บทความ

กระทรวงพลังงาน


กระทรวงพลังงาน
เตรียมเปิดสัมปทานปิโตรเลียม

  • ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีลงนาม

สัญญาให้สัมปทานเพื่อสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียม สำหรับแปลงบนบกและทะเลในอ่าวไทยเพิ่มอีก 4
แปลง ภายใต้การ ให้เอกชนยื่นขอสัมปทานสำรวจ และผลิตปิโตรเลียมครั้งที่ 19 ว่า ขณะนี้ยังเหลือแปลง
สัมปทานที่รอการอนุมัติในรอบครั้งที่ 19 อีก 11 แปลง ซึ่งจะรีบดำเนินการให้เสร็จโดยเร็ว ก่อนที่จะเริ่มเปิด
สัมปทานปิโตรเลียม ฯ ครั้งที่ 20 ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2550 โดยแนวโน้มการพบแหล่งปิโตรเลียมน่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และล่าสุดปตท. ก็พบแหล่งน้ำมันดิบเพิ่มอีก

สำหรับแปลงสำรวจปิโตรเลียมที่มีการลงนามในครั้งนี้ ประกอบด้วย 1. แปลงสำรวจบนบกหมายเลข
L53/48 ให้แก่ PAN ORIENTED ENERGY COPORRATION CO., LTD. 2. แปลงสำรวจในอ่าวไทยหมายเลข G2/48 ให้แก่ บริษัท เพิร์ล ออย ออฟชอร์ จำกัด 3. แปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยหมายเลข G 3 /48 ให้ บริษัท นอร์ธเทิร์น กัลฟ์ ออย (ประเทศไทย) จำกัด และ 4. แปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยหมายเลข G 6/48 ให้แก่ OCCIDENTAL EXPLORATION PTE. LTD.

ด้านไกรฤทธิ นิลคูหา อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัท ปตท.สำรวจและผลิต
ปิโตรเลียม (ปตท.สผ. ) ประสบความสำเร็จจากการสำรวจแหล่งน้ำมันดิบหลุมเพิ่มเติมที่ แหล่งนางนวล บริเวณอ่าวไทยแถบจังหวัดชุมพร ซึ่งพบว่ามีปริมาณน้ำมันดิบที่มีอัตราการไหล 9,000บาร์เรล/วัน ซึ่งจะเตรียมผลิตเชิงพาณิชย์ต่อไป ซึ่งปัจจุบัน ปตท.สผ. ได้มีการทดสอบปริมาณน้ำมันดิบแหล่งนางนวล ผลิตน้ำมันดิบได้ถึง 15,000 บาร์เรล/วัน

นอกจากนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมให้มีการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมเพิ่มขึ้น ทางกรม ฯ จะอยู่ระหว่างการ
ปรับปรุงพระราชบัญญัติปิโตรเลียมฉบับใหม่ โดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกากำลังตรวจสาระของ
กฎหมาย ซึ่งเนื้อหาสำคัญจะลดขั้นตอนการอนุมัติการให้สัมปทานกับเอกชนมากขึ้น เพื่อความสะดวกและเอื้อต่อการลงทุน เช่น เดิมอำนาจการอนุมัติจะอยู่ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานต่อไป จะโอนไปอยู่ในส่วนของคณะกรรมการปิโตรเลียมรวมไปถึงการต่ออายุสัมปทานจากเดิมที่เป็นอำนาจ ครม. ด้วย

อย่างไรก็ตาม พรบ. ฉบับนี้จะทำให้เกิดแรงจูงใจในการสำรวจแหล่งปิโตรเลียมที่ไม่คุ้มทุนโดยอาจจะ
ลดค่าภาคหลวงให้โดยยึดบริเวณการสำรวจเป็นหลัก จะพิจารณาให้สูงสุด 90 % ของอัตราจัดเก็บจาก
ปัจจุบันที่ผู้ได้รับสัมปทานก่อนปี 2532 จะคิดค่าภาคหลวง 12.5 % ของมูลค่าการผลิต และผู้ที่ได้รับอนุมัติหลังปี 2532 จะคิดค่าภาคหลวงตามขั้นบันไดอยู่ที่ 5-15 % ขึ้นอยู่กับปริมาณการผลิตเป็นต้น

ปัจจุบันไทยมีความสามารถในการผลิตน้ำมันได้เอง 1.2 แสนบาร์เรล/วัน ถ้าปีนี้บริษัทเพิลร์ล ฯ ที่จะ
ผลิตออกมาเพิ่มเติมก็จะมีเพิ่มอีก 15,000 บาร์เรล/วัน ซึ่งยังไม่รวมกับแหล่งนางนวลที่พบใหม่ ซึ่งเชื่อว่าหลังการให้สัมปทานที่ทยอยออกมา จะทำให้ไทยมีน้ำมันสำรองเพิ่มขึ้น

 

กรมธุรกิจพลังงาน-ปตท. ฯ
เร่งออกใบรับรองมาตรฐานอู่ เอนจีวี

  • เมตตา บันเทิงสุข อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า ในปี 2550 กรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) จะให้

ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยที่เกิดจากการใช้พลังงานทดแทน โดยในส่วนของแกสธรรมชาติ (ซีเอนจี) จะออกใบรับรองมาตรฐานให้แก่ผู้ประกอบการติดตั้งอุปกรณ์ เอนจีวี เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้รถยนต์ เนื่องจากปัจจุบันยังเป็นระบบเสรี การเปิดบริการติดตั้งอุปกรณ์ เอนจีวี สามารถดำเนินการได้ ในขณะที่รัฐไม่มีเครื่องมือเข้าไปตรวจสอบอย่างรัดกุม ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา ปตท. ฯ เริ่มให้ความสำคัญกับมาตรฐานอู่ติดตั้ง เอนจีวี บ้างแล้ว โดยผู้ที่เข้ามาประกอบกิจการนี้ จะต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ และปัจจุบันมีอู่ที่ผ่านมาตรฐานของ ปตท. ฯ เพียง 10 กว่ารายเท่านั้น

การกำหนดมาตรฐานของอู่ เอนจีวี จะทำให้ลดปัญหาการถูกหลอก เพราะที่ผ่านมามีผู้ใช้รถยนต์บาง
รายไปติดตั้งอู่ที่ไม่ได้มาตรฐาน ราคาถูกก็จริง แต่อุปกรณ์ต่างๆ เป็นของมือสอง ทำให้เกิดปัญหาในเรื่องของการระเบิดหลายครั้ง เชื่อว่าหากมีการออกใบรับรองชัดเจน จะทำให้เกิดความมั่นในการติดตั้ง เอนจีวี มากขึ้น

ณัฐชาติ จารุจินดา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ จัดส่งปิโตรเลียม บริษัท ปตท. ฯ เปิดเผยว่า การ
ออกใบรับรองดังกล่าวจะพยายามดำเนินการให้เสร็จโดยเร็ว เพราะรัฐบาลอยู่ในช่วงของการส่งเสริมการใช้ ซีเอนจี อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นควรมีอู่ติดตั้ง เอนจีวี ที่ได้มาตรฐานมารองรับความต้องการให้เพียงพอ และสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้รถยนต์ได้

ทั้งนี้เดิม ปตท. ฯ รับหน้าที่หลักในการส่งเสริมการใช้ ซีเอนจี ซึ่งรวมทั้งการกำหนดมาตรฐานของอู่ที่
ติดตั้งที่มีอยู่ในเครือข่าย แต่ก็มีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกิดความไม่เป็นกลางในการพิจารณา ดังนั้นเมื่อทาง ธพ. เข้ามาเป็นตัวกลาง และรับหน้าที่ในการกำกับดูแลโดยตรง น่าจะเกิดความเชื่อมั่นได้ดีขึ้น ซึ่งการออกมาตรฐานอู่ติดตั้ง เอนจีวี จะอยู่บนปัจจัยหลัก 6 เรื่อง คือ ความปลอดภัย อุปกรณ์-ถัง ช่างติดตั้งอุปกรณ์ต้องผ่านการอบรม สถานที่ตั้ง การดูแลลูกค้า และระบบ 5 ส.

ที่ผ่านมามีอู่เอกชนที่ได้มาตรฐานจาก ปตท. ฯ เพียง 15 รายเท่านั้น และยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบ
อีก 109 ราย โดยในจำนวนดังกล่าว 40 ราย กำลังตรวจสอบคุณสมบัติ ซึ่งบางแห่งต้องตรวจกันหลายครั้ง เพราะส่วนใหญ่มีปัญหาคู่มือการปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการดูแลลูกค้าที่ยังไม่สามารถยืนยันได้ชัดเจน โดยจะต้องมีการบริการที่ต่อเนื่องเมื่อลูกค้ามีปัญหากับอุปกรณ์ และจะต้องให้ความรู้กับผู้ใช้รถยนต์อย่างเต็มที่

สำหรับความคืบหน้าการหารือกับกรุงเทพมหานคร เพื่อขอผ่อนผันให้สามารถเปิดปั๊ม เอนจีวี ขนาด
เล็กในเขตเมืองได้นั้น ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป เนื่องจากขณะนี้มีรถโครงการตุ๊กตุ๊ก เอนจีวี เอื้ออาทร จำนวน
1,700 คัน ออกให้บริการแล้ว อาจจะมีปัญหาในการเติม ซีเอนจี ในเขตนอกเมืองที่ต้องวิ่งระยะไกล จึงอยากให้กรุงเทพมหานครมีข้อสรุปเรื่องนี้โดยเร็ว



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2550
คอลัมน์ : ข่าวพลังงานทดแทน
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/oxtDD
อัพเดทล่าสุด
16 Aug 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,590,000
2.
1,316,000
3.
1,749,000
4.
1,699,000
6.
3,299,000
7.
5,399,000
8.
6,799,000
9.
3,249,000
10.
4,980,000
11.
53,500,000
13.
3,600,000
14.
4,539,000
15.
13,339,000
16.
2,999,000
17.
1,749,000
18.
1,800,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th