บทความ

โรเวอร์ พี 4 100


สจวร์ท เพนเคธ หนุ่มใหญ่ชาวอังกฤษ แถมอารมณ์ดีอีกต่างหาก เจ้าของรถ โรเวอร์ พี 4 100 เล่าถึงประวัติความเป็นมา และขั้นตอนการบูรณะรถคันนี้ว่า ตั้งแต่ตอนอยู่ที่ประเทศอังกฤษก็หลงใหลได้ปลื้ม มนต์เสน่ห์ของ โรเวอร์ รุ่นปี 1975 เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
จึงตัดสินใจซื้อต่อจากเจ้าของเดิม ในราคาสมเหตุสมผล หลังจากได้มา ก็เริ่มซ่อมบำรุงทุกจุดทั้งภายใน/นอก อะไหล่ทุกชิ้นของรถรุ่นนี้ในประเทศอังกฤษยังคงหาได้ง่าย เพราะรถรุ่นนี้ผลิตที่นั่นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะซื้อหามาใส่ให้ครบตามแบบฉบับดั่งเดิมของโรงงานและช่างที่นั่นก็คุ้นเคยกับรถรุ่นนี้เป็นอย่างดี จึงนำกลับมาขับใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดี

ในปี 1999 เพนเคธ ได้งานใหม่ที่ประเทศไทย จึงนำรถคันนี้มาด้วยพร้อมทั้งจดทะเบียนใหม่ได้เลขทะเบียนตรงตามปีที่ผลิตของรถรุ่นนี้คือ 1960ขับใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยไม่มีปัญหาจุกจิกกวนใจใดๆ ทั้งสิ้น

สภาพภายนอกเมื่อเห็นครั้งแรก ต้องบอกว่า สวยได้ใจจริงๆ ตัวรถสีดำขลับตัดกับอุปกรณ์โลหะสีโครเมียมเงาวับ เพิ่มมาดสุขุมลุ่มลึกตามแบบฉบับรถผู้ดีอังกฤษได้เป็นอย่างดีรูปลักษณ์ เส้นสายโค้งมน หรูหราตามสไตล์รถยุค ’60

โลโกเรือใบไวกิง ติดตั้งอยู่ที่บริเวณกระจังหน้ารถลายซี่ลวดขนาดใหญ่ ไฟหน้าทรงกลมสภาพใหม่มากๆ ไฟเลี้ยว และไฟหรี่ อยู่ในระดับเดียวกัน มองเห็นเด่นชัด กันชนหน้าสีโครเมียมแข็งแรงบึกบึน ไร้ริ้วรอย ฝากระโปรงหน้าทรงสามเหลี่ยม มีคิ้วคาดยาวตามแนวสันไปจนสุดโลโกเพิ่มความคลาสสิคได้ไม่น้อย อีกทั้งยังคงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของรถรุ่นนี้อีกต่างหาก

ซุ้มล้อขนาดใหญ่ทั้งหน้า/หลัง ชายล่างแนวประตูสีโครเมียม ไม่มีร่องรอยการผุกร่อนแม้แต่น้อยบานประตูแบบ “SUICIDE DOOR” หมายถึง เปิด/ปิดลักษณะเดียวกันกับตู้กับข้าวมือเปิดประตูสีโครเมียมตัดกับบานประตูสีดำอย่างลงตัวล้อกระทะเหล็กสีดำประกบกับฝาครอบล้อโครเมียมที่ยังคงอนุรักษ์แบบฉบับเดิมไว้ได้ดีกระจกมองข้างขนาดกำลังพอเหมาะ ติดตั้งอยู่บริเวณกระจกหูช้างลักษณะคล้ายกับรถโฟล์ค ฯ เต่ารุ่นเก่า

กันชนหลังขนาดใหญ่สีโครเมียม โค้งมนเข้ารูปกับท้ายรถอย่างลงตัว ไฟส่องทะเบียนดีไซจ์นเก๋ที่ยังคงใช้งานได้ดี ไฟท้ายทรงหยดน้ำส่องแสงสัญญาณไฟได้ชัดเจน และพบสิ่งที่ทำให้ประหลาดใจสำหรับรถคันนี้อยู่ที่บริเวณเก็บยางอะไหล่ท้ายรถ เพราะมันถูกซุกซ่อนอยู่ภายใต้บริเวณกันชนหลัง โดยถูกออกแบบให้เป็นชิ้นเดียวกันกับตัวรถซึ่งถ้าเจ้าของรถไม่เปิดให้ดู ก็จะไม่รู้เลยว่าบริเวณนี้เป็นที่เก็บยางอะไหล่

เมื่อเปิดประตูเข้าไปลองนั่ง ก็รู้สึกถึงความสบายของห้องโดยสารที่กว้างขวางโอ่อ่าเบาะนั่งตอนหน้าเป็นแถวเดี่ยวหุ้มด้วยหนังแท้สีแดงติดตัวมาจากโรงงาน แต่ก็มีบ้างที่เกิดการฉีกขาดเพราะอย่าลืมว่ารถคันนี้อายุอานามปาเข้าไปร่วม 45 ปีแล้ว อีกทั้งเจ้าของยังคงใช้งานทุกวัน

พวงมาลัยทรงคลาสสิค 3 ก้าน ประทับโลโกเรือใบไวกิงตรงกลางวงแผงคอนโซลหน้าลายไม้อนุรักษ์ไว้ได้อย่างสวยงามที่สำคัญบริเวณด้านล่างซ้ายของคอนโซลออกแบบให้เป็นที่เก็บเครื่องมือซ่อมรถซึ่งมีลักษณะคล้ายกับลิ้นชักโต๊ะคอมพิวเตอร์ เกจวัดการทำงานของเครื่องยนต์ทุกตัวยังใช้งานได้ตามปกติและประมวลผลได้อย่างแม่นยำ

ที่เปิดประตูและมือหมุนกระจกสีโครเมียมเงาวับ ยังคงใช้งานได้ดีเช่นกัน ภายในของรถคันนี้เรียกได้ว่าอนุรักษ์ของเดิมไว้ได้เกือบทั้งหมด จะมีเพิ่มเข้ามาก็เพียงแค่เข็มขัดนิรภัย เพราะกฎหมายบ้านเราบังคับใช้โดยไม่มีข้อยกเว้นทั้งรถเก่าและใหม่

สมรรถนะของเครื่องยนต์ ต้องยกนิ้วให้ จากการได้ลองขับ โดยใช้ความเร็วอยู่ที่ประมาณ 100-120 กม./ชม. โรเวอร์ พี 4 100 คันนี้แสดงให้เห็นถึงพละกำลังครั้งยังหนุ่มแน่นให้ได้ประจักษ์ชัดแจ้งเสียงเครื่องยนต์ยังคงกระหึ่มตลอดการเดินทาง นี่ขนาดผ่านร้อนผ่านหนาวมาแล้วกว่า 45 ปี ยังวิ่งได้ดีขนาดนี้ ถ้าเป็นครั้งในสมัยรถใหม่ป้ายแดง จะวิ่งขนาดไหนลองคิดดูทำให้เดาได้ไม่ยากว่าในฝากระโปรงต้องเป็นเครื่องยนต์บลอคใหญ่อย่างแน่นอน

เป็นไปตามคาด เพราะขุมพลังที่ซุกซ่อนอยู่ใต้ฝากระโปรงใช้เครื่องยนต์เบนซินที่สวนกระแสราคาน้ำมัน ขนาด 6 สูบ แถวเรียง 2,625 ซีซีจ่ายน้ำมันด้วยระบบคาร์บูเรเตอร์ มีม้ามาให้ควบเล่นถึง 104 ตัว ซึ่งถือว่าแรงเอาเรื่องอยู่เหมือนกันเครื่องยนต์เดินเรียบไม่ส่ออาการสะดุดแต่อย่างใดที่สำคัญรถรุ่นนี้ออกแบบให้สตาร์ทเครื่องด้วยระบบกลไกแบบมือหมุน ถ่ายทอดกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา
4 จังหวะ เบรคมั่นใจด้วยระบบเบรคหน้าแบบจาน ทำงานร่วมกับเบรคหลังดุมความเร็วสูงสุดที่เคยทำได้อยู่ที่ประมาณ 160 กม./ชม. ซึ่งเพียงพอแล้วต่อการใช้งานในเมือง และต่างจังหวัด

โรเวอร์ พี 4 100 หลงเหลือให้เห็นอยู่ในประเทศไทยเพียงแค่ 3 คัน เท่านั้นแต่สำหรับคันนี้เจ้าของรถยืนยันว่า ขับใช้งานแทบทุกวัน เพราะมีอยู่คันเดียวและจะไม่เปลี่ยนใจไปขับรถรุ่นอื่นแน่นอน

 

ข้อมูลจำเพาะ โรเวอร์ พี 4 100
รูปแบบ ซีดาน 4 ประตู
ปีที่ผลิต (คศ.) 1960
เครื่องยนต์
แบบ 6 สูบ แถวเรียง
ความจุ (ซีซี) 2625
กำลังสูงสุด (แรงม้า) 104
เกียร์ (จังหวะ) ธรรมดา 4
น้ำหนักรถ (กก.) 1500
พวงมาลัย ขวา


------------------------------
เรื่องโดย : จิฏวีระ ประทุมมณี
ภาพโดย : เกรียงศักดิ์ ปันสม
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2549
คอลัมน์ : สังคมรถโบราณ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/8Hz67
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
6,799,000
2.
3,249,000
4.
53,500,000
6.
3,600,000
7.
4,539,000
8.
13,339,000
9.
2,999,000
10.
1,749,000
11.
1,800,000
13.
499,000
14.
979,000
15.
990,000
16.
4,090,000
17.
1,699,000
18.
3,299,000
19.
5,399,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง

เชฟโรเลต์ คามาโร จีที ปี 1973 สปอร์ทดุดัน สายพันธุ์อเมริกัน
โพร์เช 356 รถประดิษฐ์พิเศษ สร้างใหม่ทั้งคัน ใช้งานได้จริง
หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด ครั้งที่ 15 ย้อนวันวาน กับ
โฟล์คสวาเกน ที 2 ปี 1967 หัวแตงโม 11 หน้าต่าง
วูลส์ลีย์ 4/50 รถเก๋ง 2 ตอน สัญชาติอังกฤษ
เอมจี เอ ปี 1957