บทความ

โคซาคุ โฮโซคาวา


ฟอร์มูลา : ประวัติการทำงานที่ผ่านมา ?

โฮโซคาวา : เริ่มทำงานกับ นิสสัน ตั้งแต่ปี 2522 ดูแลงานด้านไฟแนนศ์ของโรงงานประกอบรถยนต์ หลังจากนั้นจึงย้ายไปดูแลไฟแนนศ์เกี่ยวกับรถยนต์ จนกระทั่งได้ไปอยู่ที่สำนักงานใหญ่สหรัฐอเมริกา ดูแลด้านการตลาดและการขาย สุดท้ายย้ายกลับมาอยู่ญี่ปุ่น ดูแลธุรกิจของสหรัฐอเมริกา จนกระทั่งถึงปี 2542 มาดูแลการขายประเทศในแถบเอเชีย และอาเซียนทั้งหมด และในปี 2547 มาดูแลตลาดในเมืองไทย

 

ฟอร์มูลา : ก่อนที่จะมาอยู่เมืองไทย มองตลาดที่นี่ว่าเป็นอย่างไร ?

โฮโซคาวา : ก่อนที่จะมาอยู่เมืองไทย ขณะนั้นเกิดวิกฤตเศรษฐกิจกับไทยและอินโดนีเซียในปี 2539 ตลาดรถยนต์ตกลงอย่างมาก และมีการคาดการณ์ว่าภายใน 5 ปี ตลาดจะกลับมาเติบโตเหมือนเดิม แต่เมืองไทยนับว่าจังหวะดีมาก ตลาดกลับมาฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งผมก็เชื่อมั่นว่าตลาดจะกลับมาเติบโตอย่างแน่นอน โดยเฉพาะตลาดรถพิคอัพ เพราะเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าคนไทยมีกำลังซื้อต่อเนื่อง ซึ่งจะแตกต่างจากประเทศที่อิ่มตัวแล้ว อย่างเช่น ญี่ปุ่น และในขณะที่ไทยมีกำลังซื้อและคนตื่นตัวตลอดเวลา

 

ฟอร์มูลา : คุณมองสถานการณ์ตลาดรถยนต์ในเมืองไทยไว้อย่างไร ?

โฮโซคาวา : หลังจากได้มาอยู่เมืองไทย มีความรู้สึกว่าคนไทยมีกำลังซื้อ และตื่นตัวมาก ซึ่ง โตโยตา มาแรง และต้องยอมรับว่า นิสสัน ยังขาดเนทเวิร์คที่ดี ในเรื่องของสินค้ายังตอบโจทย์ไม่เต็มที่ แต่ก็ยังมีโอกาสที่จะกลับมาสร้าง นิสสัน ให้ครองใจคนไทยได้อย่างแน่นอน ส่วนในเรื่องของภาพโดยรวม ปีนี้คาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ดังจะเห็นได้จากปีที่แล้วเติบโต 18 % แต่ปีนี้คาดว่าจะเติบโตเพียงแค่ 4-5 % ตลาดโดยรวมน่าจะอยู่ที่ประมาณ 7.3-7.4 แสนคัน

 

ฟอร์มูลา : คุณวางแผนไว้อย่างไรสำหรับการสร้าง นิสสัน ให้กลับมาอยู่ในอันดับ 3 ของตลาดอีกครั้ง ?

โฮโซคาวา : ในเรื่องของสินค้าไม่มีมาตอบโจทย์คู่แข่งได้เต็มที่ ทั้ง โตโยตา และ ฮอนดา ดังนั้นต้องนำสินค้ามาเสริมทัพให้เต็มทุกเซกเมนท์ หลังจากนั้นเรื่องของเนทเวิร์คทั้งในเรื่องของ โชว์รูม ศูนย์บริการ การบริการหลังการขาย ลูกค้าจะต้องสัมผัสได้ง่ายขึ้น อันเป็นผลมาจากโชว์รูมที่มีจำนวนไม่มากนัก ทำให้ลูกค้าไม่สามารถเข้ามาหาได้

 

ฟอร์มูลา : คุณวางแผนเรื่องสินค้าไว้อย่างไร ?

โฮโซคาวา : นิสสัน วางแผนเรื่องของสินค้าไว้ตั้งแต่ปี 2547 จะมีรถใหม่ทั้งสิ้น 10 รุ่น ภายในปี 2551 ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการเปิดตัวไปแล้วหลายรุ่น และการสร้างเซกเมนท์ใหม่ เช่น รถ เอมพีวี หรือ รถขนาดเล็ก ที่จะนำมาเปิดตัวเพื่อให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งในตลาด รวมถึงรถขนาดกลาง และใหญ่

 

ฟอร์มูลา : ในปีนี้ นิสสัน ตั้งเป้าเปิดตัวรถใหม่กี่รุ่น ?

โฮโซคาวา : โมเดลใหม่ 2 รุ่นที่จะมาทดแทนรุ่นเก่า ทั้งรถพิคอัพ และเก๋ง

 

ฟอร์มูลา : ในส่วนโชว์รูม และศูนย์บริการจะมีการลงทุนเพิ่มขึ้นหรือไม่ ?

โฮโซคาวา : 2 ปีที่ผ่านมา โชว์รูมและศูนย์บริการมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในเรื่องของรูปแบบ และสถานที่ ดังนั้นจึงได้ปรับปรุงให้ทุกโชว์รูม ต้องมีศูนย์บริการ ในเรื่องสถานที่ต้องสะดวกกับการเดินทางของลูกค้า รวมถึงด้านการบริการหลังการขาย การรับรองลูกค้า จัดให้มีการอบรมบุคลากรเพื่อให้ได้มาตรฐานของ นิสสัน ทั่วโลก

 

ฟอร์มูลา : ปัจจุบันนี้ นิสสัน มีตัวแทนจำหน่ายกี่แห่ง ?

โฮโซคาวา : ทั่วประเทศ 195 แห่ง แบ่งเป็นกรุงเทพ ฯ 71 แห่ง ที่เหลือเป็นต่างจังหวัด ในกรุงเทพ ฯ ปีนี้จะมีการย้ายพื้นที่ของศูนย์บริการ และโชว์รูมให้มาอยู่ด้วยกัน ซึ่งการเพิ่มจำนวนคงจะมีไม่มากนัก โดยบริษัทตั้งเป้าเพิ่มเป็น 200 แห่งทั่วประเทศ

 

ฟอร์มูลา : การปรับโฉมโชว์รูมทั้งหมดเรียบร้อยแล้วหรือยัง ?

โฮโซคาวา : แผนงานการปรับโฉมโชว์รูม เริ่มต้นจากการมีโชว์รูมตัวอย่างของ ดีเลอร์ เอสเอมที ถนนศรีนครินทร์ คาดว่ากรุงเทพ ฯ จะปรับเสร็จเรียบร้อยประมาณเดือนมิถุนายน และทั่วประเทศจะเสร็จเรียบร้อยภายในปีนี้

 

ฟอร์มูลา : ปีนี้ นิสสัน กำหนด เป้าหมายทางการตลาดไว้อย่างไร ?

โฮโซคาวา : ปีที่แล้ว นิสสัน มียอดขาย 40,602 คัน ปีนี้ตั้งเป้ายอดขายไว้ทั้งสิ้น 54,000 คัน และที่สำคัญตั้งเป้าว่าจะมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มเป็น 7.3 % โดยตลาดหลักจะเป็นรถเก๋ง ส่วนพิคอัพ ฟรอนเทียร์ คาดว่าจะสามารถสร้างยอดขายได้เท่ากับปีที่แล้วคือ 31,500 คัน

 

ฟอร์มูลา : คาดว่าตลาดโดยรวมจะเป็นอย่างไร ?

โฮโซคาวา : โดยส่วนตัวเชื่อว่าตลาดรถยนต์ปีนี้รถเก๋งน่าจับตามองมากกว่าพิคอัพ เนื่องจากปีนี้รถเก๋งมีความเคลื่อนไหวของการแนะนำรถใหม่หลายค่าย ไม่ว่าจะเป็น โตโยตา ฮอนดา และ จีเอม แต่พิคอัพ ไม่ค่อยน่าตื่นเต้น เนื่องจากค่ายใหญ่ โตโยตา กับ อีซูซุ เปิดตัวรถใหม่ไปแล้ว ถึงแม้ว่าจะมี ฟอร์ด มาซดา ก็ไม่น่าจะมีอะไรโดดเด่น หรือเพิ่มยอด และ นิสสัน ก็จะมีรถเก๋งรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดด้วย

 

ฟอร์มูลา : รูปแบบการแข่งขันจะเป็นอย่างไร ?

โฮโซคาวา : การแข่งขันในตลาดรถยนต์ปีนี้จะสูงอย่างแน่นอน ซึ่งนอกจากการเน้นเรื่องการพัฒนาสินค้าแล้ว ศูนย์บริการยังเป็นหัวใจสำคัญที่ผู้ซื้อรถไปแล้วได้รับการบริการอย่างดี ก็จะเป็นการบอกต่อ

 

ฟอร์มูลา : โครงสร้างองค์กรปัจจุบันต้องมีการปรับปรุงอีกหรือไม่ ?

โฮโซคาวา : ตั้งแต่เริ่มรับตำแหน่ง ได้มีการวางเป้าหมายของการทำงานทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ผลการทำงานเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ทุกประการ ทั้งในเรื่องการปรับปรุงตัวแทนจำหน่าย การแนะนำสินค้าใหม่

 

ฟอร์มูลา : จุดอ่อนที่ต้องแก้ไขเพื่อให้ นิสสัน กลับมาเป็นอันดับ 3 ในตลาดคืออะไร ?

โฮโซคาวา : สิ่งที่แก้ไขไปแล้ว คือ สินค้า ที่ต้องเพิ่มไลน์ให้ครบ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้กับคู่แข่งในตลาด การปรับปรุง และขยายตัวแทนจำหน่ายให้ครอบคลุม สามารถให้บริการได้อย่างทั่วถึง และสำคัญที่สุด คือ บุคลากร เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการที่จะนำทัพให้เดินไปข้างหน้า ทั้งนี้ต้องเร่งสร้างวัฒนธรรมให้สมบูรณ์ รวมถึงการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพ เพราะการเปลี่ยนแปลงให้ยอมรับในเรื่องของความคิดต้องสร้างรากฐานใหม่ แต่หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงการก้าวสู่อันดับ 3 คงทำได้ยาก

 

ฟอร์มูลา : ตั้งเป้าไว้หรือไม่ว่าภายในกี่ปี ?

โฮโซคาวา : ไม่ได้ตั้งเป้าว่าภายในกี่ปี แต่ก็วัดผลอยู่เสมอ เพราะการเปลี่ยนกระบวนความคิดของบุคคลไม่ใช่เรื่องง่าย แต่จะส่งผลถึงยอดขาย จึงจำเป็นต้องแก้ไขทีละส่วน

 

ฟอร์มูลา : ในส่วนของโรงงานจะมีการขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นหรือไม่ ?

โฮโซคาวา : นิสสัน วางแผนงานในปี 2551 จะมียอดการผลิตทั้งหมด 200,000 คัน โดยแบ่งเป็นยอดจำหน่ายในประเทศ 130,000 คัน ปีนี้ลงทุน 10,000 บาท ในเรื่องของชิ้นส่วน เครื่องยนต์ในการผลิต ซึ่งเป็นแผนการลงทุนของงบประมาณ 29,000 ล้านบาท สำหรับปีนี้ตั้งเป้าผลิตทั้งสิ้น 60,000 คัน โดยเป็นยอดจำหน่ายในประเทศ 54,000 คัน ที่เหลือเป็นส่งออกเริ่มไตรมาสที่ 4

 

ฟอร์มูลา : ผลงานที่คุณรู้สึกภูมิใจที่สุดคือเรื่องใด ?

โฮโซคาวา : ปี 2535 อยู่ที่สหรัฐอเมริกา ช่วงนั้น นิสสัน อัลติมา เปิดตัวใหม่ มียอดขายถึง 130,000 คัน/ปี ซึ่งก่อนหน้านี้เป็น นิสสัน สแตนซา มียอดขายเพียง 50,000 คัน/ปี ถือว่าเป็นจังหวะที่ได้เรียนรู้เรื่องการตลาด เนทเวิร์ค รวมถึงกลยุทธ์ในด้านต่างๆ ส่งผลให้ประสบความสำเร็จมาจนถึงปัจจุบันนี้

 

ฟอร์มูลา : เป้าหมายของ นิสสัน ที่คุณวางไว้คืออะไร ?

โฮโซคาวา : อยากให้คนในองค์กรเปลี่ยนแปลงความคิด เพื่อรับรู้สิ่งใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น เพราะ นิสสัน กำลังเดินเข้าสู่ยุคการผสมผสาน ดังนั้นการเดินไปในทิศทางเดียวกันของ นิสสัน และบริษัทในเครือ จึงเป็นสิ่งสำคัญ



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : จินดา ลัยนันท์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2549
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/lWmKn
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th