บทความ

“กลืนไม่เข้า ฯ”


คดีความงวดนี้เป็นเรื่องรถโดนกัน ซึ่งอยู่ในวิสัยที่จะเกิดขึ้นกับใครก็ได้
แล้วมีการไปทำความตกลงที่โรงพักในระดับหนึ่ง ลงท้ายไอ้ที่ตกลงกันไว้ระดับหนึ่ง
นี่เอง ทำให้ฝ่ายที่เสียหายอย่าง “นายสว่างไสว” หน้ามืด ค้าความถึงศาลฎีกาจบไป
แล้ว 3 ศาล ยังไม่รู้ว่าหมู่หรือจ่า ทำไมถึงยุ่งยากขนาดนั่น เรามาดูกันต่อไป

เหตุเกิดขึ้นแล้ว นายสว่างไสว ได้รับบาดเจ็บแต่ไม่มาก ขณะที่คนขับรถกระบะโดย
ประมาทมาชนรถของ นายรู้จริง คือ “นายชั้นอ๋อง” นั้นมีความผิดทางอาญาอยู่ด้วย
ร้อยเวรเจ้าของคดีที่เป็นพนักงานสอบสวนมีอำนาจเปรียบเทียบปรับ

นายชั้นอ๋อง ชื่อเท่ก็จริง แต่เป็นแค่ลูกจ้างของ “นางพอทน” จึงอยากจ่ายค่าปรับ
แต่น้อย พยายามอ้อนตำรวจให้ช่วยเหลือและยอมรับผิดไม่หัวหมอ มีการทำบันทึก
ประจำวันว่าจะซ่อมรถให้ของ นายสว่างไสว ตำรวจจะได้ลงโทษปรับแค่เบาบาง
งานนี้จ่ายไป 400 บาท

ลงจากโรงพักไปแล้ว นายชั้นอ๋อง กับ นางพอทน ซึ่งเป็นนายจ้างและเป็นเจ้าของ
รถทำเมิน ไม่สนใจ นายสว่างไสว อีกเลย รถก็ไม่ซ่อมให้

นายสว่างไสว จึงต้องกัดฟันค้าความ จ้างทนายยื่นฟ้อง นางพอทน กับ นายชั้นอ๋อง
ให้รับผิดชดใช้ค่าเสียหายค่ารักษาพยาบาล เป็นเงินก้อนหนึ่ง

นายชั้นอ๋อง ทำตามธรรมเนียมลูกจ้างทั้งหลาย นอนตีพุงอยู่บ้านไม่สนใจคดีความที่
โดนฟ้อง ถือว่าไม่มีอะไรจะเสีย ส่วน นางพอทน ซึ่งเป็นเถ้าแก่เนี้ยขี้เหนียวตาม
ประสาคนมีสตางค์ จัดแจงสู้คดีอ้างว่าตามบันทึกประจำวัน นายชั้นอ๋อง ลูกจ้าง
ของตนได้แอ่นอกรับผิดอย่างเต็มๆ ถือว่าทำสัญญาประนีประนอมยอมความ
คดีละเมิดที่ นายชั้นอ๋อง ก่อขึ้นจบไปแล้ว มาเรียกร้องจาก นางพอทน ไม่ได้หรอก

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องของ นายสว่างไสว

นายสว่างไสว ถึงกับหน้ามีด ต้องกัดฟันอีกยกหนึ่ง ยื่นอุทธรณ์เพื่อเอาชนะ คดี

ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว เห็นว่างานนี้ศาลชั้นต้นต้องพิจารณาใหม่ ด่วนยกฟ้อง
ทันทีตามที่จำเลยต่อสู้คดีไม่ได้ บันทึกประจำวันยังไม่เข้าข่ายเป็นสัญญาประนีประนอม
ยอมความ จึงพิพากษายกคำตัดสินของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นคลำคดีนี้อีกที แล้วตัดสินใหม่

นั่นหมายความว่า คดีของ นายสว่างไสว ยังไม่ปรากฏผลว่าจะหัวหรือก้อยหมู่หรือจ่า
ที่สำคัญ นางพอทน ไม่ยอมแพ้ ยื่นฎีกาขึ้นไป ขอให้ยกฟ้องเหมือนอย่างที่ศาลชั้นต้น
ว่าไว้ เดี๋ยนจะขอบคุณอย่างเหลือหลาย

ศาลฎีกาต้องนำคดีนี้มาคลำ แล้วชี้ขาดออกมาว่า

งานนี้นาย สว่างไสว กับ นายชั้นอ๋อง พบร้อยเวร มีการทำบันทึกเกี่ยวกับค่าเสียหาย
ระบุไว้ว่า ข้อ 1 นายชั้นอ๋อง ยินยอมซ่อมแซมรถยนต์เก๋งของ นายสว่างไสว ให้อยู่ในสภาพ
เดิม จะเปลี่ยนประตูหน้าและประตูหลังขวากระจกมองข้างขวารวมทั้งคิ้วด้านขวา
ส่วนที่เหลือหากซ่อมแซมได้จะซ่อมให้อยู่ในสภาพปกติ ข้อ 2. นายสว่างไสว
รับทราบข้อเสนอของ นายชั้นอ๋อง แล้วยินยอมในข้อเสนอทุกประการ

บันทึกลักษณะนี้ ศาลฎีกาเห็นว่า นายชั้นอ๋อง ยอมรับผิดในทางอาญาว่า เป็นผู้ก่อให้เกิด
ความเสียหายจริง โดยระบุรายละเอียดความเสียหายที่ยินยอมซ่อมแซมให้ เพื่อหาทาง
บรรเทาโทษในการโดนเปรียบเทียบปรับเท่านั้น ดังจะเห็นได้จากข้อความในเอกสาร
มีต่อไปว่า นายชั้นอ๋อง ยอมรับแจ้งข้อหา และรับสารภาพยอมให้เปรียบเทียบปรับ
นายสว่างไสว ผู้เสียหายก็ไม่ขัดข้อง ตำรวจจึงปรับ 400 บาท

ในบันทึกไม่ได้มีรายละเอียดหรือข้อตกลงที่แน่นอน เกี่ยวกับจำนวนเงินที่จะต้องชำระ
วิธีการชำระตลอดจนระยะเวลาที่แน่นอน ที่จะทำให้ปราศจากข้อโต้แย้งใดๆ ต่อกันอีก
ทั้งนี้เพราะยังมีข้อความว่า ส่วนที่เหลือหากซ่อมแซมได้จะซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพปกติ
ข้อตกลงดังกล่าวจึงยังไม่ชัดแจ้งว่ามีการตกลงระงับข้อพิพาทโดยยอมสละข้อเรียกร้อง
อื่นทั้งสิ้น จึงไม่เข้าข่ายเป็นสัญญาประนีประนอมตามที่ศาลอุทธรณ์ว่าไว้ ข้ออ้างของ
นางพอทน ฟังไม่ขึ้น ต้องเป็นเรื่องยาวต่อไป

ศาลฎีกาจึงพิพากษายืน

นั่นหมายความ ว่าคดีผ่านไป 3 ศาล ยังไม่ได้ตัดสินออกมาว่า นายสว่างไสว จะได้เงินหรือไม่เท่าไร
เพราะคดีต้องวกเป็นบูมเบอแรง กลับไปที่ศาลชั้นต้นอีกกระทอกหนึ่ง โดย นายสว่างไสว
ได้เปรียบอยู่นิดหนึ่ง คือ บันทึกประจำวันศาลชี้ไว้แล้วว่า ไม่ใช่สัญญาประนีประนอมยอมความ
นางพอทน หมดสิทธิ์ที่จะนำประเด็นนี้มานอค นายสว่างไสว

ศาลชั้นต้นจึงต้องรับคดีนี้มาพิจารณาต่อไปตามเนื้อผ้าว่า นายชั้นอ๋อง ขับรถประมาทหรือไม่
สร้างความเสียหายให้แก่ นายสว่างไสว แค่ไหน แล้วตัดสินไปตามนั้น

อย่างว่า ถ้า นางพอทน ตื้อซะอย่าง ก็เล่นเกมยาวได้อีก ด้วยการอุทธรณ์ฎีกาเมื่อไม่เห็นด้วย
กับคำตัดสินให้ตนแพ้คดี ถึงได้บอกแต่แรกว่า นายสว่างไสว หน้ามืด ขึ้นศาลจนหายอยากก็แล้วกัน

ข้อแนะนำ ถ้าไม่แน่ใจว่าการลงชื่อแซ่หรือทำสัญญาเมื่อเกิดเหตุขึ้นจะมีผลบวกลบอย่างไร ควร
ยั้งมือไว้ก่อน กรณีที่คนขับรถเป็นแค่ลูกจ้าง ไม่ใช่เจ้าของ ยิ่งต้องระวัง ผลีผลามจะไล่เบี้ยเอาจาก
เถ้าแก่ไม่ได้นั่นเอง

จากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2842/2548



------------------------------
เรื่องโดย : "จอมยุทธ"
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน เมษายน ปี 2550
คอลัมน์ : ร่มไม้ชายศาล
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/9qWxl
อัพเดทล่าสุด
25 Jul 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
1,749,000
2.
1,699,000
4.
3,299,000
5.
5,399,000
6.
6,799,000
7.
3,249,000
9.
53,500,000
11.
3,600,000
12.
4,539,000
13.
13,339,000
14.
2,999,000
15.
1,749,000
16.
1,800,000
18.
499,000
19.
979,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง