.2 %

 

และแล้ว กาลเวลาก็ดำเนินมาถึงเดือนแรกแห่งปี ที่ยอดการขายรถเริ่มต้นในปีนี้ ร่วงผลอยดังคาด
เพียงแต่ร่วงมากกว่าที่เคยเป็นมาในอดีต

มีคนพูดกันเล่นๆ ว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะต้องเอาตัวเลขไปชดใช้ตัวเลขที่เอาไปใช้ล่วงหน้าเมื่อ
ปลายปีก่อน เพื่อหวังตำแหน่งสารพัด

ไอ้กระผมมันก็เชื่อคนง่ายเสียด้วยสิครับ

ก็ยอดขายตกลงไปถึง 23.4 % ขายกันทั้งตลาดได้แค่ 23,643 คัน เท่านั้นเอง เรียกว่าร่วงกัน
กราวรูดถ้วนหน้า แล้วจะให้เชื่อดีไหมเนี่ย

อีกสักครู่ค่อยว่ากันนะครับ

หนนี้อยากเล่าให้ฟังเรื่องโครงการรถไฟฟ้า 5 สายทางสักหน่อย ส่วนว่าสายไหนยังไง เอาไว้ให้งวด
ลงมากกว่านี้ จะเก็บรายละเอียดมาเล่าสู่กันฟัง

หนนี้ เป็นการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ที่ภาครัฐ มอบให้ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เป็น
ผู้ดำเนินการ ที่เพิ่งจะเคยเห็นภาครัฐ ยอมควักกระเป๋าให้คนนอกสำรวจให้เป็นหนแรก

หรือใครจะเถียง

ว่ากันโดยสรุปว่า หลังจากให้ข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อต่างๆ มีประชาชนส่งความคิดเห็นทางไปรษณีย์
187
ราย เห็นด้วย 178 ราย หรือ 95.2 % ไม่เห็นด้วย 9 ราย หรือ 4.8 %

แสดงความเห็นผ่านทางเครือข่ายสารสนเทศ หรือเวบไซท์ของหน่วยงาน 246 ราย สรุปว่า เห็นด้วย
221
ราย หรือ 89.8 % และไม่เห็นด้วย 25 ราย 10.2 %

ก็พอสรุปได้ว่า คนไทย ยังไม่ค่อยตื่นตัวกับการให้ความเห็นผ่านทางจดหมาย หรือเวบไซท์ แต่พอลง
ภาคสนาม สัมภาษณ์ประชาชน 14,975 คน สรุปออกมาได้อีกว่า

ประชาชน ประมาณร้อยละ 91 โดยทั่วไปรับรู้เกี่ยวกับการก่อสร้างรถไฟฟ้า 5 สายทาง ที่รัฐบาลนี้จะ
ดำเนินการ โดยส่วนใหญ่ ราว 96 % เห็นด้วยกับการสร้างรถไฟฟ้า

ประมาณ 80 % เห็นว่าควรเริ่มการก่อสร้างในปี 2550 และปี 2551 และประมาณ 48 % จะใช้บริการ
รถไฟฟ้า 5 สายทาง แน่นอน ขณะที่ 47 % ตอบว่าอาจจะมีโอกาสใช้ในอนาคตถ้ามีหลายสายทาง

และก็มาถึงเรื่องมองเหรียญคนละด้าน คือ เรื่องการคิดราคาค่าโดยสาร ประมาณ 2 ใน 3 เห็นควร
ติดตามระยะทาง โดยราคาต่ำสุดเฉลี่ยประมาณ 13 บาท สูงสุดประมาณ 36 บาท ในขณะที่ 1 ใน 3
เห็นว่าควรมีค่าโดยสารคงที่ประมาณ 24 บาท

ส่วนเส้นทาง สายสีแดง รังสิต-บางซื่อ-ตลิ่งชัน เป็นสายทางที่ประชาชนสนับสนุนให้สร้างก่อน ลำดับ
รองลงมา คือ สายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่ สายสีน้ำเงิน สายสีม่วง และสายสีเขียว แบริ่ง-
สมุทรปราการ
21 %, 17 %, 16 %, 16 % และ 15 % ตามลำดับ

อันที่จริง รถไฟฟ้าที่มีอยู่เวลานี้ ในช่วงเวลาเร่งด่วนก็ค่อนข้างแน่นอยู่แล้ว จนกำลังจะต้องสั่งตู้โดยสาร
มาเพิ่มให้เป็นขบวนละ 4 ตู้ ในเร็ววัน ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า ประชาชนตอบรับ ใช้บริการกันสม่ำเสมอ
อยู่แล้ว เพราะตรงเวลาแน่นอนกว่า ไม่ต้องไปแออัดยัดกันบนรถเมล์

ค่าตั๋วจะแพงไปหน่อยก็เถอะ

แต่ก็ยอมรับว่าเป็นเรื่องดี ที่ภาครัฐเริ่มต้นยอมรับฟังเสียงของประชาชน ผู้ใช้ตัวจริง เสียงจริง ไม่ใช่ลง
มือทำไปตามใจชอบ

หวังว่าเรื่องต่อๆ ไป ทดลองทำให้บ่อยขึ้นเรื่อยๆ ก็จะดีนะครับ ฟากทางประชาชน จะได้ค่อยๆ เข้าใจ
สิทธิ เสรีภาพ ของตนเองกันบ้าง เพราะคุ้นเคยฟังแต่คำสั่งมานานน่ะครับ

กลับมาเรื่องตัวเลข เดือนแรกของปี ตกกันวูบวาบ ถึงจะแถมรายการชิงโชคก็แล้ว ยังไม่สามารถ
ประคองตัวเองได้เลย

เดือนแรกนี้ยอดขายลดลง 23.4 % ขายกันทั้งตลาดได้เพียง 38,643 คัน เท่านั้นเอง

ตำแหน่งแชมพ์ โตโยตา ขาย 16,703 คัน ลดลง 7 % ส่วนแบ่งตลาด 43.2 % อันดับสอง อีซูซุ ขายได้
แค่ 9,408 คัน ลดลง 39 % ส่วนแบ่ง 24.3 อันดับสาม ฮอนดา ขายพอๆ กับปีก่อน 4,325 คัน ลดลงแค่ 8
% ส่วนแบ่ง 11.2 % อันดับสี่ มิตซูบิชิ ขาย 1,921 คัน ลดเยอะกว่าเพื่อน 41 % ส่วนแบ่ง 5 % และอันดับ
ห้า เชฟโรเลต์ ขาย 1,511 คัน ลดลง 19 % ส่วนแบ่งเพียง 3.9 %

แยกเป็นประเภทรถยนต์นั่ง ลดลง 9.9% ขายได้ 10,406 คัน น้อยกว่าปีก่อนพันกว่าคัน

แชมพ์เดือนแรก โตโยตา ขาย 5,137 คัน มากกว่าปีก่อน 5 % ส่วนแบ่ง 49.4 % ที่สอง ฮอนดา ขาย
3,372 คัน ลดลง 27 % ส่วนแบ่ง 32.4 % ที่สาม เชฟโรเลต์ ขาย 572 คัน เพิ่มไม่ต้องตกใจ 129 % ส่วนแบ่ง
5.5 % ที่สี่ นิสสัน ขาย 416 คัน เท่าปีก่อน ส่วนแบ่ง 4 % และที่ห้า เมร์เซเดส-เบนซ์ ขาย 229 คัน เพิ่ม 144
% ส่วนแบ่ง 2.2 %

อันดับผู้เสียภาษียอดเยี่ยม แจกวาร์ ขายได้แค่ 2 คัน แต่ โพร์เช ขายได้ 9 คัน

รถกระบะ 1 ตัน ร่วงกันระนาว โตโยตา ขายได้ 8,090 คัน ลด 4.6 % ส่วนแบ่ง 39.0 % อันดับสอง
อีซูซุ ขาย 7,880 คัน ลดลง 42.6 % ส่วนแบ่ง 38.0 % อันดับสาม มิตซูบิชิ ขาย 1,508 คัน ลด
29.2 % ส่วนแบ่ง 7.3 %

รถอเนกประสงค์ หรือรถแวน ลด 11.5 % ขายกันได้ 737 คัน มี โตโยตา นำโด่งเจ้าเดียว 578 คัน
แต่ก็ยังลด 7.7 % ครอบครองตลาดส่วนนี้ไป 78.4 %

อันที่จริงดูจากตัวเลขแล้ว ฟากทางรถกระบะร่วงกันกราวรูด เพราะกระบะตัวใหม่ นิสสัน ฟรอนเทียร์
นาวารา เพิ่งจะเปิดตัวช่วงปลายเดือน ลูกค้าบางส่วนก็ยังรีรอที่จะดูว่า จะเลือกใช้ดีไหม เชื่อกันว่า
หลังจากที่ นิสสัน เริ่มส่งรถในเดือนกุมภาพันธ์ และลูกค้าเริ่มตัดสินใจกันได้ ตัวเลขเดือนกุมภาพันธ์
ก็น่าจะค่อนข้างพอดูได้หน่อย

คาดเดาเข้าข้างตัวเองไว้ก่อนนะครับ ร่วงกราวรูดอีกทีค่อยมาแก้ตัวนะครับ ท่านนักการตลาดทั้งหลาย



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน เมษายน ปี 2550
คอลัมน์ : มาตรวัดตลาดรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/5rUig
อัพเดทล่าสุด
18 Nov 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
3.
524,000
4.
599,000
5.
3,599,000
7.
2,090,000
8.
2,229,000
9.
779,000
10.
3,590,000
12.
1,316,000
13.
1,749,000
15.
3,299,000
16.
5,399,000
17.
6,799,000
18.
3,249,000
19.
4,980,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th