บทความ

ของฝากรัฐบาลใหม่


ถ้าไม่คำนึงถึงที่มา และสภาพแวดล้อมปัจจุบันที่ต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะมนตรีความมั่นคง ฯ ต้องนับว่ารัฐบาลของพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นั้นมีศักยภาพพอจะ “ฝากผีฝากไข้” ได้เลยทีเดียว

การที่คณะรัฐมนตรีประกอบด้วยคนดี และเก่งในด้านต่างๆ แบบนี้ อย่างน้อยก็สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน และนักธุรกิจได้ว่า ประเทศไทยจะเดินหน้าต่อไปในทิศทางที่ถูกต้อง

ทิศทางที่ถูกต้องนี้น่าจะสำคัญกว่าอัตราการเจริญเติบโตนะครับ เห็นได้ชัดว่า ยุคทักษิณ ล่มสลายลง ก็เพราะเร่งรัดอัตราการเจริญเติบโต โดยไม่สนใจว่าทิศทางที่พาพวกเราเดินไปจะมีหุบเหวหายนะรออยู่เบื้องหน้า

สำหรับประชาชนไทย ตั้งแต่ระดับยอดไม้ลงไป จนถึงระดับรากแก้ว ผมคาดว่า เมื่อได้รัฐบาลมาดดีอย่างนี้ ก็น่าจะสบายอกสบายใจ และหันกลับมาจับจ่ายใช้สอยกันเหมือนเดิม

นอกจากงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 23″ ซึ่งเป็นยากระตุ้นชั้นดีแล้ว ก็เห็นจะเป็นรัฐบาลสุรยุทธ์ นี่แหละครับที่จะมาช่วยปั๊มหัวใจให้ตลาดรถยนต์กลับฟื้นคืนชีพขึ้นได้ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี

ผู้บริหารบริษัทรถยนต์ทั้งหลายพูดกับผมเป็นเสียงเดียวกันว่า จบปีนี้ถ้าบวกนิดหน่อย หรือแค่เสมอตัวกับปีก่อนก็พอใจมากแล้ว

(ทำท่าจะไม่ใส่ใจเรื่องอัตราเจริญเติบโต เท่ากับทิศทางพัฒนาที่ถูกต้องเหมือนกัน !?! )

อดใจรออีกไม่นาน รู้ผลแน่นอน

ช่วงนี้ถึงสิ้นปี รัฐบาลคงมีเวลาให้ความสนใจกับอุตสาหกรรมยานยนต์น้อยถึงน้อยมาก ซึ่งเข้าทางบริษัทรถยนต์ที่ไม่ต้องการให้รัฐยื่นมือมายุ่มย่ามกับอุตสาหกรรมของตนเองพอดี

อย่างไรก็ตาม ไหนๆ คณะของท่านก็เข้ามาเพื่อนำทางประเทศไปสู่ทิศทางที่ถูกต้องแล้ว ผมจึงขอถือโอกาสฝากสองเรื่องสำคัญที่วิปริตผิดแนวด้วยฝีมือรัฐบาลก่อนให้ช่วยพิจารณา

เรื่องแรก คือ การยกเลิกเบนซิน 95 และบังคับใช้แกสโซฮอล (95) ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป ซึ่งผมคัดค้าน พร้อมกับยืนยันมาตลอดว่าเจ้าของรถผู้เสียภาษีให้รัฐต้องได้รับการคุ้มครองสิทธิในการเลือกใช้น้ำมันตามความต้องการ

การใช้รถเก่า หรือรถที่เติมแกสโซฮอลไม่ได้ มันผิดตรงไหนละครับ ถึงจะต้องโดนรัฐลงโทษแบบนี้

ขณะเดียวกัน การบังคับใช้แกสโซฮอลยังก่อปัญหาอื่นๆ ตามมาอีกมาก เช่นเรื่องแอลกอฮอล์ราคาสูง และปริมาณการผลิตในประเทศที่ไม่เพียงพอ ซึ่งท่านคงทราบดีอยู่แล้ว

ฉะนั้น แม้จะใกล้เวลา แต่ก็ยังไม่สายครับที่ท่านจะสั่งเลื่อนกำหนดยกเลิกเบนซิน 95 ออกไปก่อน

เรื่องที่สอง คือ โครงการอีโคคาร์ หรือเอศคาร์ ที่โดนรัฐมนตรีซีทีเอกซ์ “ดองเค็ม” อย่างกะทันหัน

โครงการนี้ ผมเห็นว่าเป็นของดีมีประโยชน์สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์บ้านเรา เพื่อให้สามารถยืนได้อย่างมั่นคงในฐานะประเทศผู้ประกอบรถยนต์ส่งออกระดับโลก

จะหวังพึ่งพาเฉพาะพิคอัพ ก็เท่ากับยืนกระต่ายขาเดียวชกกับชาวบ้าน ยังไงเสียโอกาสแพ้ย่อมมีมากกว่า

ที่ยื่นหน้ามาบอกว่าเราจะเป็นดีทรอยท์แห่งเอเชีย (บางคนยืนยันว่าเป็นแล้วด้วยซ้ำ) ล้วนแต่พวกปากกล้าขาสั่น ทั้งนั้น

จับไปดองเค็มแทนโครงการเอศคาร์เสียดีไหมครับ



------------------------------
เรื่องโดย : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2549
คอลัมน์ : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/VGlZi

Follow autoinfo.co.th