บทความ

บ้านเมืองของเรานะโยม


นโยบายสร้างคนให้รักแผ่นดิน รักประเทศของตน ผมเห็นว่าญี่ปุ่นได้รับความสำเร็จเป็นอย่างดี และมั่นคงมาเป็นเวลาช้านาน

คนญี่ปุ่นรักประเทศของเขามากกว่ารักตัวเอง 60 ปีแล้ว หลังแพ้สงครามมหาเอเชียบูรพาญี่ปุ่นมีความเจริญในทุกด้านทั้งบ้านและเมืองไปจนถึงระดับความเป็นผู้คน

พวกเขายังคงพูดภาษาของเขาอย่างเหนียวแน่นไม่สนใจภาษาอังกฤษไม่ว่าจะทำอาชีพที่ใกล้ชิดนักท่องเที่ยวต่างประเทศสักเท่าใด
ตั้งแต่คนขายของไปจนถึงคนขับแทกซี

โทรทัศน์ของพวกเขา ก็ไม่มีช่องที่เป็นภาษาอังกฤษ แม้แต่สถานี CNN ในห้องพักของโรงแรมก็ยังต้องเป็นสถานี และช่อง CNNJ แล้วก็พูดภาษาญี่ปุ่นกันตลอดรายการ

ผมคิดว่าคนญี่ปุ่นมีคุณภาพ พฤติกรรมทั้งหลายทั้งปวงที่พวกเขากระทำล้วนเกิดจากความคิดว่า “เพื่อญี่ปุ่น” ไม่ใช่เพื่อพรรคพวก เพื่อตัวเอง หรือเพื่อญาติพี่น้อง คนใกล้ชิด คนญี่ปุ่นที่เข้าไปรับจ้างทำงานให้กับสวนสนุกอย่างดีสนีย์แลนด์ และดีสนีย์ซี ก็พูดภาษาญี่ปุ่นล้วนๆ ไม่สนใจว่านักเดินทางท่องเที่ยวอย่างผมจะฟังรู้เรื่องหรือไม่รู้เรื่อง แต่สิ่งที่กลับมาถึงผมแสดงได้อย่างเดียวว่า พวกเขาประพฤติตนเต็มรูปแบบของคนรักประเทศ

เพราะถึงพูดกันไม่รู้เรื่อง พวกเขาก็พยายามให้การบริการตามหน้าที่อย่างเต็มความสามารถเพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้แก่เรา

สิ่งหนึ่งที่ผมกังวลในการไปท่องเที่ยวต่างประเทศทุกวันนี้ คือ การล้วงกระเป๋า การฉกชิงวิ่งราวกระเป๋าตามเมืองสำคัญของประเทศสำคัญ เช่น ฝรั่งเศส อังกฤษ และอิตาลี อาชญากรรมนี้มักต้อนรับคนเดินทางอย่างไม่เลือกเพศ เพราะผู้กระทำความผิดเลือกปฏิบัติการกับนักท่องเที่ยวโดยเห็นว่านักท่องเที่ยวมีเวลาอยู่กับแผ่นดินของพวกเขาในเวลาอันจำกัด

แต่สิ่งที่ผมหวาดระแวงและกลัวนั้นไม่มีเลยในเมืองญี่ปุ่นมีคนไทยเล่าให้ฟังว่าลืมกระเป๋าเงินไว้ก็ยังได้รับคืน การท่องเที่ยวเต็มไปด้วยความปลอดภัยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกล้วงกระเป๋าในที่ชุมชน ในตลาด ในร้านค้า ในระหว่างการชมการแสดง และในรถใต้ดิน

หายากครับที่จะพบว่า บ้านเมืองกับคนในประเทศมีความเจริญไปพร้อมๆกันอย่างที่ผมพบเห็นในเมืองญี่ปุ่น

พฤติกรรมของผมอย่างหนึ่งเมื่อมีโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศ ได้แก่ การอ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษเพื่อดูความเป็นไปในบ้านในเมืองของเขา ดูงานแห่งชาติดูคนในชาติ อ่านข่าวที่เกี่ยวกับอาชญากรรมเพื่อศึกษาความเป็นคนของพวกเขา

ช่วงที่ผมมาญี่ปุ่น ผมก็ซื้ออ่าน “JAPAN TIMES” และ “THE DAILY YOMIURI” เพื่อขอทราบความเป็นไปในบ้านในเมืองของเขา และได้อ่านข่าวการเลือกตั้งสภามหานครโตเกียว (TOKYO METROPOLITAN ASSEMBLY) เสียงรัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นวัยรุ่นให้ออกมาใช้สิทธิ์การเลือกตั้ง และมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์กันอย่างจริงจัง

ตั้งแต่โฆษณาลงไปบนกระดาษเช็ดมือ กระดาษรองแก้ว รองอาหารตามภัตตาคารสติคเกอร์ติดกระจกตามร้านทำผมทำหน้าของวัยรุ่น แจกจ่ายโบรชัวร์สวยงามเอาใจเด็กๆเขียนเป็นภาพปลาดอลฟิน ยังไปเลือกตั้ง คำโฆษณาของเขาผมอ่านแล้วก็ซึ้งครับ

“BOUND FROM TOKYO TO THE FUTURE: YOUR VOTE IS YOUR TIKET.”

ท่านผู้อ่านจะแปลคำโฆษณาชวนไปเลือกตั้งนี้อย่างไรก็ได้ แต่รวมความแล้วก็คือเพื่ออนาคตของโตเกียว คะแนนเดียวของท่านมีความหมาย

อีกข่าวหนึ่งเป็นข่าวจากกระทรวงสาธารณสุข/แรงงานและสวัสดิการ ใช้งบประมาณ 1 พันล้านเยน รณรงค์ให้คนญี่ปุ่นซึ่งมีจำนวนประมาณ 150,000 คนเลิกคิดฆ่าตัวตาย มาตรการที่จะนำมาใช้ก็มีทั้งการบำบัด และการป้องกัน โดยเฉพาะผู้ป่วยทางโรคประสาทเกี่ยวกับความผิดปกติทางอารมณ์เนื่องจากความขัดแย้งทางจิตใจที่แก้ไขไม่ตก

รวมความแล้วก็คือ ญี่ปุ่นกำลังพยายามป้องกันไม่ให้คนญี่ปุ่นฆ่าตัวตาย

การฆ่าตัวตายโดยไม่จำเป็นย่อมเกิดได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเมืองที่ไหนๆ ในเมืองไทยของเราผมก็พบคนที่ฆ่าตัวตายอยู่บ่อยๆ และส่วนมากก็มักเป็นนักการเมือง ยินดีฆ่าตัวตายอย่างไม่จำเป็น และไม่เลือกเวลา แต่นักการเมืองไทยนั้นมหัศจรรย์เอาเรื่อง ตายได้หลายครั้งไม่ใช่ YOU ONLY LIVE TWICE.

คนเหล่านี้ฆ่าตัวตายเพราะเหตุผลทางการเมือง ไม่มีเหตุผลอื่นแทรกซ้อน เพราะการเมืองเป็นเรื่องที่เข้าใจกันเองในกลุ่มนักการเมืองด้วยกัน และต้องเป็นนักการเมืองที่แท้

การเมือง จึงมีนิทานการเมืองอยู่บ่อยๆ คนที่เล่านิทานการเมืองได้ก็ต้องเป็นนักการเมืองซึ่งอนุโลมได้ทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล

เป็นต้นว่า นิทานการเมืองเรื่องที่ 1 เล่าโดย คุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สส. พัทลุง ประชาธิปัตย์

“ปักษ์ใต้บ้านผม มีกีฬาวัวชน วัวบางตัวแสดงความกล้าหาญ เห็นจอมปลวกไม่ได้จะแสดงความเก่งด้วยการไล่ขวิด”

แต่วัวเหล่านั้น เมื่อเดินผ่านสนามชนวัวจะเยี่ยวราด

“ไม่กล้าจริง”

ระบอบประชาธิปไตย มาพูดกันในสภาดีกว่า เพราะคนที่อยู่ในวิถีประชาธิปไตยไม่รังเกียจวิธีการแบบนี้

“ผมเป็นลูกจ้างประชาชน ไม่ใช่ลูกจ้างรัฐบาล”

นิทานการเมืองเรื่องที่ 2 เล่าโดย พตท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคไทยรักไทย

“สมัยก่อนเวลาเราไปเรียนหนังสือ เขาจะให้ทำเวร วันหนึ่งมีเด็กชายอยู่ 3 คน เด็กชาย 1 เด็กชาย 2 และเด็กชาย 3 ได้รับมอบให้ทำเวร” เด็กชาย 1 เด็กชาย 2 เป็นคนที่ซื่อสัตย์ ขยัน ก็ทำเวรอย่างขะมักเขม้น ทำเสร็จก็ไปนั่งอยู่หลังห้องเพราะได้ทำเสร็จแล้ว

“ส่วนเด็กชาย 3 ไม่ทำเวร ไปเตะฟุตบอล แต่ดันรู้ว่าเมื่อไรที่ครูจะมาตรวจเวร เด็กชาย 3 ก็ขึ้นมาเหงื่อเต็มเสื้อ คว้าไม้กวาด กวาดเสนอหน้า พอครูมาถึง เด็กชาย 3 ก็ฟ้องใหญ่เลยว่าผมเหนื่อยมาก เด็กชาย 1 กับเด็กชาย 2 เอาเปรียบผม”

เด็กชาย 1 เด็กชาย 2 พยายามอธิบาย ครูก็ไม่ฟัง เด็กชาย 1 เด็กชาย 2 ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรอธิบายก็ไม่ฟัง เถียงก็สู้ไม่ได้ เพราะเด็กชาย 3 พูดเก่ง สามารถพูดว่า

“ผมทำตั้งแต่เช้านะครับ ผมเช็ด ผมกวาด ผมอะไรได้หมด อธิบายได้อย่างนี้เลยนะครับ”

เด็กชาย 1 เด็กชาย 2 ไม่รู้จะเถียงอย่างไร เถียงไม่เก่ง ก็เลยเดินกำมือเข้าไปต่อยเด็กชาย 3 ต่อยเสร็จน้ำตาร่วง ไม่ได้กลัวนะครับเพราะต่อยไปแล้ว ในใจที่น้ำตาร่วงก็แช่งไปด้วยว่า

“โตขึ้นขอให้เป็นหมันเถอะ อย่าได้เอาพันธุ์อย่างนี้สืบพันธุ์ ผสมพันธุ์ต่อไปเลย”

นิทานการเมืองเรื่องที่ 3 เล่าโดย “ไก่อ่อน” สส. ระบบบัญชีรายถ้วยสภากาแฟ

“กาลครั้งหนึ่ง ไม่นานมานี้ ยังมีนักกอล์ฟ 2 คน นักกอล์ฟ 1 และนักกอล์ฟ 2 ไปออกรอบด้วยกันเป็นประจำ”

อยู่มาวันหนึ่ง นักกอล์ฟ 1 ก็ชวนนักกอล์ฟ 2 ออกรอบตามปกติ

“ตีไปได้ไม่กี่หลุม ปรากฏว่ามีหลุมหนึ่ง นักกอล์ฟ 1 ตีพลาด ลูกกอล์ฟออกนอกทาง ไปตกในพุ่มไม้”

ทั้งนักกอล์ฟ 1 และนักกอล์ฟ 2 ช่วยกันค้นหาลูกกอล์ฟในพุ่มไม้เป็นการใหญ่

“เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ๆ นักกอล์ฟ 2 ก็บอกนักอล์ฟ 1 ว่าหมดความอดทน เลิกราการค้นหา และเดินออกมาจากพุ่มไม้นั้น”

เวลาผ่านไปประเดี๋ยวเดียว นักกอล์ฟ 1 ควักเอาลูกกอล์ฟลูกใหม่ในกางเกงชูขึ้นฟ้าพร้อมกับร้องบอกนักกอล์ฟ 2 ว่า “เจอแล้ว นี่ไง”

“นักกอล์ฟ 2 หันไปมอง คิดอยู่ในใจ “ก็กูหาลูกกอล์ฟของมันเจอ แล้วก็เอาเก็บใส่กระเป๋ามานี่มันยังตลกอะไรของมันอีก ?”

นิทานการเมืองเรื่องที่ 1 และเรื่องที่ 2 จะสอนอะไรบ้างผมไม่ทราบ แต่เรื่องที่ 3 นี้สอนให้รู้ว่าเป็นธรรมดาไก่ย่อมเห็นตีนงู และงูก็ย่อมจะเห็นนมไก่ ดังนี้แล ฯ



------------------------------
เรื่องโดย : บรรเจิด ทวี
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2549
คอลัมน์ : เล่นท้ายเล่ม
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/siuoF
อัพเดทล่าสุด
18 Jan 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,990,000
2.
990,000
3.
1,397,000
4.
4,090,000
5.
16,950,000
6.
3,500,000
7.
3,065,000
8.
11,530,000
9.
24,500,000
10.
17,440,000
11.
14,900,000
12.
679,000
13.
21,900,000
14.
14,900,000
15.
3,699,000
16.
2,930,000
17.
1,290,000
18.
21,890,000
19.
3,090,000
20.
75,000,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

What's New