บทความ

รักเธอ ประเทศไทย


วันที่ผมเขียนต้นฉบับเรื่องนี้ เป็นวันที่ 2 หลังจากรัฐบาลรักษาการ พตท. ทักษิณ ชินวัตร ถูกคณะปฏิรูปการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ภายใต้การนำของพลเอก สนธิบุญยรัตกลิน ยึดอำนาจ

การดำเนินการของคณะปฏิรูป ฯ อันประกอบด้วยผู้บัญชาการ 3 เหล่าทัพ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเกิดขึ้นในคืนวันที่ 19 กันยายน 2549 เข้าควบคุมสถานการณ์ในเขตกรุงเทพ ฯ กับปริมณฑล ตั้งแต่เวลาประมาณ 3 ทุ่มครึ่ง

เวลาในขณะนั้น พตท. ทักษิณ ชินวัตร กำลังปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีรักษาการอยู่ที่สหประชาชาติเมืองนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา

เป็นรัฐประหารอีกครั้งของเมืองไทย หลังจากว่างเว้นเรื่องแบบนี้มาได้ 15 ปี โดยครั้งนั้นเกิดขึ้นเมื่อปี 2534 เมื่อครั้งพลเอก สุจินดา คราประยูร ยึดอำนาจจากรัฐบาลของพลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ

การรัฐประหาร หรือการปฏิวัติ เกิดในเมืองไทยหลายครั้ง และค่อนข้างจะมีลักษณะเหมือนๆ กัน

ความเหมือนกันในความแตกต่างที่ผมอยากพูดถึง ก็คือ ปฏิกิริยาตอบโต้จากประชาชน

ส่วนมากแล้วไม่มีใครชื่นชมการปฏิวัติ-รัฐประหาร เพราะเห็นว่าเป็นการทำลายล้างระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เมื่อปฏิวัติแล้วสิ่งแรกที่คณะยึดอำนาจดำเนินการก็คือ ฉีกกฎหมายสูงสุดของประเทศทิ้ง แล้วก็รักษาความสงบเรียบร้อยภายในบ้านเมือง จนกว่าจะมีการเลือกตั้ง

ประชาชนเห็นว่า ห้วงเวลาที่คณะยึดอำนาจเข้ามารักษาการความสงบนั้น เป็นอันตรายเพราะมีอำนาจล้นฟ้า

การยึดอำนาจที่ผมมีประสบการณ์ในฐานะเป็นประชาชนคนหนึ่ง เป็นการดำเนินการล้มล้างรัฐบาลด้วยพลังนักศึกษา และประชาชน ครั้ง “วันมหาวิปโยค” 14 ตุลาคม 2516 และเป็นการขับไล่รัฐบาลจอมพล ถนอม กิตติขจร

เหตุการณ์นั้นเป็นการสูญเสียเลือดเนื้อ และชีวิต ระหว่างวันมหาวิปโยคผมขับรถไปตามถนน ผ่าน 4แยกแล้วก็ใจหายเพราะเกิดความรู้สึกว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ บ้านเมืองไม่มีขื่อไม่มีแป รู้สึกกลัวจนหัวใจเย็นเฉียบ

คนไทยส่วนใหญ่เมื่อเกิดการปฏิวัติ ก็ต้องนึกถึงเสียงปืน และภาพของคนที่ถูกอาวุธ

แต่ไม่ใช่คราวนี้ ครั้งนี้คณะปฏิรูปการปกครอง ฯ ดำเนินการด้วยความสงบเรียบร้อย ปราศจากการสูญเสียทั้งทรัพย์สินของทางราชการ และเลือดเนื้อ ไม่มีเสียงปืนดังขึ้นแม้แต่นัดเดียว

จอมพล ป. พิบูลสงคราม ก็เคยโดนยึดอำนาจครั้งเกิด “กบฏแมนฮัททัน” เคยโดนระเบิดจากเครื่องบินระหว่างอยู่บนเรือรบหลวง จนต้องกระโจนลงน้ำเจ้าพระยาเพื่อเอาตัวรอด

กำลังพลที่คณะดำเนินการเรียกมาปฏิบัติการในแต่ละครั้ง มักเป็นกำลังพลที่ดุดัน เข้มแข็ง เฉียบขาดจนประชาชนรู้สึกว่าปฏิวัติ หรือก่อการกบฏครั้งใด ครั้งนั้นหนีไม่พ้นเลือดตกยางออก เป็นเหตุการณ์ที่คนไทยไม่อยากเห็น

จาก 14 ตุลาคม ยังตามมาด้วย 9 ตุลาคม 2519 ตามมาด้วย พฤษภาทมิฬปี 2535 สะสมความรู้สึกของประชาชนผู้รักสันติ และความมีเสรีภาพ

แต่ก็ไม่ใช่ครั้งนี้ 19 กันยายน 2549 หลังจากยึดอำนาจแล้ว คณะปฏิรูป ฯ ได้ออกคำสั่งให้วันรุ่งขึ้นเป็นวันหยุดราชการและวันหยุดธนาคาร จนถึงตลาดหลักทรัพย์ ด้วยเหตุนี้วันต่อมาประชาชนก็ได้มีโอกาสพักผ่อน และเป็นวันพักผ่อนที่พวกเขาดำเนินกิจกรรมพิเศษอย่างไม่เคยปรากฏในการทำรัฐประหารในอดีตที่ผ่านมา

ประชาชนมาให้กำลังใจแก่คณะทหาร ขอถ่ายรูปรถถัง ขอบันทึกภาพร่วมกับกำลังพลที่มากับรถถังและมามอบดอกไม้สด และข้าวปลาอาหาร ตลอดจนน้ำดื่มให้แก่ทหารที่ดำเนินการยึดอำนาจ

ประชาชนที่มามีทั้งผู้ชาย/ผู้หญิง เด็ก และผู้อาวุโส พวกเขามาพบกับทหารและพบกับรถถังตั้งแต่คืนวันที่มีการยึดอำนาจ

มาทั้งๆ ที่อยู่ในชุดนอนก็มี มาแล้วก็มายืนดู ไม่วิตก ไม่เกรงกลัว อะไรทั้งสิ้น ถ้าเอากล้อง หรือมือถือติดตัวมาด้วย ก็จะบันทึกภาพเหมือนกับออกมางานลอยกระทง หรือออกมาดูลำตัด ยี่เก อะไรประมาณนั้น

วันต่อมาที่เป็นวันหยุด นอกจากกิจกรรมพิเศษที่ประชาชนมีอารมณ์ร่วมกับกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยแล้ว ผมดูโทรทัศน์ยังพบรายหนึ่งทำธุรกิจในด้านอสังหาริมทรัพย์ขับรถยนต์ส่วนตัวราคาเกิน 10 ล้านบาทมาพบทหาร

รถยนต์ราคามากกว่า 10 ล้านบาทของเขา ถูกพ่นสีแดงด้วยถ้อยคำให้กำลังใจแก่หัวหน้าคณะปฏิรูปคือพลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน พ่นสีเป็นตัวอักษรลงไปบนรถอย่างไม่เสียดาย เมื่อนักข่าวถาม ชายหนุ่มผู้นั้นก็ตอบว่า

“แผ่นดินไทย มีค่ามากกว่ารถของผมครับ”

สำหรับผม หรือคนไทยอย่างผม เมื่อได้ยินคำนี้แล้ว ความรู้สึกก็เหลืออยู่อย่างเดียว และนั่นก็คือ ความซาบซึ้งถึงก้นบึ้งหัวใจ ราษฎรไทยท่านผู้นั้นกล่าวได้อย่างถูกต้อง แผ่นดินไทยแผ่นดินของพวกเราประเทศไทย-ประเทศของพวกเรา มีค่า และมีบุญคุณอย่างล้นเหลือ

เหตุการณ์แบบนี้ ก็น่าจะเป็นอีกวาระหนึ่ง สำหรับสายตาคนต่างชาติที่จะต้องประหลาดใจ และเห็นเป็นเรื่องอัศจรรย์อย่างยิ่ง

ชาวต่างประเทศเคยรู้สึกมหัศจรรย์กับประเทศไทยมาครั้งหนึ่งแล้ว ต่อความรู้สึกในความจงรักภักดีและเทิดทูนต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วยความพร้อมเพรียงทั้งชาติ บัดนี้พวกเขาก็ต้องทึ่งในเหตุการณ์ของการรัฐประหาร 19 กันยายน อีกครั้ง

ทุกครั้งที่เกิดปฏิวัติ-รัฐประหารในต่างดินแดน เรามักได้เห็นภาพที่รุนแรง ด้วยการเสียเลือดเนื้อ และทรัพย์สิน บางแห่งบางประเทศไม่ถึงขั้นเปลี่ยนแปลงตัวผู้นำ แค่ประท้วงกันธรรมดา ก็รุนแรง และเลือดตกยางออกแล้ว

เพราะฉะนั้น ทันทีที่กรุงเทพ ฯ เกิดการรัฐประหาร ต่างประเทศก็หยุดข่าวอื่น หันมาให้ความสนใจกับความพยายามในการทำรัฐประหารที่กรุงเทพ ฯ โดยทันที เป็น “บเรคิง นิวส์” ที่ยืดยาว เพราะคิดว่าคงจะมีเหตุการณ์ที่ตื่นเต้นหวาดเสียว

ยิ่งได้เห็นอากัปกิริยาของผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทย รายงานข่าวกลับไปยังสถานีในต่างประเทศ ได้เห็นความร้อนรนของเขาแล้ว ก็ยิ่งนึกไปด้านเดียว นั่นก็คือ การยิงต่อสู้กัน และอาจนำพาไปถึงการสูญเสียชีวิต และเลือดเนื้อ

ที่ผมพูดมาอย่างยืดยาวนี้ ก็เพื่อยืนยันว่า ประเทศไทย ก็คือ ประเทศไทย วิถีชีวิตคนไทยด้วยกันก็เป็นแบบนี้ ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน

และเมื่อประเทศไทยของเราเป็นแบบนี้ เราจึงไม่เดือดร้อนกับความเข้าใจจากคนต่างชาติ แต่เราเข้าใจในความประหลาดใจที่พวกเขาเห็นความอัศจรรย์ที่เกิดขึ้น

เหตุการณ์นองเลือดครั้ง 14 ตุลา 2516 นั้น มีทั้งการทำลายสถานที่ราชการทั้งกองสลาก และส่วนหนึ่งของกรมสรรพากร ตลอดกระทั่ง สำนักงานตำรวจนครบาล แต่เมื่อเหตุการณ์สงบแล้ว ประชาชนก็ออกมาขวักไขว่กันเต็มถนน ไปดูภาพความเสียหายเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ซึ่งก็ไม่ใช่ครั้งนี้อีกเช่นกัน

ครั้งนี้เป็นการดำเนินการยึดอำนาจ และระหว่างควบคุมสถานการณ์ ประชาชนก็ออกมาแสดงอารมณ์ร่วมอย่างไม่หวาดหวั่น

ดูภาพแล้วเหมือนไม่ใช่เหตุการณ์ของความพยายามในการทำรัฐประหาร จากกองทัพ จากขบวนรถถังที่ติดตั้งอาวุธหนัก หรือจากกำลังพลที่มาจากหน่วยรบ

ครับ เพราะนี่คือ ประเทศไทย และ รักเธอ…ประเทศไทย



------------------------------
เรื่องโดย : บรรเจิด ทวี
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2549
คอลัมน์ : เล่นท้ายเล่ม
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/IBioz
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th