บทความ

เรียว ซาคาตะ


ตลาดพิคอัพในบ้านเราใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา ทำให้มีการแข่งขันสูง แต่ อีซูซุ ก็ยังประกาศอย่างมั่นใจว่าปีนี้จะครองแชมพ์ยอดขายติดต่อกันเป็นปีที่ 23

“ฟอร์มูลา” สัมภาษณ์พิเศษ เรียว ซาคาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ซึ่งเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งเมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา จะนำพา อีซูซุ เป็นแชมพ์ยอดขายประจำปีให้จงได้

 

ฟอร์มูลา : คุณรู้สึกหนักใจกับการเข้ามารับช่วง พร้อมภารกิจสำคัญ นั่นคือ ต้องการดูแล อีซูซุ ประเทศไทยในช่วงนี้ ?

เรียว : ไม่รู้สึกหนักใจอะไรเลย เพราะโดยปกติเป็นคนอดทนอยู่แล้ว และยอมรับความเปลี่ยนแปลงง่ายมาก เพราะโลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เมื่อไม่สามารถไปควบคุมปัจจัยแวดล้อมภายนอกก็ต้องปรับปรุงตัวเราให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จึงไม่มีความกังวลแต่อย่างไร เช่น หากภาวะเศรษฐกิจผันผวน หรือมีปัจจัยลบต่างๆ เกิดขึ้น ไม่ใช่เฉพาะเราเพียงยี่ห้อเดียว แต่เกิดขึ้นทั้งวงการ มีปัญหาเหมือนกัน จึงเป็นหน้าที่ที่ต้องแก้ปัญหาให้ดีที่สุด

 

ฟอร์มูลา : สถานการณ์ตลาดรถยนต์ในเมืองไทยกับญี่ปุ่นแตกต่างกันมากน้อยเพียงใด ?

เรียว : สภาพแวดล้อมญี่ปุ่นกับไทยต่างกัน โดยเฉพาะระบบขนส่งมวลชน ญี่ปุ่นมีการพัฒนาอย่างมากคนส่วนใหญ่จะใช้บริการรถขนส่งมวลชน ดังนั้นรถที่ขายดีจะเป็นรถเก๋งขนาดเล็ก แต่สำหรับคนไทยวิถีชีวิตต่างกัน คือ ใช้รถในชีวิตประจำวันมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นรถพิคอัพ หรือรถเก๋ง แต่ตลาดเมืองไทยรถพิคอัพครองส่วนแบ่งสูงสุด เพราะเป็นรถอเนกประสงค์ คือ ใช้ส่วนตัว ทำงานได้ และใช้รถวิ่งระหว่างจังหวัดต่อจังหวัดด้วย มากกว่าใช้บริการระบบขนส่งมวลชน

ความใกล้ชิดของคนไทยกับรถจึงมีมากกว่าคนญี่ปุ่น ความต้องการของคนไทยต่อรถมีหลายวัตถุประสงค์ ส่วนแนวทางการทำตลาดก็แตกต่างกันเนื่องจากสภาพแวดล้อมต่างกัน

 

ฟอร์มูลา : เป้าหมายของคุณสำหรับการดำเนินงานในประเทศไทย ?

เรียว : สำหรับธุรกิจการจำหน่ายรถ อีซูซุ ในประเทศมีมานานเกือบครึ่งศตวรรษ ผู้บริหารในอดีตทั้งญี่ปุ่นและคนไทยสืบทอดปณิธานอันมั่นคงตลอดมา เรื่อง การสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ซึ่งมองเหมือนง่าย แต่หากทำจริงๆ ต้องมีปัจจัยหลายอย่างประกอบ ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ไม่อย่างนั้นลูกค้าจะไม่เกิดความพอใจในสินค้า นั่นคือ ต้องฟังเสียงลูกค้าเสมอ และพัฒนารถเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ในฐานะเป็นประธานคนใหม่ จะสืบทอดเจตนารมณ์เดิม และนโยบายหลักของตรีเพชร ฯ
เหมือนกับประธานคนเดิม

นอกจากจะผลิตรถโดยฟังเสียงลูกค้าแล้ว ยังต้องไม่ลืมการบริการหลังการขาย เพราะเบื้องหลังความสำเร็จของบริษัทนั้นมีปัจจัยต่างๆ มากมาย แต่ในฐานะเป็นผู้นำสูงสุด ลืมไม่ได้เลยคือ ตรีเพชร ฯ ต้องแข็งแกร่ง และมั่นคงตลอดไป ไม่ว่าภาวะเศรษฐกิจของประเทศจะเป็นอย่างไร นั่นคือ ไม่ผันผวนไปตามกระแสการขึ้น/ลงของภาวะเศรษฐกิจ ต้องอยู่ได้ สถานะที่ประธานรุ่นพี่ในอดีตทำได้มาจนถึงขณะนี้ ดังนั้นเราต้องรักษาไว้ให้มั่นคงตลอดไป

กิจการของ ตรีเพชร ฯ เติบโตอย่างต่อเนื่องมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ขณะนี้สิ่งสำคัญที่สุดในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งต่อไปภายในอนาคต คือ การติดต่อสื่อสารระหว่างกัน เพราะธุรกิจขยายตัวก็จะมีผู้ที่มาเกี่ยวข้องฝ่ายต่างๆ เพิ่มขึ้น จะต้องสื่อสารกันได้อย่างลงตัวที่สุด ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน ผู้บริหาร ผู้จำหน่าย ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องในครอบครัว อีซูซุ และต้องติดต่อสื่อสาร ให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจด้วยว่า ตรีเพชร ฯ เป็นองค์กรที่ดี เชื่อถือได้ หรือ อีซูซุ เป็นรถที่ดี ความมั่นใจของลูกค้าจะสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจของเรา

ตรีเพชร ฯ จัดตั้งบริษัทลูก คือ บริษัท อีซูซุ โอเปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (ไอโอที) รับผิดชอบการส่งออกรถพิคอัพ อีซูซุ ดี-แมกซ์ ไปทั่วโลก ซึ่งทำให้พบข้อเท็จจริงอันหนึ่งคือ คนไทยเป็นมืออาชีพสำหรับรถพิคอัพ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ดังนั้นความสำเร็จในไทยจะเป็นแรงผลักดันให้พิคอัพในเมืองไทยประสบความสำเร็จในตลาดโลก รถพิคอัพที่ผลิตขึ้นตามความต้องการของคนไทย สามารถตอบสนองความต้องการของประเทศอื่นในโลก จึงมั่นใจว่าความสำเร็จของ ตรีเพชร ฯ จะผลักดันให้ ไอโอที ประสบความสำเร็จในตลาดโลกด้วยเช่นกัน นั่นคือ ทำให้ ตรีเพชร ฯ เป็นบริษัทที่แข็งแกร่ง มั่นคง ต่อไป ไม่ว่าภาวะเศรษฐกิจจะเป็นเช่นไรก็ตาม

 

ฟอร์มูลา : คุณคาดว่าสถานการณ์ตลาดรถยนต์โดยรวมในช่วงหลังของปีนี้จนถึงปีหน้าจะเป็นอย่างไร ?

เรียว : ถึงแม้จะมีคนพูดถึงปัจจัยลบทางเศรษฐกิจ แต่ อีซูซุ ก็ยังมั่นใจว่าตลาดจะขยายตัวต่อเนื่องแต่ในอัตราที่ลดลง เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว หรือ ครึ่งปีแรกของปีนี้ และในปีหน้าคาดว่าตลาดจะขยายตัวแต่จะไม่สูงเหมือนปีที่แล้ว เนื่องจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ อีซูซุ ยังไม่มีผลกระทบเนื่องจากมีจุดแข็งในเรื่องของการประหยัดน้ำมัน คาดว่าทั้งตลาดโดยรวมของปีนี้น่าจะมีประมาณ 680,000-685,000 คัน เป็นรถพิคอัพประมาณ 420,000-425,000 คัน ส่วน อีซูซุ คาดว่าจะจำหน่ายได้ประมาณกว่า 160,000 คัน จากตลาดรถน่าจะได้ถึง 175,000 คัน

ส่วนตลาดรถยนต์โดยรวมในปี 2549 คาดว่าจะมีปริมาณ 740,000 คัน ซึ่งแบ่งเป็นรถพิคอัพ 455,000 คัน โดย อีซูซุ ทั้งตลาดน่าจะขายได้ 180,000-185,000 คัน เฉพาะพิคอัพน่าจะมากกว่า 165,000 คัน

 

ฟอร์มูลา : ในเมื่อสถานการณ์น้ำมันเป็นอย่างนี้เพราะเหตุใดคุณจึงยังมั่นใจว่าตลาดจะยังเติบโต ?

เรียว : ระยะเวลาในช่วงสั้น ราคาน้ำมันปรับขึ้นบ่อยมาก ซึ่งมีผลกระทบทางด้านจิตใจของลูกค้าพอสมควร แต่ในไม่ช้าก็จะปรับสู่สภาพเดิม เป็นสถานการณ์ของโลก และอีกอย่างหนึ่งตลาดรถยนต์ในเมืองไทยตลาดใหญ่ คือ รถเพื่อการพาณิชย์ เพราะมีความจำเป็น ต้องใช้งาน ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งที่มีความมั่นใจ เพราะไม่เชื่อว่าจะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นในปี 2540 จากปัจจัยพื้นฐานโครงสร้างเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งกว่าในอดีต

 

ฟอร์มูลา : เครื่องยนต์ อีซูซุ สามารถที่จะใช้น้ำมันทดแทนอย่าง เช่น ไบโอดีเซล ได้หรือไม่ ?

เรียว : ตรีเพชร ฯ ได้ศึกษาร่วมกับ อีซูซุ มอเตอร์ ญี่ปุ่น เรื่องพลังงานทดแทนต่างๆเมื่อรัฐบาลออกนโยบายข้อกำหนดอะไร อีซูซุ จะพยายามตอบสนองนโยบายของรัฐให้ได้ และอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

โดยพื้นฐานเครื่องยนต์ดีเซล สามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากันกับน้ำมันไบโอดีเซลได้แต่ขึ้นอยู่กับต้นทุนในการปรับเปลี่ยน และประสิทธิภาพโดยรวมของเครื่องยนต์จะส่งผลอย่างไรขึ้นอยู่กับชนิดน้ำมันที่ใช้ เช่น รถเมื่อเติมน้ำมันไบโอดีเซลวิ่งได้อยู่แล้ว แต่กำลังของเครื่องยนต์จะเหมือนเดิมหรือไม่ ประหยัดได้เท่าไรเมื่อเทียบกับการเติมน้ำมันธรรมดา ส่วนของ อีซูซุ อยู่ระหว่างการศึกษาเรื่องนี้อยู่ เนื่องจากมีหลายสูตร และยังไม่ได้กำหนดสูตรแน่นอน และเมื่อกำหนดแล้วต้องดูเรื่องการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ด้วย

 

ฟอร์มูลา : แผนการตลาด อีซูซุ จะเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ?

เรียว : อีซูซุ พัฒนารถยนต์ โดยยึดหลักการประหยัดน้ำมัน และความแข็งแกร่ง ทนทานซึ่งเข้าได้กับยุคราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น และตำแหน่งของสินค้าที่เป็นรถที่มีความคุ้มค่าสูงสุดซึ่งมาจากเรื่องคุณภาพ การประหยัดน้ำมัน การบริการหลังการขาย เครือข่าย และราคาขายต่อสูงที่สุดดังนั้นนโยบายการตลาดของ อีซูซุ จึงไม่เปลี่ยนแปลง โดยจะใช้จุดนี้ ให้ลูกค้าตัดสินใจจากการซึ้อรถอีซูซุ คุ้มค่าเงินมากที่สุด

ตลาดรถยนต์ในขณะนี้ เป็นตลาดของผู้ซื้อ ลูกค้าจะเป็นผู้เลือกรถที่เหมาะสมที่สุด อีซูซุ กำหนดตำแหน่งว่าเป็นรถที่คุ้มค่าเงินมากที่สุด ต้องอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจคุณสมบัติของรถ โดยภาพลักษณ์ของ อีซูซุ คือประหยัดน้ำมัน มีเครือข่ายโชว์รูม ศูนย์บริการอะไหล่ ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งไม่ใช่แต่เฉพาะรถพิคอัพเท่านั้น เนื่องจากยังมีรถบรรทุกขนาดกลาง และใหญ่ด้วย โดยแนวความคิดของเรา คือ อีซูซุ เป็นคู่คิดมืออาชีพของลูกค้า นอกเหนือจากคุณภาพผลิตภัณฑ์ การประหยัดน้ำมัน การบริการหลังการขาย ยังมีโครงการสัมมนากับลูกค้า ว่าจะใช้รถอย่างไรให้เกิดกำไร และผลกับธุรกิจ ซึ่งจะมีการสอนวิธีการขับประหยัดให้แก่ลูกค้า แนวความคิด คู่คิดมืออาชีพของลูกค้า เป็นแนวการทำตลาดของ รถบรรทุกขนาดกลาง และใหญ่

 

ฟอร์มูลา : คุณยืนยันหรือไม่ว่าปีนี้ อีซูซุ จะเป็นที่หนึ่งต่อไป ?

เรียว : มั่นใจว่าจะเป็นที่หนึ่งในตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ เป็นปีที่ 23 เหตุผลคือ อีซูซุ มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับหนึ่ง และยอดขายเป็นอันดับหนึ่ง เป็นผลมาจากความเชื่อถือของลูกค้าที่มีต่อผลิตภัณฑ์ ซึ่งลูกค้าทำให้ อีซูซุ ได้ที่หนึ่ง ดังนั้นต่อไปคือ ต้องทำอย่างไรให้ลูกค้าเกิดความเชื่อถือ จึงขึ้นอยู่กับความพยายามของ อีซูซุ ว่าจะมีกลยุทธ์ และกิจกรรมการตลาด ที่จะสามารถเข้าสู่กลุ่มลูกค้าโดยตรง และสร้างความเชื่อมั่น เมื่อ อีซูซุ พยายามอย่างเต็มที่ ก็ย่อมจะสามารถรักษาตำแหน่งไว้ได้

 

ฟอร์มูลา : อีซูซุ มีแผนขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ ?

เรียว : ดูจากตลาดเมื่อปีที่แล้ว คาดว่าตลาดปีนี้จะมี 650,000-660,000 คัน แต่เมื่อมาถึงปีนี้ตลาดขยายตัวมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ เกินกว่าที่ตั้งไว้เป็น 680,000-685,000 คันดังนั้นทำให้กำลังการผลิตของ อีซูซุ ไม่เพียงพอ ลูกค้าต้องรอ ไม่สามารถได้รถใช้ทันที เป็นปัญหาใหญ่ที่กำลังแก้ไข โดยอยู่ระหว่างการเจรจากับ อีซูซุ ญี่ปุ่น ถึงการขยายกำลังการผลิต ซึ่งการเตรียมการต้องใช้เวลา คาดว่าจะแล้วเสร็จในกลางปีหน้า แต่ในปัจจุบันได้มีการปรับปรุงสายการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเพิ่มเวลาทำงานเป็น 2 กะ บวก โอที และวันหยุด

 

ฟอร์มูลา : เดิม อีซูซุ มีกำลังการผลิตเท่าไร เมื่อเพิ่มแล้วจะเป็นเท่าไร และหากขยายเพิ่มในปีหน้าจะเป็นเท่าไร ?

เรียว : โรงงานของ อีซูซุ ผลิตแบบผสมกันหลายรุ่น มีกำลังการผลิตรถพิคอัพปีละ 145,000 คัน ซึ่งได้ให้โรงงานผลิตเพิ่มให้เป็น 160,000 คัน/ปี ส่วนปีหน้าจะเพิ่มเป็น 180,000 คัน/ปี ซึ่งหากมองในเรื่องของความต้องการของลูกค้ามีสูงมาก ซึ่งต้องการขยายกำลังการผลิตรวดเร็วยิ่งขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า แต่ที่ผ่านมา ทุกคนมีบทเรียน เรื่องภาวะวิกฤติเศรษฐกิจในปี 2540 ทำให้ทุกย่างก้าวที่ก้าว เป็นไปด้วยความระมัดระวัง เพื่อให้ธุรกิจก้าวต่อไปทำให้ต้องทำงานแบบเป็นขั้นตอน

 

ฟอร์มูลา : สำหรับตลาดส่งออก วางแผนและตั้งเป้าหมายไว้อย่างไร ?

เรียว : อีซูซุ ดี-แมกซ์ ที่ส่งออกไปยังต่างประเทศ มีการขยายตัวมากขึ้น แต่ อีซูซุ ไม่สามารถเพิ่มยอดได้ทั้งนี้เนื่องจากรถที่ส่งออก อีซูซุ ได้มีการตกลงการผลิตกับทาง จีเอม ประเทศไทย และกำลังการผลิตของ จีเอม ในปัจจุบันก็ไม่เพียงพอ อยู่ในช่วงของเพิ่มกำลังการผลิตเช่นกัน และเมื่อถึงเวลานั้น ยอดส่งออกของ อีซูซุ คงจะเพิ่มขึ้นได้

สำหรับ อีซูซุ นั้นจะส่งออก 2 ลักษณะโดยจะติดโลโก อีซูซุ และ จีเอม รวมแล้วปีละ 150,000 คัน ทั้งแบบสำเร็จรูป และแบบ ซีเคดี

 

ฟอร์มูลา : อีซูซุ เตรียมรับมือกับรถพิคอัพรุ่นใหม่ของยี่ห้ออื่นอย่างไร ?

เรียว : การที่แต่ละค่ายจะเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นเรื่องธรรมดา ส่วน อีซูซุ ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไร แต่การเปิดตัวรถรุ่นใหม่เพิ่มขึ้น ทำให้การแข่งขันในตลาดจะทวีความรุนแรงมากขึ้น อีซูซุ จะไม่ท้อถอยและจะรักษาความเป็นผู้นำของเราไว้

 

ประวัติการทำงาน

ปี 2514 ส่วนธุรกิจยานยนต์ มิตซูบิชิ คอร์พอเรชัน (ประเทศญี่ปุ่น)

ปี 2517 บริษัท มารุโนะอุจิ แมนูแฟคเจอริ่ง แอนด์ ดิสทริบิวติ้ง จำกัด ประเทศแซมเบีย ทวีปแอฟริกา

ปี 2521 ส่วนธุรกิจยานยนต์ มิตซูบิชิ คอร์พอเรชัน (ประเทศญี่ปุ่น)

ปี 2531 ผู้จัดการฝ่ายโครงการและจัดซื้อ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ประเทศไทย

ปี 2532 ส่วนธุรกิจยานยนต์ มิตซูบิชิ คอร์พอเรชัน (ประเทศญี่ปุ่น)

ปี 2535 รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ประเทศไทย

ปี 2540 ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายธุรกิจยานยนต์-บี มิตซูบิชิ คอร์พอเรชัน (ประเทศญี่ปุ่น)

ปี 2542 ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายธุรกิจยานยนต์-เอ มิตซูบิชิ คอร์พอเรชัน (ประเทศญี่ปุ่น)

ปี 2544 ผู้จัดการทั่วไป หน่วยธุรกิจ อีซูซู ส่วนธุรกิจยานยนต์ มิตซูบิชิ คอร์พอเรชัน (ประเทศญี่ปุ่น)

ปี 2547 รองกรรมการผู้จัดการ ส่วนธุรกิจยานยนต์ มิตซูบิชิ คอร์พอเรชัน (ประเทศญี่ปุ่น)

ปี 2547 กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด

ปี 2548 กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : เกรียงศักดิ์ ปันสม
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2548
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/OgQH9

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
23 Oct 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
489,000
2.
1,199,000
4.
2,490,000
5.
479,000
6.
939,000
7.
24,500,000
8.
34,000,000
9.
23,795,000
12.
18,900,000
13.
18,999,000
14.
3,199,000
15.
3,399,000
16.
2,549,000
17.
4,499,000
18.
2,299,000
19.
3,199,000
20.
3,299,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th