บทความ

พิมพา ชลาลัย


เมื่อตลาดรถยนต์เติบโตอย่างต่อเนื่อง ตลาดฟีล์มกรองแสงที่ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งของรถยนต์ก็เติบโตตามไปด้วย ทำให้มีผู้สนใจเข้ามาชิงส่วนแบ่งกันมาก “ฟอร์มูลา” สัมภาษณ์พิเศษ พิมพา ชลาลัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท วี เค เอส ทินท์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟีล์มกรองแสง วี-คูล

 

ฟอร์มูลา : ก่อนหน้าที่จะเข้าสู่ธุรกิจฟีล์มกรองแสง คุณทำธุรกิจอะไร ?

พิมพา : ทำธุรกิจของครอบครัวเกี่ยวกับสินค้าต่างประเทศ ซื้อรถยนต์มือสองจากญี่ปุ่น สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา เพื่อนำไปขายยังประเทศที่สาม เวียดนาม เขมร ลาว ทำอยู่ประมาณ 3 ปี

 

ฟอร์มูลา : เพราะเหตุใดคุณจึงเลือกบแรนด์ วี-คูล มาทำตลาดในเมืองไทย ?

พิมพา : เมื่อ 12 ปีที่แล้ว มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายเรื่องฟีลม์กรองแสง ต้องติดฟีล์มที่แสงผ่านได้ไม่ต่ำกว่า 40 % ซึ่งทำให้คิดนำฟีล์มกรองแสง วี-คูล มาสู่ตลาดเมืองไทย เพราะเป็นฟีล์มที่มีความใสถึง 70 % เมื่อนำไปติดกับกระจกแล้วสามารถป้องกันความร้อนได้ถึง 97 % และ ป้องกันรังสียูวีได้ถึง 99 % ไม่มีปัญหาเรื่องทัศนวิสัย และมีลักษณะพิเศษ คือ เป็นฟีลม์ใสสามารถติดกระจกด้านหน้าได้

รู้สึกทึ่งในคุณภาพ และเทคโนโลยี ซึ่งในอดีตรถที่ติดฟีล์มกรองแสงจะมีแต่ฟีล์มดำๆ แต่ ฟีล์มกรองแสง วี-คูล ใสดูเหมือนว่าจะป้องกันแสงสว่างได้น้อย รวมถึงรังสีร้ายที่จะทำให้ผิวเป็นอันตราย แต่เมื่อทำการทดสอบคุณภาพกลับพบว่าป้องกันความร้อนได้ดี พร้อมมองว่าสินค้าจะสามารถขายได้ด้วยตัวเอง และลูกค้าเมื่อได้ลองใช้แล้วจะรู้สึกชื่นชอบในคุณภาพ ที่สามารถป้องกันความร้อนได้ดีทั้งผู้ใช้ รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ ภายในรถฟีล์มทั่วไปสามารถกันความร้อนได้เพียง 60-70 % เท่านั้น แต่พยายามที่จะตั้งราคาให้เทียบเท่ากับ วี-คูล ซึ่งลักษณะโดดเด่นนี้ยังไม่มีฟีล์มยี่ห้อใดเหนือกว่า แต่หากเทียบด้านราคาแล้ว วี-คูล เป็นสินค้าที่มีราคาสูงกว่าคู่แข่ง แต่เมื่อได้ลองใช้แล้วจะรู้สึกถึงความแตกต่าง จนทำให้มีจุดแด่นอีกข้อหนึ่ง คือ เป็นฟีล์มที่ผู้ใช้บอกต่อ

 

ฟอร์มูลา : จากจุดเริ่มต้นถึงปัจจุบัน วี-คูล มีการเติบโตเป็นอย่างไร ?

พิมพา : ช่วงแรกเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว วี-คูล จะมีสินค้าแค่ พรีเมียม และ เอลีท ซึ่งเป็นสินค้าที่ไฮเทคโนโลยีที่สุด ป้องกันความร้อนได้ถึง 98 % เมื่อติดตั้งแล้วไม่รู้สึกถึงความร้อนเลย เพราะความร้อนเข้ามาได้น้อยมาก สาเหตุนี้ทำให้ วี-คูล ได้รับความนิยมอย่างมาก ถึงแม้ว่าจะมีราคาแพง ก็ยังมีลูกค้าให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามยังมีกลุ่มลูกค้าที่ต้องการสินค้าที่มีราคาต่ำกว่ารุ่นที่มีจำหน่ายอยู่ ทำให้บริษัทมองเห็นถึงความต้องการของตลาด และต้องการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค เมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา จึงได้แนะนำสินค้าเพิ่มขึ้นอีก คือ วีไอพี โกลด์ และสปอร์ท โดยสินค้าใหม่จะเหมาะแก่กลุ่มลูกค้าที่จบการศึกษาใหม่ ต้องการความเป็นส่วนตัว

 

ฟอร์มูลา : วี-คูล มีสินค้าจำหน่ายกี่รุ่น ?

พิมพา : สินค้าปัจจุบันแบ่งเป็น 5 แพคเกจ โดยแบ่งตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล คือ เอลีท แพคเกจ เอกสิทธิ์ สำหรับชีวิตเหนือระดับ พรีเมียม แพคเกจ สุดยอดมาตรฐานสำหรับครอบครัวทันสมัย วีไอพี แพคเกจ มั่นใจในมาตรฐาน คุณภาพระดับผู้นำ โ กลด์ แพคเกจ สะท้อนสีสัน สไตล์ผู้บริหารยุคใหม่ และ สปอร์ท แพคเกจ สวย โฉบเฉี่ยว สไตล์คนรุ่นใหม่ โดย 2 แพคเกจหลัก คือ พรีเมียม และ เอลีท จะเป็นที่นิยมอย่างมาก เพราะป้องกันความร้อนสูง และป้องกันรังสียูวีด้วย ซึ่งแตกต่างจากยี่ห้ออื่นที่จะป้องกันยูวีได้เพียงอย่างเดียว สำหรับการติดตั้ง วี-คูล เน้นการบริการด้วยช่างที่ผ่านมาฝึกอบรมมาอย่างดี พร้อมด้วยห้องติดฟีล์มที่ผ่านการควบคุมอุณหภูมิ อารมณ์ของช่าง เครื่องมือ เพื่อให้การติดตั้งดียิ่งขึ้น

นอกจากจะเน้นเรื่องคุณภาพของฟีล์มแล้ว ยังเน้นเรื่องของการบริการที่เหนือความคาดหมาย ตัวอย่างเช่น การจัดห้องรับรองพิเศษแก่ลูกค้าที่มารอ ซึ่งมีทั้งอินเตอร์เนทความเร็วสูง โทรทัศน์ เครื่องดื่ม เช่น กาแฟ เบียร์ น้ำผลไม้ รวมถึงเมนูอาหารจานเดียว ทำให้การรอของลูกค้า คุ้มค่า

 

ฟอร์มูลา : วี-คูล มีนโยบายการเลือกตัวแทนจำหน่ายอย่างไร ?
พิมพา : อันดับแรกต้องดูว่ามีเวลาบริหารงานหรือไม่ สถานที่ และช่าง เพราะถ้าขาด 3 สิ่งนี้ จะทำให้การผลักดันสินค้าของ วี-คูล เป็นไปได้อย่างไม่เต็มที่ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการเปิดรับตัวแทนจำหน่าย เพื่อขยายงานให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้ามากขึ้น

 

ฟอร์มูลา : ปัจจุบัน วี-คูล มีตัวแทนจำหน่ายกี่แห่ง ?
พิมพา : เดิมมีตัวแทนจำหน่ายประมาณ 100 แห่ง และได้ปรับปรุงเหลือตัวแทนจำหน่าย 11 แห่ง และของบริษัทอีก 1 แห่ง รวมเป็น 12 แห่งในกรุงเทพ ฯ โดยจัดรูปแบบใหม่เป็น V-KOOL PROFESSIONAL SHOP ส่วนในต่างจังหวัดจะเป็นร้านตัวแทนจำหน่ายในจังหวัดใหญ่ๆ โดยปีนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบให้เป็นร้าน V-KOOL PROFESSIONAL SHOP แต่รูปแบบจะมีความแตกต่างไปตามการดำเนินชีวิตของจังหวัดนั้นๆ สำหรับการขยายตัวแทนจำหน่ายบริษัทมีแผนว่าจะเปิดไม่เกิน 35 แห่ง

 

ฟอร์มูลา : การลงทุนในการเป็นตัวแทนจำหน่าย วี-คูล จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าใด ?

พิมพา : ประมาณ 5 แสน ถึง 1 ล้านบาท โดยจะเป็นการลงทุนรวมสตอคสินค้าด้วย ซึ่งหากมองแล้วเป็นการลงทุนระยะยาว เป็นธุรกิจที่ทำต่อเนื่อง เป็นอาชีพที่มั่นคง มีรายได้ หากมีความอดทน มีเวลาที่จะบริหาร วี-คูล จะทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จ

 

ฟอร์มูลา : วี-คูล มีฟีล์มอาคารหรือไม่ ?
พิมพา : วี-คูล มีฟีล์มอาคารจำหน่าย แต่เดิมนั้นไม่ได้เน้นมากนัก แต่สำหรับปีนี้จะเน้นฟีล์มอาคารมากขึ้น ซึ่งจะมีรุ่นที่เหมือนกับฟีล์มติดรถยนต์ แต่จะมีความหลากหลายมากกว่า เพราะบางครั้งการติดอาคารจะเน้นความเป็นส่วนตัวมากกว่าจึงมีหลายซีรีส์ ตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งที่ผ่านมามีลูกค้าหลายราย เช่น ส่วนหลวงร.9 ธนาคารแห่งประเทศไทย และอาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ เป็นต้น

 

ฟอร์มูลา : นโยบาย และแผนงานของ วี-คูล ปีนี้จะเน้นแนวทางใด ?

พิมพา : ปีนี้จะเน้นการบริการที่เหนือความคาดหมาย ที่ทำต่อเนื่องมาจากปีที่แล้ว โดยให้บริการที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าไม่เคยได้รับการบริการที่ใดมาก่อนเพื่อตอกย้ำบแรนด์ ตัวอย่าง การให้บริการรับรองลูกค้าในเรื่องอาหาร และเครื่องดื่ม เข้าถึงความต้องการของลูกค้ามากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการทำกิจกรรมการตลาดเพิ่มขึ้น เช่น การประชาสัมพันธ์สินค้าโดยการออกบูธแสดงสินค้ามากขึ้น ตอกย้ำรูปแบบของร้าน V-KOOL PROFESSIONAL SHOP รวมถึงกิจกรรมใหม่ๆ ที่สร้างความแปลกใหม่ให้ตลาดฟีล์มกรองแสง

 

ฟอร์มูลา : ปีนี้จะมีการลงทุนเพิ่มขึ้นหรือไม่ ?

พิมพา : ปีนี้จะลงทุนในเรื่องของอาคาร โดยจะมีการลงทุนประมาณ 15-20 ล้านบาท สำหรับการสร้างออฟฟิศใหม่ของบริษัท ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าถึงความมุ่งมั่นในการสร้างธุรกิจของ วี-คูล ให้เติบโตก้าวหน้าต่อไปในอนาคต

 

ฟอร์มูลา : ปีนี้ตั้งเป้าการเติบโตไว้เท่าไร ?

พิมพา : ส่วนแบ่งการตลาดโดยรวมของ วี-คูล ประมาณ 30 % ปีนี้จะเพิ่มอีก 5-10 % ส่วนฟีล์มอาคารประมาณ 7 % คาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 15 % ซึ่งถ้าดูปริมาณแล้วจะมีน้อยมาก แต่หากมองที่มูลค่าแล้วค่อนข้างสูง เนื่องจากฟีล์ม วี-คูล จะมีราคาสูงกว่าคู่แข่งในตลาด โดยมีราคาตั้งแต่ 12,500-40,000 บาท ซึ่งในปี 2548 มียอดขายทั้งสิ้น 250 ล้านบาท ในปี 2549 ตั้งเป้ายอดขายไว้ 275-300 ล้านบาท ส่วนฟีล์มอาคารในปี 2548 มียอดขาย 15 ล้านบาท ในปีนี้คาดว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : เอกลักษณ์ จุลสุคนธ์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2549
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/mn7Lw
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th