บทความ

สตรีห้าแผ่นดิน


หม่อมเจ้าพูนพิศมัย ดิศกุล เป็นธิดาของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ และหม่อมเฉื่อย มีพี่น้องร่วมหม่อมมารดาด้วยกัน 10 องค์

เริ่มแต่หม่อมเจ้าจุลดิศ/หม่อมเจ้าอิทธิดำรง/หม่อมเจ้าทรงวุฒิภาพ/หม่อมเจ้าหญิงแฝด 1 คู่/หม่อมเจ้ารัชฏ์ลาภจิรฐิต/หม่อมเจ้าพูนพิศมัย/หม่อมเจ้าพิไลยเลขา/หม่อมเจ้าบันดาลสวัสดี และหม่อมเจ้าดิศศา นุวัติ์ ซึ่งเรียกกันว่า ชายน้อย

มีบทพระนิพนธ์มากมายของหม่อมเจ้าพูนพิศมัย ทรงบันทึกเรื่องราวที่น่าสนใจหลายเรื่องทั้งบุคคล และเหตุการณ์ร่วมสมัย ดังเช่นเรื่องของหม่อมเจ้าพัฒนายุ ดิศกุล ซึ่งเป็นธิดาสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ และหม่อมลำดวน

หม่อมเจ้าพัฒนายุ ดิศกุล เป็นอีกองค์หนึ่งที่มีชีวิตยืนยาวถึง 5 แผ่นดิน เริ่มแต่รัชกาลที่ 5 เป็นฝาแฝดหญิงซึ่งแฝดผู้เป็นพี่ได้เสียชีวิตเมื่ออยู่ได้เพียง 3 เดือน หม่อมเจ้าพัฒนายุ จึงได้ชื่อเรียกกันว่า “เหลือ”

ผู้ที่ทำให้ “เหลือ” เหลืออยู่ได้เป็นนายแพทย์ชาวเบลเยียมชื่อ หมอไรท์เตอร์ หรือพระยาประเสริฐ ฯ นำมาเลี้ยงในหีบแก้ว โดยมีแม่เต๋อซึ่งเล่าเรียนวิชาพยาบาลมาจากสหรัฐอเมริกาเป็นผู้เลี้ยง หม่อมเจ้าพูนพิศมัย ทรงถือว่าหม่อมเหลือเป็นคนไทยคนแรกที่รอดชีวิตได้เพราะวิธีทางตะวันตก

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระราชทานนามเธอว่า “พัฒนายุ” ด้วยมีพระราชดำรัสแก่เสด็จพ่อ ฯ (กรมพระยาดำรง ฯ) ว่า

“ฉันจะให้มันอยู่และอายุยืน”

เมื่อหญิงเหลืออายุได้ 6 ขวบก็ตามหม่อมเจ้า พูนพิศมัย ไปอยู่ด้วยในพระบรมมหาราชวัง อยู่กับพระธิดาของพระอัครชายาเธอพระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ ผู้ทรงเลี้ยงหม่อมเจ้าพูนพิศมัย

หญิงเหลืออยู่กับสมเด็จหญิงพระองค์กลางคือ เจ้าฟ้าหญิงมาลินีนพดารา ส่วนหม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย อยู่กับสมเด็จหญิงพระองค์น้อย เจ้าฟ้าหญิงนิภานพดล

“ทรงให้เราแต่งคู่กันอย่างเดียวกับพระองค์ท่าน เสด็จไหนเราก็ตามเสด็จด้วย โดยเฉพาะเสด็จขึ้นเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ในเวลาเสวยบ่ายทุกวัน เมื่อเสด็จออกข้างหน้าแล้ว สมเด็จหญิงก็เสด็จกลับไปตำหนัก บางวันก็ทรงเล่นเกมต่างๆ”

ในเกมต่างๆ นั้นมี โกเกเล็กบนพรม/ชิงนางบนกระดาษ/ไพ่ยายแก่ เกมเหล่านี้ผมไม่เคยรู้จักหรือเคยได้ฟังมาก่อน จะเคยได้ยินก็เพียงไพ่ยายแก่แต่ก็ไม่รู้วิธีการเล่น

หม่อมเจ้าพูนพิศมัย ทรงเล่าถึงหญิงเหลือ ต่อไปอีกว่า

“ในเวลาอยู่ในพระที่นั่งวิมานเมฆ และอัมพรสถานเป็นเวลาที่เราสนุกเป็นที่สุด เพราะข้าพเจ้าอายุ 12 ปีแก่กว่าหญิงเหลือ 1 ปี 9 เดือน กำลังรู้ความ แต่ไม่ต้องถูกระวังตัวว่าเป็นสาว เข้าออกได้ทั้งข้างหน้าข้างใน ได้เฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 แทบทุกวัน เวลาเสด็จประพาสทอดพระเนตรถนนหนทางที่ตัดใหม่เวลาเย็นๆ ถ้ามีสมเด็จหญิงตามเสด็จด้วย ข้าพเจ้า และหญิงเหลือก็ได้ถือพระสุพรรณศรี (กระโถน) ยืนเกาะหลังเก้าอี้คนขับไปด้วย

“สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงทรงตบหัวว่า ไปบอกพ่อเจ้าซิ ว่าได้ขึ้นรถพระที่นั่ง”

ความสนุกสนานอยู่มาจนถึงปี 2453 พระเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต พวกเจ้านายข้างในก็ต้องกลับเข้าไปอยู่ในพระบรมมหาราชวังทั้งหมด จนถวายพระเพลิงพระบรมศพแล้ว จึงกลับไปอยู่สวนดุสิตใหม่

ขึ้นรัชกาลที่ 6 วันหนึ่งกรมพระยาดำรง ฯ เสด็จกลับจากเฝ้าวันธรรมดาที่สวนดุสิต ได้ตรัสกับหม่อมเจ้าพูนพิศมัย ว่า

“ลูกพูน วันนี้พระเจ้าอยู่หัวรับสั่งกับพ่อว่า-เมื่อกรมพระดำรง ฯ เสด็จไม่อยู่ (เสด็จตรวจราชการภูเก็ต)หญิงพูน เจ็บมาก เขารายงานว่าต้องเรียกหมอเข้าวังกลางคืน แกก็โตแล้วจะทรงทิ้งไว้ในวังทำไม เอาออกมาหัดเองไม่ดีหรือ หม่อมฉันทูลเด็จแม่แล้ว ท่านก็ทรงเห็นด้วย”

หม่อมเจ้าพูนพิศมัย จึงขอประทานหญิงเหลือจากสมเด็จหญิง ให้ออกมาอยู่ด้วยกัน ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่เคยแยกจากกันอีก อยู่รับใช้สมเด็จกรมพระยาดำรง ฯ ตลอดพระชนมชีพ พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ก็ทรงพระเมตตาหญิงเหลือไม่น้อย

หญิงเหลือได้รับพระราชทานเสมาเพชรชั้น 1 และนาฬิกาข้อมือเพชรรอบในงานฤดูหนาวปี 2456 งานเฉลิมพระชนมพรรษาก็ได้รับเชิญแต่งแฟนซีทุกปี

ครั้งพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 เสด็จเดินป่าไปดอนพระเจดีย์ มีผู้หญิงไปในกระบวนเสด็จเพียง 4 คนคือหม่อมเจ้าพูนพิศมัย/หญิงเหลือ/นมแจ๋ว และเด็กเงิน (ชื่อตามที่หม่อมเจ้าพูนพิศมัยทรงเรียก) เวลามีโขนละครก็นั่งดูอยู่ข้างพระเก้าอี้แทบจะทุกครั้ง ได้มีโอกาสรับฟังพระราชดำริอยู่เสมอๆ

ทรงคุ้นเคยกับพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ตั้งแต่ทรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เคยเรียกทูลกระหม่อมจนติดปาก เมื่อเสด็จสวรรคตจึงร้องไห้กันมาก

ถึงรัชกาลที่ 7 ทั้งหม่อมเจ้าพูนพิศมัย และหญิงเหลือต่างก็คุ้นเคยกับพระองค์ท่านมาแต่ยังมีหัวจุกสมัยอยู่ในพระที่นั่งอัมพรสถาน แต่เมื่อโตแล้วก็ไม่มีโอกาสเฝ้าใกล้ชิด

บันทึกตอนหนึ่งของหม่อมเจ้าพูนพิศมัย มีดังนี้

“พศ. 2474 พระบาทสมเด็จ ฯ พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมาประทานน้ำสรงสงกรานต์แก่เสด็จพ่อ แล้วเสวยพระสุธารสที่วังวรดิศ ได้ทรงทราบว่าหญิงเหลือกำลังพิมพ์บทเพลงแผ่นเสียงอยู่มีพระราชดำรัสแก่เธอว่า”

“เสร็จแล้วขอเล่มหนึ่งนะ”

“เธอก็หมอบกราบทูลรับ ครั้นพอหนังสือเสร็จมาแล้วก็เผอิญเป็นเวลาเปลี่ยนแปลงการปกครองใหม่ๆ”

(24 มิถุนายน พศ. 2475 เป็นวันเปลี่ยนแปลงการปกครองของสยาม)

“เสด็จพ่อ (กรมพระยาดำรง ฯ) “บันทึกของหม่อมเจ้าพูนพิศมัย ” จึงตรัสว่า “ทูลรับไว้แล้วต้องไปถวายลูกพูนไปเป็นเพื่อนน้องหน่อยก็แล้วกัน”

“พอถึงพระที่นั่งจิตรลดาฯ เรา (หม่อมเจ้าพูนพิศมัย และหม่อมเจ้าพัฒนายุ-หญิงเหลือ) ก็เข้าไปนั่งคอยเสด็จลงขึ้นรถอยู่ตามทางเสด็จ ในใจนึกว่าครู่เดียวคงไม่เป็นไร ทันใดมหาดเล็กคนหนึ่งลงอัฒจันทร์มาบอกว่า”

“รับสั่งให้เชิญเสด็จขึ้นไปข้างบน”

“ใจเราก็หายวาบเพราะตั้งแต่เกิดเรื่องแล้วยังไม่ได้เฝ้าเลย ทั้งต้องขึ้นไปในที่เคยเฝ้าพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 อยู่เสมอๆ ด้วย พอเข้าไปในเฉลียงก็เห็นทรงยืนทอดพระเนตรรูปที่ฝาผนังอยู่พระองค์เดียว”

“พอทอดพระเนตรเห็นเรา ก็เสด็จมาประทับพระเก้าอี้ ข้าพเจ้าก็หมอบกราบทูลว่า”

“หญิงเหลือจะนำหนังสือบทเพลงแผ่นเสียงมาทูลเกล้า ฯ ถวายตามที่ได้กราบทูลไว้”

“ท่านทรงรับไปทอดพระเนตร แล้วมีพระราชดำรัสว่า “เมื่อวันที่ 24 ฉันกำลังตีกอล์ฟอยู่หลุม 8 ทีเดียวไปอยู่ข้างหลุมซึ่งไม่เคยทำ กำลังเดินก็พบหลวงประเสริฐฯ (ราชองครักษ์) เข้ามาบอกว่า-กรุงเทพ ฯเกิดขบถ เชิญเสด็จกลับเดี๋ยวนี้- ฉันกำลังมุ่งอยู่ที่ลูกกอล์ฟ ตอบแกว่า “เดี๋ยว ขอเอาลูกลงหลุมก่อน” แกกลับเอ็ดเอาว่า-ไม่ได้ ต้องเสด็จกลับเดี๋ยวนี้-ฉันก็เลยต้องทิ้งไม้กลับ”

“เท่านั้น หญิงเหลือและข้าพเจ้าก็ปล่อยโฮออกไปพร้อมกัน และหยุดไม่ได้อยู่นาน”

และทรงบันทึกว่าครั้งหลังสุดที่ได้เฝ้าคือ ไปส่งเสด็จยุโรปที่เกาะสุมาตรา พระราชทานพระหัตถ์ให้จับทูลลาเป็นที่สุดแห่งรัชกาลที่ 7

พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 8 เสด็จขึ้นเสวยราชย์แล้ว เสด็จกลับเมืองไทยเป็นครั้งแรกจาก สวิทเซอร์แลนด์ทางเรือพระที่นั่ง แวะที่เกาะปีนัง ได้มีพิธีถวายตัวที่นี่

ขึ้นรัชกาลปัจจุบัน ทรงบันทึกว่า “พวกเรา (ทั้งหม่อมเจ้าพูนพิศมัยและหม่อมเจ้าพัฒนายุ) ตกอยู่ในวัยชรา ซ้ำตัวหญิงเหลือเองก็ทุพพลภาพภายหลังการผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี แล้วเธอก็ไม่แข็งแรงมาแต่นั้นทรงบันทึกเรื่องราวตอนนี้ว่า

“ตามที่เล่ามานี้ จะเห็นได้ว่าหญิงพัฒนายุ (เหลือ) เป็นผู้มีบุญ ได้เฝ้าใกล้ชิดพระเจ้าแผ่นดินมาถึง 5 รัชกาล และได้รับพระมหากรุณาคุณพระเมตตาคุณมาทุกพระองค์ ไม่เสียทีที่ได้เกิดมาในพระราชวงศ์ แม้จะเป็นชั้นผู้น้อย”

30 ธันวาคม 2516 วันอวสานชีวิตแห่งหม่อมเจ้าพัฒนายุ หม่อมเจ้าพูนพิศมัย ทรงบันทึกว่า

“เริ่มเจ็บอกเวลา 12.30 น. หมอบอกหมดลมเวลา 13.20 น. เป็นเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง หมอเขียนใบมรณบัตรว่า “สิ้นชีพตักษัยโดยโรคเส้นโลหิตตัน” ผู้ตายเป็นสุข สมประสงค์ของเธอ”



------------------------------
เรื่องโดย : บรรเจิด ทวี
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2548
คอลัมน์ : เล่นท้ายเล่ม
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/lxzA3
อัพเดทล่าสุด
24 Oct 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
489,000
2.
1,199,000
4.
2,490,000
5.
479,000
6.
939,000
7.
24,500,000
8.
34,000,000
9.
23,795,000
12.
18,900,000
13.
18,999,000
14.
3,199,000
15.
3,399,000
16.
2,549,000
17.
4,499,000
18.
2,299,000
19.
3,199,000
20.
3,299,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th