บทความ

รถจะขายได้…ดีไซจ์นต้อง “โอ้โฮ”


ปัจจุบันบริษัทรถยนต์ทุกแห่ง ต่างหากลยุทธ์ใหม่ๆ ที่จะทำให้สินค้าของตนขายได้มากที่สุด ตั้งแต่การสร้างภาพลักษณ์ของสินค้า ด้วยการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ในรูปแบบใหม่อยู่เสมอ หลายคนคงสงสัยว่าปัจจุบันมีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่อยู่บ่อยครั้ง แต่ทำไม บางรุ่นขายดี บางรุ่นขายไม่ดี ปัจจัยที่จะทำให้รถขายดี หรือไม่ดีนั้น มีอยู่มากมาย แต่ในครั้งนี้เราจะมาเจาะลึกถึงปัจจัยอันดับหนึ่งที่จะทำให้สินค้าขายได้หรือไม่ได้นั้น ก็คือ “ความสวยงามของสินค้า”

ตามหลักจิตวิทยา ธรรมชาติของมนุษย์เราเวลาซื้อสินค้าจะใช้อารมณ์มากกว่าร้อยละ 80 เป็นตัวตัดสิน ส่วนเรื่องเหตุผลนั้นเป็นแค่ตัวประกอบเพียงร้อยละ 20 เท่านั้น สมัยก่อนที่เทคโนโลยีของรถยนต์เริ่มพัฒนาขึ้น ในโลกของการออกแบบเกิดประโยคที่ว่า “FORM FOLLOW FUNCTION” หมายถึง รูปทรงจะต้องถูกออกแบบตามลักษณะการใช้งาน ต่อมาเมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้ามากขึ้น บริษัทรถยนต์ต่างๆสามารถพัฒนา “FUNCTION” หรือการใช้งานพื้นฐานได้เท่าเทียมกันหมด โลกของการออกแบบจึงเปลี่ยนเป็น “FORM FOLLOW EMOTION” ซึ่งหมายถึง รูปทรงจะต้องถูกออกแบบเพื่อตอบสนองอารมณ์ของผู้ซื้อ ซึ่งตรงกับหลักจิตวิทยาที่ว่าไว้ข้างต้นเป๊ะ

เมื่อเป็นเช่นนี้ทำให้เราต้องมุ่งความสนใจไปที่ “อารมณ์” ของผู้ซื้อ และจะต้องวิเคราะห์เพื่อหาวิธีกระตุ้นอารมณ์ให้มีความอยากซื้อสินค้ามากที่สุด อารมณ์ของมนุษย์นั้นเกิดจากอวัยวะทั้ง 5 ได้แก่ ตาดู หูฟัง ลิ้นลิ้มรส มือสัมผัส จมูกดมกลิ่น

อวัยวะที่สามารถรับรู้ความรู้สึกได้เร็วที่สุดนั่น ก็คือ “ตา” เพราะตาเป็นด่านแรกที่จะใช้ มองสินค้า ถ้าสินค้าสวยก็เกิดอารมณ์อยากซื้อ ถ้าไม่สวยก็ไม่เกิดอารมณ์อยากซื้อ ถึงมีประโยชน์ใช้สอยดีก็ไร้ค่า เพราะการตัดสินใจซื้อของมนุษย์จะใช้เหตุผลเพียงร้อยละ 20 เท่านั้น

ยุคนี้รถต้องสวยก่อนเป็นอันดับแรก สวยแบบไหน ? แล้วจะทำอย่างไรให้รถสวย ? ก็อยู่ที่ความสามารถของนักออกแบบของแต่ละค่ายแล้วล่ะครับ ว่ามีความสามารถออกแบบให้กระตุ้นอารมณ์อยากซื้อของลูกค้าได้มากแค่ไหน เปรียบง่ายๆ แบบภาษาชาวบ้าน ก็คือ เมื่อลูกค้าเห็นรถแล้วต้องอุทานคำว่า”โอ้โฮ” ออกมานั่นแหละ จะมีโอกาสขายรถได้เกือบ 100 % แล้ว อีกอย่างรถสมัยนี้ต้องมีลูกเล่นแพรวพราว หรือเรียกง่ายๆ ว่า “น้ำจิ้ม” เยอะหน่อย เหมือนคนเราถ้าให้เลือกกินสุกี้ แบบมีกับไม่มีน้ำจิ้ม คุณจะเลือกกินแบบไหน ? ยิ่งพี่ไทยเราด้วยแล้วติดนิสัยขอน้ำจิ้มเยอะ หลายๆ แบบยิ่งชอบ รถยนต์ก็เช่นเดียวกัน ถ้าสมัยนี้มาแบบเรียบๆ พื้นๆ ไม่มีอะไรตื่นเต้น ก็คงจะขายได้ยาก (ตามทฤษฎีนะ)

คราวนี้เราลองมาดู รถบ้านเราว่าเมื่อได้เห็นรถตัวจริงครั้งแรกแล้วมีอาการ “โอ้โฮ” หรือไม่ ? แล้ว “โอ้โฮ” ที่ตรงไหน ? เริ่มจาก

อีซูซุ ดี-แมกซ์ คราวเปิดตัวครั้งแรก ก็ “โอ้โฮ” ด้วยรูปลักษณ์ใหม่ทั้งภายนอกและภายใน ที่ใกล้เคียงกับรถเก๋ง ซึ่งเป็นเจ้าแรกของกระบะไทย ตามมาด้วย

โตโยตา ไฮลักซ์ วีโก ที่ “โอ้โฮ” ด้วยความใหญ่ของตัวถัง และภายในที่เทียบเท่ารถเก๋งเช่นเดียวกัน

เชฟโรเลต์ โคโลราโด “โอ้โฮ” ด้วยการชูภาพของความทนทานสไตล์อเมริกัน แต่รูปลักษณ์ ก็คือ คู่แฝดของ อีซูซุ

มิตซูบิชิ ทไรทัน “โอ้โฮ” ตามความแปลกใหม่ของการออกแบบทั้งภายนอก และภายใน

และล่าสุด ฟอร์ด และ มาซดา “โอ้โฮ” จากภายในดูทันสมัย แต่รูปลักษณ์ภายนอกก็เรียบๆ

จากตลาดรถกระบะที่เปิดตัวกันจนครบก็จะเห็นได้ว่า อีซูซุ โตโยตา และ มิตซูบิชิ 3 ยี่ห้อนี้ จะเน้นภาพลักษณ์เพื่อกระตุ้นอารมณ์ผู้ซื้อเป็นหลัก แต่ เชฟโรเลต์ ฟอร์ด และ มาซดา จะเน้นที่ ฟังค์ชัน เช่นประตูแบบตู้กับข้าว และระบบลอคเฟืองท้ายอัตโนมัติตามลำดับ

มาดูรถเก๋งกันบ้าง

นิสสัน ซันนี นีโอ ตอนเปิดตัวก็ “โอ้โฮ” ด้วยความหรูหรา ทั้งภายนอกและภายใน ราคาก็ไม่แพง

โตโยตา โคโรลลา อัลทิส ก็ “โอ้โฮ” เพราะ โคโรลลา เปลี่ยนโฉมให้มีความหรูหราสไตล์ เลกซัส แต่จุดเด่นที่สุดน่าจะเป็นครั้งแรกที่รถขนาดคอมแพคท์ซีดานสามารถดันราคาให้เฉียดล้านได้เป็นครั้งแรก

ฮอนดา ซีวิค รุ่นเดิมไม่ แต่รุ่นใหม่ “โอ้โฮ” จากภายใน ที่ถือว่าเหนือชั้น ด้วยการออกแบบแผงคอนโซลที่ล้ำสมัยด้วยมาตรวัด 2 ชั้น มีทั้งแบบเข็มและดิจิทอล

นิสสัน ทิอิดา ไม่ “โอ้โฮ” เพราะรูปทรงดูเรียบเกินไป และจุดขายของรถรุ่นนี้เน้นที่ความกว้างของภายในห้องโดยสาร (เน้นฟังค์ชัน) อย่างชัดเจน

โตโยตา ฟอร์ทูเนอร์ “โอ่โฮ” เป็นครั้งแรกของรถกระบะดัดแปลงที่ทำได้ใกล้เคียงรถ SUV ระดับหรู

และล่าสุด โตโยตา แคมรี ใหม่ ก็ “โอ้โฮ” แบบครบสูตรด้วยรูปทรงภายนอกที่ได้ DNA ของ เลกซัส มาเต็มๆ เรียกได้ว่า ลูกเล่นในรุ่น ทอพ นั้นใส่กันมาสุดๆ ตั้งแต่ไฟหน้าเลี้ยวตามล้อ การตกแต่งภายในเล่นสี 3 โทน มาตรวัดเรืองแสงให้ความรู้สึก 3 มิติ เรียกได้ว่า ใครได้ไปสัมผัสรถตัวจริงก็อยากจองกันทั้งนั้น

จากตัวอย่างกรณีศึกษาที่กล่าวถึงเหล่านี้ อาจพอวิเคราะห์ถึงกลยุทธ์ของบริษัทรถยนต์ ที่แบ่งเป็น 2เรื่องหลัก นั่นก็คือ

1. การเน้นไปที่อารมณ์ของลูกค้า และ

2. การเน้นไปที่เหตุผลของลูกค้า

ซึ่งผลลัพธ์นั้นก็น่าจะพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนถึงยอดขายของทั้ง 2 กลุ่มที่แตกต่างกัน ซึ่งก็เป็นไปตามทฤษฎี ทางจิตวิทยาจริงๆ ดังนั้นรถรุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวรายต่อไป คุณแน่ใจหรือยังว่าแบบรถของคุณ เมื่อลูกค้าเห็นแล้วจะมีเสียงอุทานว่า “โอ้โฮ”



------------------------------
เรื่องโดย : แมน ดีไซจ์น
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2549
คอลัมน์ : มุมมองนักออกแบบ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/J01XK

Follow autoinfo.co.th