บทความ

กลุ่มเคพีเอน


กลุ่มเคพีเอน
แต่งตั้งผู้บริหาร

กฤษณ์ ณรงค์เดช ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มเคพีเอน หนึ่งในผู้นำธุรกิจยานยนต์ โดยดำเนินการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ บริษัทในกลุ่มแบ่งออกเป็น 5 ธุรกิจ ได้แก่ ยานยนต์ การค้า ลอจิสติคส์ ดนตรี และอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า กลุ่มเคพีเอน ประกาศแต่งตั้ง นิตยา ศศะสมิต ให้รับตำแหน่ง เป็น VICE PRESIDENT-CORPORATE COMMUNICATIONS จากเดิมรับตำแหน่ง เป็นผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร

การแต่งตั้งในครั้งนี้ เนื่องจาก กลุ่มเคพีเอน มองเห็นว่า นิตยา เป็นผู้มีประสบการณ์ และปฏิบัติงานในหน้าที่ ที่ได้รับผิดชอบตามนโยบายของผู้บริหารและบริษัทเป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์ สุจริต จึงได้รับความไว้วางจากผู้บังคับบัญชา

 

เชฟโรเลต์
เคลื่อนทัพ ศูนย์บริการเคลื่อนที่

จอห์น ธอมสัน รองประธานฝ่ายขาย การตลาด และบริการหลังการขาย บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เพื่อสร้างความมั่นใจในการเป็นลูกค้าของรถยนต์ เชฟโรเลต์ บริษัทได้จัดส่ง เชฟวี โมบายล์ เซอร์วิศ หรือ ศูนย์บริการ เชฟโรเลต์ เคลื่อนที่ กระจายสู่โชว์รูมทั่วประเทศ 100 แห่ง ทั้งนี้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้ผู้จำหน่ายรถยนต์ เชฟโรเลต์ ในการให้บริการแก่ลูกค้านอกสถานที่ พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานและช่างผู้ชำนาญ เพื่อการดูแลรักษารถยนต์เบื้องต้น

ทั้งนี้โชว์รูมของ เชฟโรเลต์ แต่ละแห่งจะแจ้งกับลูกค้าว่า รถ เชฟวี โมบายล์ เซอร์วิศ จะไปให้บริการ ณ จุดไหน ซึ่งหากลูกค้าอยู่ใกล้เคียงจุดที่ เชฟวี โมบายล์ เซอร์วิศ ให้บริการ ก็สามารถนำรถเข้ารับบริการได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปที่ศูนย์ ฯ แต่อย่างใด ขณะเดียวกันลูกค้าสามารถโทรศัพท์เพื่อสอบถามโชว์รูมแต่ละแห่งถึงเส้นทาง หรือจุดต่างๆ ที่ เชฟวี โมบายล์ เซอร์วิศ จะไปให้บริการ หรือแจ้งความประสงค์ที่จะให้ เชฟวี โมบายล์ เซอร์วิศ มาให้บริการถึงบ้านได้ ทั้งนี้จะทำให้ลูกค้าของ เชฟโรเลต์ ได้รับความสะดวกสบายในการรับบริการมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ฉุกเฉิน

สำหรับ เชฟโรเลต์ โมบายล์ เซอร์วิศ เป็นศูนย์บริการเคลื่อนที่ที่ดัดแปลงมาจากรถยนต์ เชฟโรเลต์ โคโลราโด แบบ FLAT DECK โดยมีการติดตั้งตู้คอนเทเนอร์แทนที่กระบะท้าย ออกแบบให้เปิดฝาตู้คอนเทเนอร์ได้ทั้งด้านหลังและด้านข้างทั้ง 2 ด้าน พร้อมตกแต่งอย่างมีเอกลักษณ์ สามารถสังเกตเห็นได้ง่ายจากสัญลักษณ์โบว์ไทยของ เชฟโรเลต์ และลวดลาย CHEVY MOBILE SERVICE สีน้ำเงินสดใสบนตัวรถสีขาว พร้อมชื่อของศูนย์บริการ และหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อศูนย์บริการนั้นๆ

 

ฟอร์ด
พิสูจน์สถิติประหยัดน้ำมัน

สตีเวน ตัน รองประธานฝ่ายการตลาด ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรม “ฟอร์ด ท้าคนแกร่ง แข่งประหยัดน้ำมัน” เพื่อพิสูจน์สมรรถนะของเครื่องยนต์ ดูราทอร์ค 380 ของ ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ จัดให้มีการแข่งขันขึ้นใน 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ ได้รับความสนใจมีผู้เข้าร่วมแข่งขันรวมกว่า 150 คน โดยมีตัวแทนที่ผ่านการคัดเลือกเขาร่วมแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเพียงภาคละ 10 คน รวม 40 คน

ส่วนการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเริ่มต้นสตาร์ทบริเวณชายหาดบางแสนขับตามเส้นทางไปจังหวัดระยอง รวมระยะทางทั้งสิ้น 219.5 กิโลเมตร โดยการขับเป็นการขับปกติ เปิดแอร์ที่ความเร็วเฉลี่ยปกติ 90 กม./ ชม.ผลการแข่งขันปรากฏว่าผู้ที่ทำสถิติประหยัดน้ำมันสูงสุด คว้ารางวัลชนะเลิศ ได้แก่ มนตรี กาญจนมณฑล จากจังหวัดระยอง สถิติที่ได้ 28.70 กม/ลิตร ได้รับรางวัลรถ ฟอร์ด เรนเจอร์ 2.5 เอกซ์แอลเอส ไฮไรเดอร์ ชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ สตรอง วงศ์บางชวด จากจังหวัดนนทบุรี สถิติที่ได้ 27.39 กม./ลิตร ได้รับรางวัลเงินสด100,000บาท และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2ได้แก่ ทวีศักดิ์ มะโน จากจังหวัดอุตรดิตถ์ สถิติที่ได้ 26.65 กม./ลิตร ได้รับรางวัลเงินสด 50,000 บาท

นอกจากนี้ยังมีรางวัลชมเชยเป็นบัตรกำนัลมูลค่า 5,000 บาท สำหรับผู้ที่ได้รับรางวัลที่ 4-10 และ รางวัลน้ำมันหล่อลื่นสังเคราะห์100 % คาสตรอล จำนวน 2 แกลลอน มูลค่า4,000บาท สำหรับรางวัลที่ 11-40 อีกด้วย ขณะเดียวกันผู้เข้าแข่งขันที่ใช้รถ ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ รุ่น 4X4 ก็สามารถทำสถิติประหยัดน้ำมันได้สูงสุดถึง 25.18 กม./ลิตร

 

มิลเลนเนียม ฯ
จัดแคมเปญกระตุ้นยอดขาย

สมชาย ตระกูลภิรมย์ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายยูสด์คาร์ บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ จำกัด เปิดเผยว่า หลังเปิดศูนย์รถยนต์มือสอง ภายใต้ชื่อ มาสเตอร์ เซอร์ทิฟายด์ ยูสด์คาร์ มากว่า 1 ปี ได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าเป็นอย่างดี โดยในปีที่ผ่านมา บริษัทมียอดจำหน่ายรถมือสองกว่า 200 คัน หรือเฉลี่ยเดือนละประมาณ 12-15 คัน และคาดว่าปีนี้ จะสามารถทำยอดขายได้กว่า 300 คัน หรือเติบโตเพิ่มขึ้น 20-25 %

ที่ผ่านมา ได้จัดโครงการ “WARRANTY PROGRAM” รับประกันคุณภาพของรถที่จำหน่ายภายในศูนย์นาน 6 เดือน หรือระยะทาง 10,000 กม. โดยในช่วงการรับประกันดังกล่าว ลูกค้าสามารถนำรถมารับบริการ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการซ่อม ทั้งค่าแรงและค่าอะไหล่ และจุดอ่อนของศูนย์จำหน่ายรถมือสองทั่วไป คือ ไม่มีการรับประกันคุณภาพของรถ ซึ่ง มาสเตอร์ เซอร์ทิฟายด์ ยูสด์คาร์ นับเป็นศูนย์จำหน่ายรถมือสองเจ้าแรกในประเทศไทย ที่มีการรับประกันคุณภาพรถ หลังเปิดตัวโครงการดังกล่าว คาดว่ายอดขายรถของศูนย์ จะเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ 30 คัน

อย่างไรก็ตาม ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน อาจส่งผลให้มูลค่าตลาดรถยนต์มือสองตกลงไปบ้าง แต่ในส่วนของบริษัท คิดว่าคงไม่ได้รับผลกระทบดังกล่าว และคาดว่า กลุ่มผู้ใช้รถมือหนึ่ง จะหันมาสนใจรถมือสองมากขึ้น ทั้งนี้ รถยนต์ที่จำหน่ายภายในศูนย์ ฯ ส่วนใหญ่เป็นรถที่ลูกค้านำมาเปลี่ยนรุ่นใหม่กับ มิลเลนเนียม ออโต ฯ เป็นรถในกลุ่มพรีเมียม อาทิ เมร์เซเดส-เบนซ์ /โวลโว/เอาดี/เลกซัส/โตโยตา แคมรี/ฮอนดา แอคคอร์ด/นิสสัน เทอานา และรถซูเพอร์คาร์ เช่น แฟร์รารี/โพร์เช โดยรถทุกคัน
มีอายุใช้งานไม่เกิน 6 ปี หรือจดทะเบียนตั้งแต่ปี 2000 ขึ้นไป และศูนย์ ฯ จะทำการตรวจสอบประวัติรถ และซ่อมบำรุงโดยใช้อะไหล่แท้ท้งหมด

 

สยามมิชลิน ฯ
เปิดตัวโฆษณาใหม่ล่าสุด

บริษัท สยามมิชลิน จำกัด เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณายาง มิเชอแลง เอเนอร์จี ยางประหยัดน้ำมัน ชุดใหม่ล่าสุด “ไม่แวะปั๊ม” โดยนำเทคโนโลยีการเขียนภาพเอนิเมชัน ที่ได้รับความนิยม และยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการภาพยนตร์ฮอลลีวูด มาสรรค์สร้างชีวิตให้กับ “บีเบนดัม” สัญลักษณ์กว่า 100 ปี ของยาง มิเชอแลง ให้โลดแล่นอย่างสนุกสนานเหมือนจริงในภาพยนตร์โฆษณา ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ บีเบนดัม สามารถพูดคุยโต้ตอบได้จริง

สำหรับภาพยนตร์โฆษณาชุดดังกล่าว นำเสนอเรื่องราวของชายผู้หนึ่งที่อยู่ระหว่างการเดินทางไกลไปกับ บีเบนดัม เพื่อนร่วมทางที่วางใจได้ แต่เพราะคุณสมบัติประหยัดน้ำมันของยางมิเชอแลง เอเนอร์จี จึงทำให้ไม่ต้องแวะเติมน้ำมันบ่อยๆ ทำให้ บีเบนดัม ที่กระหายน้ำต้องขอร้องให้ผู้ขับแวะปั๊มเพื่อลงไปซื้อเครื่องดื่ม ซึ่งในตอนท้ายของโฆษณา มิเชอแลงได้เพิ่มลูกเล่นโดยให้ บีเบนดัมซื้อตู้อัดลมพ่วงติดรถไปด้วย เพราะทราบดีว่าตนเองคงจะไม่ได้แวะปั๊มน้ำมันไปอีกนาน เพราะยางมิเชอแลง เอเนอร์จี ช่วยประหยัดน้ำมันได้

ยางมิเชอแลง เอเนอร์จี ยางประหยัดน้ำมัน มีวางจำหน่าย 2 รุ่น คือ รุ่น เอกซ์เอม 1 ซึ่งเป็นยางขอบ 14 นิ้ว เหมาะสำหรับรถยนต์นั่งขนาดกลาง และขนาดเล็ก และรุ่น เอมเอกซ์วี 8 ซึ่งเป็นยางขอบ 15-17 นิ้ว เหมาะสำหรับรถยนต์นั่งขนาดกลางและขนาดใหญ่

 

เมร์เซเดส-เบนซ์
เสริมทัพ เอ 180 ซีดีไอ และ เอส 320 ซีดีไอ

โวล์ฟกัง ฮัพเพนบูเอร์ ประธานบริหารบริษัท เดมเลอร์ไครสเลอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทจะขยายตลาดรถ ซีดีไอ อีก 2 รุ่น ทั้งนี้เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้กับผู้บริโภค ได้แก่ รุ่น เอ 180 ซีดีไอ และเอส 320 ซีดีไอ ซึ่งจะทำให้บริษัท มีรถรองรับลูกค้าครบทุกเซกเมนท์

ที่ผ่านมา เมร์เซเดส-เบนซ์ ถือเป็นเจ้าแรกในตลาดรถหรูที่เริ่มนำนวัตกรรมเทคโนโลยี ซีดีไอ เข้ามาทำตลาดตั้งแต่ปี 2544 โดยเริ่มจากรุ่น อี 220 ซีดีไอ ด้วยความโดดเด่นด้านสมรรถนะ และประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงประกอบกับมีค่าใช้จ่ายด้านบำรุงรักษาต่ำ ปัจจุบันเครื่องยนต์ ซีดีไอ ได้รับการพัฒนาเป็นรุ่นที่ 3 จึงทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเป็นที่ยอมรับจากผู้บริโภคอย่างรวดเร็วและครองความนิยมมาจนทุกวันนี้

จนถึงปัจจุบันบริษัท ฯ ได้ส่งมอบรถให้ลูกค้าไปแล้วกว่า 5,000 คัน ทั่วประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของ เมร์เซเดส-เบนซ์ ได้เป็นอย่างดี และนอกเหนือจากเครื่องยนต์ ซีดีไอ แล้ว บริษัทฯ ยังเน้นและให้ความสำคัญเรื่องพลังงานทางเลือก ซึ่งถือเป็นบริษัท ฯ แรกที่แนะนำรถ เมร์เซเดส-เบนซ์ อี 200 เอนจีที ที่สามารถใช้ได้ทั้งน้ำมันเบนซินและแกสธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงในคันเดียวกัน อันเป็นเทคโนโลยีหนึ่งของ เมร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมทั้งได้รับความสนใจจากลูกค้ามากเพราะนอกจากจะเป็นรุ่นที่มีจุดเด่นไม่ว่าด้านระบบส่งกำลัง การบังคับควบคุม ระบบเบรค ระบบความปลอดภัยตามมาตรฐานของ เมร์เซเดส-เบนซ์ แล้ว ยังมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงประหยัดที่สุดเนื่องจากแกสธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงที่มีอยู่ภายในประเทศ และมีราคาไม่แพง เพราะมีอัตราสิ้นเปลืองโดยเฉลี่ยประมาณ 6.1 กก./100 กม. หรือคิดเป็นค่าแกสธรรมชาติเท่ากับ 52 บาท/100 กม. เท่านั้น บริษัท ฯ เริ่มส่งมอบรถยนต์รุ่นนี้ให้แก่ลูกค้าแล้วไม่ว่าจะเป็นรายบุคคล และองค์กรระดับประเทศ อาทิ ปตท. เป็นต้น

นอกจากนี้ บริษัท ฯ ยังมีแผนงานที่จะประกอบรถรุ่นนี้ภายในประเทศ คาดว่าจะเริ่มช่วงปลายปีนี้ โดยคาดว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคและเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้แก่ลูกค้ารถ เมร์เซเดส-เบนซ์ ทั้งนี้เพื่อให้สอดรับกับนโยบายประหยัดพลังงานของประเทศที่ต้องการให้ผู้บริโภคหันมาใช้รถที่ใช้กาซธรรมชาติเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้นด้วย

 

เทคโนเซล ฯ
จัดโครงการ “LAMINA THANK YOU PLUS”

จันทร์นภา สายสมร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ตัวแทนจำหน่ายฟีล์มกรองแสงรถยนต์และอาคารระดับพรีเมียม “ลามินา” ไทย เปิดเผยว่า การจัดโครงการ “LAMINA THANK YOU PLUS” เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อตอบแทนความไว้วางใจของลูกค้า รวมถึงต้องการให้ผู้บริโภคได้ใช้สินค้าของ ลามินา” ที่แท้จริง ได้รับการให้บริการที่โดดเด่นจากตัวแทนจำหน่ายของ ลามินา และต้องการให้ลูกค้ารับรู้สิทธิ์ของตัวเองในเรื่องของการรับประกัน ซึ่งที่ผ่านมามีลูกค้าหลายรายมองข้ามเรื่องเหล่านี้เป็นจำนวนมาก

โดยโครงการดังกล่าวจัดขึ้นสำหรับลูกค้าที่นำรถยนต์มาติดตั้งฟีล์มกรองแสง ลามินาของแท้ทั้งคัน นับตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2550 เพียงเขียนเล่าความประทับใจในการตัดสินใจเลือกฟีล์มกรองแสง ลามินา ก็จะมีโอกาสเป็นผู้โชคดีได้รับรางวัลรวมทั้งสิ้น 264 รางวัล มูลค่ากว่า 1.3 ล้านบาท และผู้โชคดีที่สุด 3 ท่านจะได้รับรางวัลเดินทางท่องเที่ยวสหรัฐอเมริกา-แคนาดา พร้อมเข้าชมโรงงานผลิตฟีล์มกรองแสงของ ลามินา ที่ใหญ่ที่สุดในโลกมาตรฐาน ISO 9001

ทั้งนี้ ผู้ที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการดังกล่าว จะเป็นเจ้าของรถที่นำรถมาติดตั้งฟีล์มกรองแสง ลามินา ของแท้ทั้งคัน ที่ตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้ง และมีการกรอกบัตรลงทะเบียนรับใบรับประกันเพื่อส่งกลับมาที่บริษัท นอกจากนี้ ยังจะต้องรักษาโลโก ลามินา บนเนื้อฟีล์มไว้บนกระจกอย่างน้อยบานละ 1 ดวง เพียงเท่านี้ก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับโอกาสเข้าร่วมโครงการนี้ทันที

นอกจากนี้ ยังถือเป็นโอกาสที่ดีในการแสดงถึงคุณภาพของสินค้าและศักยภาพของโรงงานของซีพี ฟีล์มที่ผลิตฟีล์มของลามินา ว่ามีความแตกต่าง และโดดเด่น กว่าสินค้าของยี่ห้ออื่นเพียงใด ซึ่งโดยปกติแล้ว การที่จะได้เข้าไปเยี่ยมชมโรงงานผลิตฟีล์มกรองแสง เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก การที่บริษัทพาผู้โชคดีไปในครั้งนี้ จึงถือเป็นโอกาสพิเศษสุด

จันทร์นภา กล่าวต่อว่าการจัดกิจกรรมดังกล่าวคาดว่าจะทำให้ยอดขายเติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 10 % ซึ่งถือว่าสวนกระแสของเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ซึ่งทำให้ฟีล์มกรองแสงได้รับผลกระทบบ้าง ดังจะเห็นได้จากตลาดในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้มีการขยายตัวประมาณ 5 % แต่ในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ที่ผ่านมาหดตัวลดลงอีกประมาณ 10-15% แต่บริษัทมองว่าตลาดจะกลับมาเติบโตอีกครั้งหนึ่งในช่วงงาน “มหกรรมยานยนต์” ที่จะจัดขึ้นในช่วงปลายปีนี้

อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่าตลาดฟีล์มกรองแสงในประเทศไทย ปีนี้น่าจะมีมูลค่ารวมประมาณ 1,100 ล้านบาท ซึ่งเทียบเท่ากับปีที่ผ่านมา โดยบริษัทตั้งเป้าจะมียอดขายรวม 350 ล้านบาท รวมถึงมองว่าจากสภาพของตลาดโดยรวมจะไม่ส่งผลกระทบกับยอดขายของบริษัทแต่อย่างใด เนื่องจากในปัจจุบันลูกค้าหันมาเลือกใช้สินค้าที่มีคุณภาพและมีมาตรฐานมากขึ้น ซึ่งบริษัทพร้อมที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าเช่นกัน



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : ฝ่ายภาพ และบริษัทผู้ผลิต
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2549
คอลัมน์ : บันทึกธุรกิจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/HIp8x

Follow autoinfo.co.th