บทความ

เปอโฌต์ 1007


เปอโฌต์ 1007
เล็กดีรสโตรหัสสี่ตัวของค่ายสิงห์เผ่น

ในยุโรป เป็นที่ทราบกันดีว่า คนฝรั่งเศสเป็นผู้ใช้รถที่ค่อนข้างจะ “ชาตินิยม” ในแต่ละปี มากกว่าครึ่งมากกว่าค่อนของรถใหม่ที่ขายได้ในประเทศนี้ เป็นรถที่ติดยี่ห้อของฝรั่งเศส ซึ่งมียี่ห้อใหญ่ๆ อยู่เพียงสามยี่ห้อ ได้แก่ ซีตรอง (CITROEN) เปอโฌต์ (PEUGEOT) และ เรอโนลต์ (RENAULT)

ยกตัวเลขในรอบปีที่เพิ่งผ่านพ้นไปเป็นตัวอย่าง ในรอบปี 2004 ตลาดรถใหม่ในเมืองน้ำหอมทำยอดขายรถยนต์นั่งได้รวมทั้งสิ้น 2,013,709 คัน หรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพียงร้อยละ 0.2 จากตัวเลขในรอบปีก่อนหน้านั้น ปรากฏว่า รถที่ขายดีสามอันดับแรก คือเรอโนลต์ 549,192 คัน เปอโฌต์ 363,247 คัน และ ซีตรอง 256,752 คัน รวมยอดขายสามยี่ห้อ 1,169,191 คัน หรือเท่ากับร้อยละ 58 ของยอดขายรถทุกยี่ห้อ

และเมื่อแยกยอดขายตามแบบตามรุ่นของรถ ก็จะพบว่า ในบรรดารถที่ขายดีที่สุดสิบอันดับแรก เป็นรถฝรั่งเศสถึงเก้าแบบ คือ เปอโฌต์ 206 (PEUGEOT 206) เรอโนลต์ กลีโอ (RENAULT CLIO) เปอโฌต์ 307 (PEUGEOT 307) เรอโนลต์ เซนิก(RENAULT SCENIC) เรอโนลต์ เมกาน (RENAULT MEGANE) ซีตรอง เซตรัวส์ (CITROEN C3) ซีตรอง ปิกัสโซ (CITROEN PICASSO) เรอโนลต์ ทวิงโก (RENAULT TWINGO) และ เรอโนลต์ ลากูนา (RENAULT LAGUNA) มีรถต่างชาติสอดแทรกเป็นยาดำในอันดับที่ 10 เพียงแบบเดียว คือ โฟล์คสวาเกน กอล์ฟ (VOLK SWAGEN GOLF) ซึ่งเป็นรถเยอรมัน

ที่เขียนถึงรถฝรั่งเศสซะยืดยาว เพราะเดือนนี้ เกือบทั้งหมดของรถใหม่ที่นำมาเสนอใน “ระเบียงรถใหม่” ล้วนเป็นรถของผู้ผลิตฝรั่งเศส โดยมีรถอิตาลีพ่วงท้ายมาเพียงหนึ่งแบบ เริ่มกันด้วย เปอโฌต์ 1007 (PEUGEOT 1007) รถอนุกรมใหม่ล่าสุดและมีขนาดเล็กที่สุดในสายการผลิตของค่ายนี้ และเป็นรถอนุกรมแรกในประวัติศาสตร์ของค่ายสิงห์เผ่นที่ใช้ชื่อเป็นเลขสี่ตัว

ค่ายสิงห์เผ่นนำรถอนุกรมนี้ออกอวดตัวต่อสายตาสาธารณชนเป็นครั้งแรก ที่งานมหกรรมยานยนต์เจนีวาเมื่อต้นปี 2002 ในฐานะรถแนวคิดชื่อ เปอโฌต์ เซซาเม (PEUGEOT SESAME) และใช้เวลาอีกประมาณสองปี ในการพัฒนาจากรถแนวคิดเป็นรถตลาด ก่อนนำออกอวดตัวให้สื่อมวลชนในเมืองน้ำหอมได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดเมื่อเดือนมิถุนายน 2004และสามเดือนหลังจากนั้นก็นำออกแสดงต่อสายตาสาธารณชนเป็นครั้งแรก ที่งานมหกรรมยานยนต์ปารีสครั้งล่าสุด

ตัวถังทรงกล่องเดียว ยาว 3.731 ม. กว้าง 1.686 ม. และสูง 1.610 ม. เป็นผลงานรังสรรค์ของสำนัก ปินินฟารีนา (PININFARINA) ที่เคยทำงานดีๆ ให้ค่ายนี้มาแล้วหลายชิ้น รูปทรงองค์เอวโดยรวม ไม่มีอะไรโดดเด่นสะดุดตา นอกจากประตูข้างทั้งสองด้าน ที่ไม่ได้เป็นประตูติดบานพับเหมือนรถทั่วๆ ไป แต่ออกแบบเป็นประตูเลื่อนเหมือนรถตู้เป็นประตูขนาดใหญ่ คือกว้างถึง 1.370 ม. เปิด/ปิดด้วยระบบไฟฟ้า และบังคับควบคุมด้วยการกดปุ่มเพียงปุ่มเดียว

เพิ่งออกจำหน่ายในเมืองน้ำหอมเมื่อตอนต้นปี โดยมีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้รวมสามขนาด คือ เครื่อง SOHC 4 สูบเรียง 1,360 ซีซี 75 แรงม้า เครื่อง DOHC 4 สูบเรียง 1,587 ซีซี 110 แรงม้า และเครื่องเทอร์โบดีเซลฉีดตรง SOHC 1,398 ซีซี
70 แรงม้า ส่วนระบบเกียร์เพื่อส่งทอดกำลังสู่ล้อคู่หน้า เลือกได้ระหว่างเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ กับเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ 2-TRONIC สนนราคาค่าตัว อยู่ระหว่าง 13,600-16,150 ยูโร หรือเท่ากับประมาณ 0.68-0.81 ล้านบาทไทย เมื่อคิดอัตรา
แลกเปลี่ยน 1 ยูโร เท่ากับ 50 บาท

ค่ายสิงห์เผ่นใช้เงินถึง 560 ล้านยูโร หรือประมาณ 28,000 ล้านบาท ในโครงการผลิตรถอนุกรมนี้ โดยตั้งเป้าหมายการผลิตในปีแรกไว้ที่ระดับ 130,000 คันPHEDRA)



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
ภาพโดย : จินดา ลัยนันท์ / เอกลักษณ์ จุลสุคนธ์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน เมษายน ปี 2548
คอลัมน์ : ระเบียงรถใหม่
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/O6uP2
อัพเดทล่าสุด
28 Mar 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
1,699,000
3.
3,299,000
4.
5,399,000
5.
6,799,000
6.
3,249,000
8.
53,500,000
10.
3,600,000
11.
4,539,000
12.
13,339,000
13.
2,999,000
14.
1,749,000
15.
1,800,000
17.
499,000
18.
979,000
19.
990,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง

HYUNDAI KONA ELECTRIC ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี พลังไฟฟ้าขนาดจิ๋วที่สุดในโลก
LEXUS UX250H ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี จิ๋วสุดของค่ายหน้ากากกระสวย
TOYOTA RAV4 สืบทอดสายเลือดรถยอดนิยมของเมืองมะกัน
BENTLEY BENTAYGA HYBRID รถไฮบริดแบบแรกของยอดผู้ผลิตรถหรูอายุยืน
RANGE ROVER P400E เอสยูวี ขับทุกล้อไฮบริด...ชนิดต้องมีการเสียบ
LAMBORGHINI URUS สุดยอดซูเพอร์ เอสยูวี สายพันธุ์กระทิงดุ