บทความ

ทีมเอสโซ ชาลเลนจ์


โครงการ เอสโซ ชาลเลนจ์ เป็นโครงการที่คืนกำไรให้แก่สังคม ด้วยการเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษากว่า 30 ชีวิต มาร่วมทำกิจกรรม และฝึกปฏิบัติงานจริงกับ เอสโซ่ ฯ เพื่อสร้างเสริมศักยภาพให้พร้อมก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน “เล่นเป็นทีม” ฉบับนี้เจาะลึกความสำเร็จของทีมงานในโครงการ เอสโซ ชาลเลนจ์

 

มงคลนิมิตร เอื้อเชิดกุล
กรรมการและผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์

“สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโท ด้านวิศวกรรม ฯ ประเทศสหรัฐอเมริกา กลับมาเริ่มงานกับ เอสโซ่ ฯ ตั้งแต่ปี 2527 ที่โรงกลั่น ศรีราชาทำงานที่โรงกลั่นมาตลอด จนเมื่อปี 2549 ได้รับแต่งตั้งให้มาเป็นกรรมการและผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์

การทำงานประชาสัมพันธ์ ถือว่าเป็นงานที่ท้าทาย เพราะงานแตกต่างจากเดิมมาก สำหรับการทำงานกับ เอสโซ่ ฯ ไม่ว่าจะอยู่ แผนก/ฝ่ายไหน หรือตำแหน่งอะไร จะต้องมีพื้นฐานเหมือนกัน เพียงแต่จะนำเอาความรู้ความสามารถตรงไหนมาใช้เท่านั้น ซึ่งผมก็นำประสบการณ์จากโรงกลั่นมาใช้ เช่น เรื่องของน้ำมัน น้ำมันดิบมาจากไหน มีกระบวนการผลิตอย่างไร รวมถึงกลไกเรื่องราคา จะรู้รายละเอียดทั้งหมด จึงนำพื้นฐานที่มีมาใช้กับงานประชาสัมพันธ์ได้เป็นอย่างดี

หน้าที่หลักปัจจุบัน คือ ดูแลงานด้านประชาสัมพันธ์ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ฝ่าย คือ สื่อสารมีเดีย รัฐกิจสัมพันธ์ และมวลชนสัมพันธ์ ได้แก่ การให้ทุนการศึกษา ดูแลปรับปรุงห้องสมุดโรงเรียนถิ่นธุรกันดารหรือให้ทุนตามพระราชดำริต่างๆ ซึ่งมุ่งเน้นทางด้านการศึกษาและศิลปวัฒนธรรม นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นตัวแทนไปประชุมกับภาครัฐ และเอกชน เช่น ร่วมพูดคุยเรื่องราคาน้ำมันดีเซล

สิ่งที่ภาคภูมิใจขณะนี้ คือ “โครงการ เอสโซ ชาลเลนจ์” ที่ให้ประโยชน์แก่ทุกฝ่าย ทั้ง นิสิต สังคม และประเทศชาติ ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร สังเกตได้จากปีแรก มีผู้สมัครเป็นจำนวนร้อย แต่ปีนี้เป็นจำนวนพัน น่าจะเกิดการพูดคุย บอกต่อกัน ทั้งอาจารย์ เพื่อน แล้วต่างมองเห็นถึงประโยชน์ ก็ถือว่าช่วยเราโฆษณาโครงการไปด้วย โครงการนี้มีจุดประสงค์ เพื่อผลิตนิสิต นักศึกษาให้มีศักยภาพ ให้พร้อมก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน ฝึกให้กล้าแสดงออก มีความคิดเห็นต่างกัน ได้ทำงานเป็นทีม และที่สำคัญจะช่วยเชื่อมโยงระหว่างภาคการศึกษากับภาคเอกชนมากยิ่งขึ้น ซึ่งนักศึกษาที่สำเร็จโครงการไปแล้ว ทาง เอสโซ่ ฯ จะคอยติดตามผลความคืบหน้าอยู่ตลอดเวลา และจะดำเนินโครงการดีๆ ต่อไป แต่อาจจะมีการพัฒนาด้านรูปแบบให้ดีขึ้น

การทำงานเป็นทีม ผมยังมีประสบการณ์ด้านประชาสัมพันธ์น้อยอยู่ ต้องอาศัยทีมที่มีอยู่เดิม ซึ่งถือเป็นความโชคดีของผม ที่ได้มาร่วมทีมที่ค่อนข้างแข็งแรงในทุกๆ ด้าน ผมอาจจะไม่ได้ช่วยอะไรมาก เพียงแต่มาช่วยทำให้งานเป็นระบบมากขึ้นพยายามจับ 3 ฝ่ายมารวมกันไปสู่จุดมุ่งหมายเดียวกัน และสิ่งสำคัญต้องมีความร่วมมือ ร่วมใจ แต่หัวใจหลักของการทำงานเป็นทีม ทุกคนจะต้องเปิดกว้าง ยอมรับความคิดเห็นของกันและกัน และในฐานะที่เป็นหัวหน้า จะใช้ความป็นระบบมาแก้ไขปัญหา เอาใจเขามาใส่ใจเรา แล้วพูดคุยกัน”

 

กิติยาวดี นิลวรรณ
ผู้จัดการสื่อสารสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์

การศึกษาปริญญาตรี คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโท วารสารศาสตร์สื่อสารมวลชนจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

“เริ่มทำงานกับ เอสโซ่ ฯ ในแผนกประชาสัมพันธ์ หน้าที่วางแผน สร้างภาพพจน์องค์กร กิจกรรมชุมชนภายในและภายนอก รวมทั้งสร้างสื่อมวลชนสัมพันธ์ มีกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ ตัวอย่างเช่น รายการโทรทัศน์ความรู้คือประทีป และหนังสือสารคดี ที่ให้ความรู้ด้านต่างๆ และแทรกด้วยเรื่องของพลังงาน กิจกรรมของ เอสโซ่ ฯ

การทำงานแล้วรู้สึกสนุก และงานประชาสัมพันธ์มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เราต้องทันต่อการเปลี่ยนแปลง รวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ และต้องหาโอกาสสร้างบแรนด์ กิจกรรม สร้างภาพพจน์องค์กรให้ดีที่สุด รวมถึงได้มีโอกาสเรียนรู้ และพัฒนาสิ่งใหม่ๆ เพื่อนำมาพัฒนาการทำงาน ช่วงหนึ่งมีโอกาสได้ไปศึกษาต่อเรื่องการทำประชาสัมพันธ์ ในหลักสูตร PUBLIC AFFAIRS GLOBAL MANAGENT ที่สำนักงานใหญ่ เอกซอนโมบิล คอร์พอเรชัน

สำหรับโครงการ เอสโซ ชาลเลนจ์ ถือว่าเป็นผู้ริเริ่มจัดทำโครงการ โดยร่วมปรึกษากับ คุณโชติรส หารูปแบบกิจกรรม โดยศึกษาจากการจัดรายการเรียลิทีโชว์ กิจกรรมต่างประเทศ แล้วนำมาประยุกต์ ให้สอดคล้องทั้งในเรื่องของทฤษฎี และปฏิบัติ เพื่อพัฒนาศักยภาพของเด็กไทยรุ่นใหม่ให้ได้รับความรู้บริหารการจัดการ ความคิดสร้างสรรค์ การตลาด พร้อมปลูกฝังจริยธรรมในการทำงาน

ผลงานที่รู้สึกภูมิใจ คือ ความสำเร็จของโครงการ เอสโซ ชาลเลนจ์ เพราะสามารถสร้างให้นักศึกษาที่เข้ามาอบรมในโครงการ ประสบความสำเร็จในการทำงาน บางคนทำงานที่ เอสโซ่ ฯ บางคนไปประสบความสำเร็จที่อื่น มีศักยภาพที่ดี รวมถึงค้นพบตัวเองว่ามีความสามารถในด้านใด

เป้าหมายสำหรับการทำงาน ทำวันนี้ให้ดีที่สุด มีความสุขกับการทำงานประชาสัมพันธ์ ตอบแทนสังคมพัฒนาสังคมให้ดีขึ้น

การทำงานเป็นทีม สิ่งสำคัญที่สุด คือ เป้าหมายร่วมกัน มีความมุ่งมั่น ช่วยเหลือ เข้าใจซึ่งกันและกันเพื่อให้ทีมประสบความสำเร็จ เพราะแต่ละคนมีจุดเด่น จุดด้อย ไม่เหมือนกัน แต่ถ้านำมาผสมผสานจะทำให้เกิดจุดเด่น และประสบความสำเร็จกับงานที่ทำ และต้องมีจริยธรรม”

 

โชติรส พงษ์เจริญ
หัวหน้าโครงการ เอสโซ ชาลเลนจ์ และรายการโทรทัศน์ ความรู้คือประทีป

“จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นศึกษาต่อระดับปริญญาโท MBA สาขาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี และปริญญาโท คณะการตลาดระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยบอสตัน สหรัฐอเมริกา หลังจบการศึกษาในปี 2535 ทำงานกับ เอสโซ เริ่มทำงานด้านการตลาด เช่น การวางแผนกลยุทธ์การตลาดล่วงหน้า และได้ทำงานในหลายด้านไม่ว่าจะเป็น การกำหนดทิศทางของบริษัทในเรื่องของ กำไร ขาดทุน การทำโพรโมชัน บแรนด์ องค์กรการทำร้านสะดวกซื้อ ไทเกอร์มาร์ท จนกระทั่งปัจจุบัน

หน้าที่หลัก คือ ดูแลงานสื่อมวลชนสัมพันธ์ และรายการโทรทัศน์ความรู้ คือประทีป และเป็นหัวหน้าโครงการ เอสโซ ชาลเลนจ์ ทำหน้าที่ตั้งแต่ริเริ่ม และโครงการนี้เกิดขึ้นเพราะต้องการคืนกำไรให้สังคม รวมถึงตอนเป็นเด็กอยากให้มีโครงการแบบนี้ แต่ไม่มีโอกาส จึงอยากที่จะจุดประกายให้เด็กรู้จักตัวเองมากขึ้น รู้ว่าตนเองต้องการสิ่งใด ซึ่งถือว่าโครงการนี้เป็นผลงานที่รู้สึกภูมิใจมากที่สุด

ที่ผ่านมาการทำงานมีอุปสรรคบ้าง แต่ในฐานะที่เป็นคนกลาง เมื่อมีปัญหาจะคุยกัน เช่น เรื่องของเวลาเพราะทุกคนในทีมมีงานประจำ ในบางครั้งเมื่อเวลาไม่ตรงกัน หรือไม่ว่าง จะมีตัวแทนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จะไม่มองว่างานของใคร แต่เป็นงานร่วมกัน โดยนำหลักการทำงานของตัวเอง คือ ทำงานด้วยใจ และสร้างความรู้สึกให้ทุกคนเหมือนเป็นเจ้าของโครงการ เพื่อทุ่มเทการทำงานกันอย่างเต็มที่

สำหรับโครงการ เอสโซ ชาลเลนจ์ ถือว่าประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย ซึ่งเกิดขึ้นจากการร่วมแรงร่วมใจของพนักงานในบริษัทเกือบทุกแผนก

การทำงานเป็นทีมสิ่งสำคัญ คือ คิดถึงตัวเราเป็นหลักก่อน หลังจากนั้นทำให้เพื่อนร่วมทีมรู้วัตถุประสงค์ของการทำงานเพราะแต่ละคนจะมีหน้าที่แตกต่างกัน ต้องนำความคิดมาแบ่งปันกัน แล้วสรุปสู่จุดมุ่งหมายเดียวกัน”

 

จุฑา วิวรกิจ
ผู้จัดการศูนย์ฝึกอบรม การตลาดน้ำมันเชื้อเพลิง

จบการศึกษาปริญญาตรี คณะบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มทำงานที่ ERNST & YOUNG CO.,LTD. ซึ่งเป็นบริษัทตรวจสอบบัญชี หลังจากนั้นไปศึกษาต่อปริญญาโท เอมบีเอ ที่มหาวิทยาลัยนอร์ธ เทกซัส สหรัฐอเมริกา แล้วเริ่มทำงานกับ เอสโซ่ ฯ จนถึงปัจจุบันรวม 22 ปี

“เริ่มต้นทำงาน ฝ่ายตรวจสอบบัญชี แต่มีการปรับเปลี่ยนหน้าที่การทำงานมาหลายด้าน จนกระทั่งมาทำงานด้านการตลาดขายปลีก ซึ่งมีโอกาสผ่านงานในหลายแผนกเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น วางแผนการตลาด พัฒนาสถานีบริการ คอนวิเนียนสโตร์ ร้านสะดวกซื้อ ล่าสุดมาอยู่ที่ศูนย์ฝึกอบรม ฯ

การทำงานที่ เอสโซ่ ฯ สนุกมาก ถือว่าเป็นองค์กรที่ท้าทาย มีหลายสิ่งหลายอย่าง รู้สึกประทับใจ ระบบดี ทำให้เกิดการเรียนรู้ เหมือนเราอยู่มหาวิทยาลัย เรียนรู้งานหลากหลาย ไม่น่าเบื่อ รวมถึงมีเพื่อนร่วมงานที่ดี บริษัทมีการพัฒนาบุคลากรเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เรียนรู้ สนุกกับการทำงานที่ทำ ซึ่งการทำงานที่ เอสโซ่ ฯ ต้องรู้จัก พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ปรับตัวได้ทุกสถานการณ์ คิดวางแผน จัดการ แก้ปัญหา

หน้าที่หลักในโครงการ เอสโซ ชาลเลนจ์ จัดโครงการฝึกอบรมการทำงานในสถานีบริการในส่วนต่างๆซึ่งศูนย์ฝึกอบรมมีรูปแบบอยู่แล้วที่ใช้สำหรับฝึกอบรมพนักงาน แต่ครั้งนี้นำมาใช้ในการฝึกนักศึกษาในโครงการ ทำให้เกิดศักยภาพ เกิดการเรียนรู้ ถึงการให้ความสำคัญลูกค้า

ปัจจุบันอยู่ที่ศูนย์ฝึกอบรม ฯ ภูมิใจกับการทำกิจกรรมต่างๆ พัฒนาบุคลากรในทุกรูปแบบต่างๆ ส่วนการร่วมกิจกรรม เอสโซ ชาลเลนจ์ ภูมิใจที่ได้พัฒนาเด็ก ๆ ให้มีประสิทธิภาพ พร้อมทำงาน ฝึกการทำงานเป็นทีม มีความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งจากความสำเร็จของโครงการ เอสโซ ชาลเลนจ์ รู้สึกดีใจที่เป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันโครงการไปสู่ความสำเร็จ

การทำงานเป็นทีม สิ่งสำคัญที่สุด คือ ทุกคนต้องเข้าใจหน้าที่บทบาทตัวเอง ทุ่มเทที่จะทำ มีเป้าหมายเดียวกัน รับผิดชอบ ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ใจรัก สนุก รักที่จะทำ ซึ่งทีมของเราทำด้วยใจ ไม่ได้ทำด้วยหน้าที่ ”

 

ดร. ชลวิทย์ เจียรจิตต์ สังกัด ภาควิชาสังคมวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

“จบการศึกษาปริญญาตรี มนุษยศาสตร์ (เอกภาษาอังกฤษ) เกียรตินิยม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาราชวิทยาลัย และ M.A.SOCIOLOGY (HONOUR) THE UNIVERSITY OF PUNE INDIA หลังจากนั้นได้ทุนรัฐบาลศึกษาต่อด้าน SOCIOLOGY THE UNIVERSITY OF PUNE, ICCR SCHOLARSHIP ปัจจุบันหัวหน้าภาควิชาสังคมวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ส่วนงานพิเศษปัจจุบัน จัดรายการวิทยุ คลื่น FM.90.5 รายการมุมสะท้อน และวิทยากรประจำสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ/สถาบันพระปกเกล้า/สภาผู้แทนราษฎร/กระทรวงยุติธรรมกรมบังคับคดี 2,000 คน/การบินไทย/ซีพี/ดีแทค และ โตโยตา ฯลฯ

สำหรับโครงการ เอสโซ ชาลเลนจ์ ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาโครงการ ฯ พร้อมทั้งดูแลเรื่องหลักสูตรที่จะอบรมให้แก่นักศึกษา เนื่องจากโครงการนี้มีประโยชน์ และเป็นการคืนกำไรแก่สังคม ทุกคนในทีมทำงานด้วยความผูกพัน ไม่ได้ทำเพราะหน้าที่ และสิ่งที่นักศึกษาจะได้ คือ ความเข้าใจที่ดีต่อองค์กรความรู้ ประสบการณ์ ทัศนคติที่ดี รวมถึงเปิดโอกาสให้มีมุมมองที่กว้างขึ้น มีความคิดสร้างสรรค์ เป็นผู้นำอย่างมีคุณภาพ มีความรับผิดชอบต่อตนเอง ซึ่งจะนำไปสู่ความรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมทั้งยังได้ศึกษาวัฒนธรรมขององค์กร และสิ่งสำคัญที่สุด คือ การทำงานเป็นทีม

ผมให้มุมมอง ทฤษฎีแล้วนำประสบการณ์มาสอนเชิงจิตวิทยาแก่เด็ก สอนให้เห็นภาพการใช้ชีวิตจริงสำหรับโครงการนื้ถือเป็นสิ่งที่ภูมิใจที่สุด สามารถเปลี่ยนเด็กให้เป็นผู้ใหญ่ได้”



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ/ภูริยา คงอัยรา
ภาพโดย : เอกลักษณ์ จุลสุคนธ์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2549
คอลัมน์ : เล่นเป็นทีม
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/XX8i7

Follow autoinfo.co.th