บทความ

โรเวอร์ 6 รถคันที่ 3 ของเมืองเชียงใหม่


สมยศ นิมมานเหมินท์ เป็น 1 ใน 50 คน ที่รับหน้าที่ผู้ดูแลรถโบราณก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 โรเวอร์ 6 ได้เล่าถึงประวัติความเป็นมา และขั้นตอนการบูรณะรถคันนี้ว่า ในครั้งนั้น คุณหลวง อนุสารสุนทรได้สั่งซื้อจากกรุงเทพ ฯ ไม่ทราบแน่ชัดว่าปีพศ. ใด ทราบเพียงแต่ว่าเป็นรถมือหนึ่งป้ายแดงซึ่งถูกส่งมายังท่าเรือกรุงเทพ ฯ ประมาณปี 2451 หลังจากนั้น รถคันนี้ก็ได้ถูกขนส่งโดยเรือกลไฟมาที่ปากน้ำโพ และเปลี่ยนถ่ายลงเรือแม่ปะ ขึ้นมาตามแม่น้ำปิงมาถึงเมืองเชียงใหม่ ใช้ระยะเวลาประมาณ 3 เดือน และเป็นรถยนต์คันที่ 3 ของจังหวัดเชียงใหม่

ในสมัยนั้น คุณหลวง อนุสารสุนทร ได้ใช้รถ โรเวอร์ 6 คันนี้ เดินทางติดต่องานระหว่างเมืองเชียงใหม่ และลำพูน ซึ่งขณะนั้นมีท่าเรือขนส่งสินค้าติดต่อค้าขายอยู่ 2 แห่ง ได้แก่ ท่าเรือบ้านสบทา อำเภอป่าซาง เมืองลำพูน และท่าเรือวัดเกต-ต้นลำไย เมืองเชียงใหม่

และเมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่สองเกิดขึ้น เครื่องยนต์กลไกต่างๆ ต้องถูกกะเกณฑ์นำมาใช้ในยามสงคราม ทั้งรถยนต์ และเรือ เหตุนี้จึงทำให้ต้องเคลื่อนย้ายรถคันนี้ไปเก็บรักษาไว้ในที่ที่ปลอดภัย เพราะไม่ต้องการให้ถูกนำมาแยกชิ้นส่วนเป็นอะไหล่สงคราม และในครั้งนั้นเองที่ทำให้รถได้รับความเสียหายมากที่สุด และภายหลังจากสงครามสิ้นสุดลง จึงได้นำรถออกมาบูรณะ และซ่อมบำรุงครั้งใหญ่จนมีสภาพอย่างที่เห็นๆ

รูปลักษณ์ภายนอก อนุรักษ์ไว้ได้อย่างงดงาม ตัวรถสีดำเงาตัดกับอุปกรณ์ทองเหลืองเพิ่มมนต์ขลังให้กับตัวรถได้เป็นอย่างดี ล้อลายก้านสีดำ แข็งแรง บึกบึน ซึ่งแต่เดิมเคยใช้ยางตัน แต่ขณะนี้หาไม่ได้แล้ว จึงเปลี่ยนมาใช้ยางลมแทน แต่เลือกดอกยางคล้ายๆ แบบเดิม ซุ้มล้อหน้า/หลังขนาดใหญ่ โค้งรับกันตามแบบฉบับรถโบราณ อีกทั้งยังคาดด้วยคิ้วทองเหลือง วิจิตรงดงาม ซึ่งจะหาดูได้ยากในสมัยนี้ บันไดข้างทำด้วยไม้เคลือบแลคเกอร์เงาวับ แต่ยังมีริ้วรอยของการเหยียบขึ้น/ลงให้เห็นอยู่บ้าง

ด้านหน้ารถ โดดเด่นด้วยแผงหม้อน้ำขนาดใหญ่ เพื่อเปิดรับลมอย่างเต็มที่ แชสซีส์ทำด้วยไม้ไม่มีร่องรอยของการแตกร้าวแต่อย่างใด ไฟหน้ารถใช้ตะเกียงน้ำมันก๊าดเป็นเชื้อเพลิงส่องนำทาง คันสตาร์ทติดอยู่ด้านหน้าสะดวกต่อการใช้งาน

ด้านท้ายรถ ออกแบบอย่างสง่างาม ด้วยเบาะนั่งท้าย พร้อมที่เก็บหลังคาผ้าใบทรงสูงซึ่งหลังคานี้สามารถพับเข้า/ออกได้ สำหรับใช้กันฝนและแสงแดด ตรงจุดนี้ซึ่งทำขึ้นมาใหม่วัสดุที่ทำด้วยพลาสติค แต่ยังคงโครงสร้างแบบเดิมที่เป็นไม้ไว้ ไฟส่องหลังคล้ายๆ กับไฟหน้า คือ ใช้ตะเกียงน้ำมันก๊าดเป็นเชื้อเพลิง

ภายในสีดำเช่นเดียวกันกับตัวรถ เบาะนั่งหุ้มหนังใหม่ สั่งตัดเย็บสไตล์โบราณ พวงมาลัยไม้ทรงคลาสสิค 4 ก้าน ขนาดเล็ก วางอยู่บนแกนพวงมาลัยทรงสูง คันเกียร์อยู่ตำแหน่งคอพวงมาลัยตามสไตล์รถโบราณหัวเกียร์ทรงกลมทำด้วยไม้เช่นกัน แป้นเหยียบคันเร่งออกแบบง่ายๆ แต่แข็งแรงทนทาน แผงแดชบอร์ดไม่มีเกจวัดใดๆ ทั้งสิ้น เพราะรถรุ่นนี้อุปกรณ์ทุกอย่างเป็นแบบแมคานิคทุกอย่าง

เครื่องยนต์ของรถ โรเวอร์ 6 คันนี้ มีขนาดตัวที่เล็กมากๆ ซึ่งไม่แตกต่างอะไรกับเครื่องรถมอเตอร์ไซค์ในสมัยนี้ กลไกต่างๆ ทำงานด้วยรูปแบบง่าย ระบายความร้อนด้วยน้ำ ไม่มีไดชาร์จ และไดสตาร์ทดังเช่นรถสมัยใหม่ สายไฟที่มีอยู่ สามารถนับเส้นได้เลย ใช้น้ำมันเบนซิน ขับเคลื่อนด้วยเกียร์เดินหน้า/ถอยหลังเท่านั้น แต่ในขณะนี้ ถึงรถจะไม่มีปัญหาด้านเครื่องยนต์ แต่การจะติดเครื่องแต่ละครั้งต้องใช้เวลานานดังนั้นปีหนึ่งจะติดเครื่องไม่เกิน 2 ครั้ง เท่านั้น

ปัจจุบันรถคันนี้ ห้าง ฯ อนุสารเชียงใหม่ได้เก็บรักษาไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์การใช้ยานยนต์ในประวัติศาสตร์ล้านนาเชียงใหม่

 

ข้อมูลจำเพาะ โรเวอร์ 6
รูปแบบ เก๋งเปิดประทุน
ปีที่ผลิต (คศ.) 1906
เครื่องยนต์
แบบ 1 สูบ
ความจุ (ซีซี) 780
กำลังสูงสุด (แรงม้า) 6
เกียร์ (จังหวะ)
น้ำหนักรถ (กก.) -


------------------------------
เรื่องโดย : จิฏวีระ ประทุมมณี
ภาพโดย : ราชวัตร แสงจันทรา
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน เมษายน ปี 2549
คอลัมน์ : สังคมรถโบราณ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/oTEr1

บทความที่เกี่ยวข้อง

เอมจี เอ ปี 1957
คาราวานชานกรุง ครั้งที่ 2
ซีตรอง เชแอส 1220 พาลลัส
งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 41 คุณค่า และความงามร่วมสมัย
ฟอร์ด ธันเดอร์เบิร์ด สปอร์ทเปิดประทุน สุดอมตะ
แจกวาร์ เอกซ์เจ-เอส
อัพเดทล่าสุด
21 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
14,900,000
2.
3,699,000
3.
2,930,000
4.
679,000
5.
1,290,000
6.
21,890,000
7.
24,900,000
8.
3,090,000
9.
75,000,000
11.
1,545,000
12.
1,465,000
13.
2,390,000
14.
489,000
15.
1,199,000
17.
2,490,000
18.
479,000
19.
939,000
20.
24,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th