บทความ

2548 “แกงค์ซิ่ง” ครองเมือง


กลายเป็นประเด็นร้อนที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันไปทั่วทุกหัวระแหงสำหรับแนวคิดของเสนาบดีที่กำกับดูแลกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในรัฐบาลชุดที่ 2/2 ของท่านนายกทักษิณชิณวัตร ที่ต้องการแก้ปัญหาสังคมในส่วนของแกงค์รถยนต์ และจักรยานยนต์ “ซิ่ง” ที่สร้างโดยการกระฉูดไอเดียที่จะปิดถนนสาธารณะให้นักบิดท้ามฤตยูเหล่านี้แข่งขันในทุกคืนวันศุกร์ ตั้งแต่เวลาสี่ซ้าห้าทุ่มไปจนถึงตีหนึ่งตีสองของอีกวันหนึ่ง

ทันทีที่ไอเดียนี้ถูกนำเสนอผ่านทางสื่อสารมวลชนก็ได้รับตำหนิติติงอย่างมากมายจากหลายๆ ฝ่ายส่วนใหญ่จะเป็นในทำนองที่ไม่เห็นด้วย ไม่รู้ท่านไปเอาความคิดแผลงๆ เหล่านี้มาจากไหน และเมื่อมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปในทางลบมากๆ ท่านก็ออกมาแก้เกี้ยวว่านี่เป็นเพียงแนวคิดเท่านั้น เป็นไอเดียที่ท่านได้มาจากการที่ท่านส่งเทียบไปเชิญตัวแทนของเหล่านัก “ซิ่ง” เดนนรกเหล่านี้เพียงไม่กี่คนมารับฟังข้อคิดเห็นข้อเรียกร้องของพวกเขา แล้วท่านก็เอาข้อเสนอของพวกที่มองไม่เห็นอนาคตเหล่านี้ออกมาโยนหินถามทางกับคนหมู่มาก คนส่วนใหญ่ที่เขาเสียเงินภาษีให้แก่รัฐ เพื่อให้รัฐนำมาสร้างสาธารณูปโภคเพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันให้แก่พวกเขา ซึ่งสาธารณูปโภคเหล่านี้ก็รวมถึงถนนหนทางที่ใช้สัญจรไปมานั่นเอง

ก็ไม่รู้ว่าก่อนที่ท่านจะเสนอแนวความคิดอันเลิศล้ำประเสริฐศรีของท่านออกมา ท่านได้เชิญตัวแทนจากคนหมู่มากที่เขาเดือดร้อนจากการกระทำอันสิ้นคิดของกลุ่มคนที่ไม่รักอนาคตไม่รักชีวิตของตัวเองเหล่านี้ไปปรึกษาหารือฟังข้อเสนอแนะของพวกเขาว่าเขาต้องการทำอย่างไรกับคนพวกนี้บ้างหรือเปล่าถ้าท่านเชิญคนพวกหลังนี้ไปพูดคุยด้วยบ้าง ผลที่ออกมาคงไม่ทำให้ท่านต้องเปลืองเนื้อเปลืองตัว ถูกสรรเสริญเยินยอไปในทางเสียหายถึงขนาดนี้ก็ได้

เอาเถอะไหนไหนท่านก็เปิดประเด็นร้อนประเด็นนี้ขึ้นมาแล้ว โดยท่านชี้แจงต่อไปด้วยว่า เป็นปัญหาใหญ่ของสังคมที่ต้องการแก้ไข เพื่อให้เยาวชนเหล่านี้มีทางออกไม่ต้องไป “ซิ่ง” ท้านรกสร้างอันตราย และความรำคาญ ตลอดจนความเสียหายทั้งทางทรัพย์สินและร่างกายให้กับผู้อื่น มีการยกข้อมูลว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากการกระทำของคนเหล่านี้ส่วนหนึ่งเกิดจากเวลาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยกกำลังออกไปจับกุมเหล่าผู้กระทำผิดกฎหมายเหล่านี้ เกิดขึ้นระหว่างการหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ ฟังไปฟังมาเหมือนกับผู้รักษากฎหมายกลายเป็นผู้กระทำผิดเสียเองอีก สู้หาทางแก้หาทางออกให้ “แกงค์นักซิ่ง” พวกนี้ด้วยการยกระดับผลงานที่ผิดกฎหมายให้เป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายเสียเลย แล้วใครยังฝ่าฝืนอีกก็จะมีการนำมาตรการขั้นเด็ดขาดมาบังคับใช้ต่อไป เหมือนกับที่เคยทำกับหวยใต้ดินที่ผิดกฎหมายเอาขึ้นมาเป็นหวยบนดินที่ถูกกฎหมายยังไงยังงั้น

เมื่อประเด็นนี้เริ่มลุกลามขยายวงมากขึ้นเรื่อยๆ และเป็นไปในทางตรงกันข้ามกับไอเดียของท่าน ท่านก็ยอมถอยมาหนึ่งก้าว โดยบอกว่าจะจัดสรรงบประมาณเฉียดๆ 1 ล้านบาทไทยไปว่าจ้องให้สำนักวิจัยโพลที่มีชื่อเสียงทำการสำรวจความคิดเห็นในข้อนี้ว่า สังคมส่วนใหญ่มีความคิดเห็นในเรื่องนี้กันเช่นไรแนวคิดของท่านถูกต้องหรือไม่ประการใด

ปู้โธ่ ไม่ต้องไปเสียเงินเสียทองจ้างให้เปลืองงบประมาณแผ่นดินหรอกนายหัว เชื่อว่าผู้ที่มีวิจารณญาณทั่วไปก็ต้องไม่เห็นด้วยอยู่แล้วกับไอเดียอันเลิศล้ำของท่านในครั้งนี้ โชคดีที่สวรรค์ยังมีตาอยู่บ้าง ที่ท่านนายกทักษิณของเราออกมาแตะเบรคไอเดียนี้เอาไว้ ก็เป็นอันว่าจบกันไป

แต่ในอันที่จริงแล้ว จากแนวความคิดของท่านที่ต้องการจะหาสถานที่มารองรับนักบิดนัก “ซิ่ง” เดนตายเหล่านี้ ให้มาแข่งโดยมีกฎกติกามารยามอย่างถูกต้องก็เป็นแนวคิดที่ถูกต้องอยู่ส่วนหนึ่ง แต่การที่ท่านออกมาตั้งปุจฉาแต่แรกว่าจะยกถนนสาธรณะให้พวกมันใช้เป็นเวทีในการแสดงออกถึงศักยภาพที่อัดแน่นอยู่นั้น มันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องไม่เป็นธรรมต่อสังคมส่วนรวมอย่างแน่นอน

ในนานาอารยประเทศ การแข่งขันรถยนต์และรถจักรยานยนต์จัดเป็นกีฬาชั้นนำอีกประเภทหนึ่ง ได้รับการสนับสนุนให้จัดการแข่งขันในแต่ละปีทั้งจากภาครัฐและเอกชน มีประชาชนทั้งชาวพื้นเมืองและนักท่องเที่ยวซื้อตั๋วเข้าไปชมการแข่งขันในแต่ละรายการเป็นจำนวนมาก มีการถ่ายทอดออกอากาศไปในอีกหลายๆ ประเทศทั่วโลกนำรายได้และชื่อเสียงเข้าประเทศได้ปีละมากๆ

ในส่วนของผู้แข่งขันและผู้มีส่วนร่วมในทีม ถ้าฝีไม้ลายมือดีก็จะมีสปอนเซอร์วิ่งเข้าหาติดโลโกสินค้าของตัวเองไว้บนตัวรถแข่ง ชุดแข่ง เป็นอีกสีสรรหนึ่งในสนามแข่งขันในการแข่งขัน ซึ่งเชื่อว่าเรื่องนี้ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองนี้คงจะต้องรู้ต้องเห็นผ่านหูผ่านตากันมาบ้าง

นอกจากนี้เทคโนโลยีทางด้านยานยนต์ที่มีให้เห็น มีให้ใช้กันอยู่ในรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ส่วนหนึ่งก็มีที่มาที่ไปมาจากรถยนต์รถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการแข่งขันนั่นเอง จะเรียกว่าเป็นผลพลอยได้ที่ทำให้รถยนต์ในปัจจุบันมีความปลอดภัย มีสมรรถนะและประสิทธิภาพในการใช้งานมากขึ้นกว่ารถยนต์รุ่นเก่าๆ อย่างมากมาย

ถ้างั้นจะดีกว่ามั้ยถ้าท่านลองปรึกษาหารือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจัดสรรงบประมาณมาสักก้อน จะเอามาจากเศษสตางค์บนหลังตู้เย็นของใครก็แล้วแต่ สร้างสนามแข่งขันเพิ่มขึ้นมาอีกสักสนามเอาให้มันได้ระดับมาตรฐานเอเชียเลยก็พอ ไม่ต้องให้ถึงระดับมาตรฐานโลกก็ได้ เพราะสนามแข่งรถของเราที่มีอยู่ในปัจจุบันว่าไปแล้วนับวันก็กลายเป็นแค่มาตรฐานประเทศไทยไปเสียแล้ว เนื่องจากเป็นการลงทุนของภาคเอกชนเพียงลำพัง อย่าว่าแต่จะเป็นโลกเลย มาตรฐานอาเซียนก็ยังพูดได้ไม่เต็มปากเลย เพื่อนบ้านใกล้เคียงเราเค้ามีสนามแข่งรถที่ใช้ในการแข่งขันระดับชิงแชมพ์โลกกันมาหลายปีดีดักแล้วทั้งที่เค้าเริ่มต้นมาทีหลังเราด้วยซ้ำ

ส่วนที่ว่าจะหาอาณาบริเวณที่ไหนมาสร้างเป็นสนามแข่งขันก็สุดแท้แต่ท่านจะพิจารณา เพราะพื้นที่ว่างเปล่าที่ยังไม่ได้ใช้งานใน กทม. และปริมณฑลที่เป็นของรัฐก็ยังมีอีกมากมายหลายแห่ง

จะเป็นการลงทุนโดยตรงของภาครัฐแล้วเปิดให้มีการประมูลให้เอกชนเข้าไปบริหารงานจัดการแข่งขันรัฐฯ ก็เก็บเงินค่าต๋งคืนเป็นปีๆ ไป หรือจะเป็นการร่วมลงทุนกับเอกชนในประเทศหรือกลุ่มทุนต่างประเทศก็ว่ากันไป

นอกเหนือจากจะใช้ในการจัดแข่งขันทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ถูกต้องตามกฎเกณฑ์ที่ใช้ในการจัดการแข่งขันทั่วโลก มีความปลอดภัยระดับมาตรฐานสากลแล้ว ยังเปิดโอกาสให้ใครที่อยากบิดอยาก “ซิ่ง” สำนักไหนต้องการประลองความเร็วกับสำนักไหนเชิญมาใช้สนามแห่งนี้เป็นเวทีพิสูจน์ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายกันได้เลย หากผลงานดีเข้าตากรรมการเดี๋ยวก็มีคนมาทาบทามให้เป็นนักแข่งรถจริงๆ จังๆ กลายเป็นคนมีหน้ามีตาได้รับการยกย่องสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง พ่อแม่ ญาติ พี่น้องได้รับการยกย่องจากคนหมู่มาก เผลอๆ อนาคตข้างหน้าเราอาจมีนักแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ระดับเกรด เอ เป็นนักกีฬาที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติได้อีกทางหนึ่งเสียด้วยซ้ำไป

หากรัฐ ฯ ให้ความสำคัญกับการที่จะเก็บสงวนทรัพยากรบุคคลที่ส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มคนสาวเหล่านี้ไว้ใช้งานในอนาคต มีการลงทุนเพื่อดึงพวกเขาให้กลับเข้ามาอยู่ในกฎเกณฑ์ของสังคม ซึ่งเป็นที่ยอมรับได้ของคนส่วนใหญ่ในสังคม ก็จะเป็นการดีไม่ใช่น้อย ถึงแม้จะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุก็ตามที

ส่วนใครที่ยังทำตัวเป็นบัวใต้ขี้เลนขี้โคลน รัฐฯ อุตส่าห์เสียงบประมาณมาสร้างสถานที่มห้พวกท่านได้ระบายพลังกันแล้วยังฝ่าฝืนแหกกฎแหกเกณฑ์ไปใช้ท้องถนนหลวงที่เป็นสาธารณสมบัติเป็นที่ประลองความเร็ว ท้าทายความตายกันอยู่อีกละก็

ให้ท่านลองเสนอไอเดียใหม่อีกครั้ง เอาเป็นแบบว่า ประชาชนครับท่านจะว่าอย่างไงถ้ารัฐ ฯ จะเลิกยุ่งเกี่ยวกับพวกทำตัวนอกกฎหมายเหล่านี้ ต่อไปนี้จะเปิดเสรีให้พวกคุณโต้ตอบพวกที่สร้างความรำคาญความเดือดร้อนให้กับพวกคุณอย่างเต็มที่ คุณมีวิธีการจะจัดการกับพวกไม่มีอนาคตอย่างไรก็เชิญตามสบาย รัฐ ฯ จะลองเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ซักระยะหนึ่ง พวกคุณเห็นไปอย่างไรบ้าง

ลองให้ชาวบ้านชาวช่องที่เขาเดือดร้อนจากกลุ่มคนเหล่านี้หาวิธีการแก้ไขกันเอาเอง ไม่แน่ว่าปัญหา”แกงค์ ซิ่ง” ครองเมืองอย่างทุกวันนี้อาจจะหมดไปในเวลาอันไม่นานก็เป็นได้ แต่อาจจะเป็นการเพิ่มงานให้กับเจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้งและร่วมกตัญญูบ้างก็อย่าว่ากันนะ “แกงค์ซิ่ง” ทั้งหลาย ทีเอ็งข้าไม่ว่า ทีข้าเอ็งอย่าโวย



------------------------------
เรื่องโดย : หลวงเลียบเมือง
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2548
คอลัมน์ : บทความ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/2YkzF
อัพเดทล่าสุด
22 Oct 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
489,000
2.
1,199,000
4.
2,490,000
5.
479,000
6.
939,000
7.
24,500,000
8.
34,000,000
9.
23,795,000
12.
18,900,000
13.
18,999,000
14.
3,199,000
15.
3,399,000
16.
2,549,000
17.
4,499,000
18.
2,299,000
19.
3,199,000
20.
3,299,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th