บทความ

แมกกล้วย


“เกาะกระแส” ฉบับนี้เราจะพาไปรู้จักกับล้อแมก ซึ่งกำลังได้รับความนิยมมากในกลุ่มวัยรุ่นด้วยรูปลักษณ์ความคลาสสิค และความทนทาน ทำให้โดนตา…โดนใจคนรักรถได้เป็นกอบเป็นกำถึงขั้นตั้งเป็นชมรม ที่สำคัญ แมกลายนี้ใช่ว่าเพิ่งจะได้รับความนิยมในสมัยนี้เท่านั้นแต่มันเคยโด่งดังมานานนับสิบปีแล้ว

ใช่ครับ ผมกำลังพูดถึง “แมกกล้วย” ที่หลายคนคุ้นหูกับชื่อนี้มานาน บางคนก็มีไว้ในครอบครองด้วยบางคนสะสมไว้เป็นคอลเลคชันเฉพาะ เพราะแมกลายนี้ใช่ว่าแค่มีเงินก็ซื้อได้ ถ้าเป็นสมัยก่อนมันอาจจะเป็นอย่างนั้น แต่ปัจจุบันนี้มันกลับกลายเป็นของหายาก เพราะเลิกผลิตไปนานแล้ว ถึงแม้จะหาได้ ราคาก็แพงมาก จนบางคนมองว่าไม่คุ้ม ยกเว้นคนที่รักแมกลายนี้ และถือว่าน่าภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของ ถึงขนาดขายรถแล้วก็ยังเก็บแมกไว้ เพราะหาไม่ได้อีกแล้ว

ด้วยรูปลักษณ์การออกแบบลวดลายเป็นก้านโค้งทึบ 8 ก้าน แต่เมื่อมองเผินๆ แล้วจะดูเหมือนกล้วยหอมคว่ำ ตรงนี้จึงเป็นที่มาของชื่อล้อแมกลายนี้ แมกกล้วยในสมัยก่อน มีมากมายหลากหลายยี่ห้อ เช่น วาตานาเบ/บีอาร์ และ จี 7 ฯลฯ ซึ่งผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่แล้วจะผลิตจากประเทศญี่ปุ่น โดยมีเครื่องหมายรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม เจไอซี (JIC) ประทับไว้บนแมกทุกวง

ยิ่งกว่านั้น แมกกล้วยยังสามารถสร้างชื่อในแก่วงการมอเตอร์สปอร์ทมาแล้วมากมายไม่ว่าจะเป็นรายการแข่งขันทางฝุ่น หรือทางเรียบ ทีมนักแข่งก็นิยมเปลี่ยนมาใช้แมกกล้วยแทบทั้งนั้น

ในบ้านเรา ขณะนี้มีผู้ที่ใช้แมกกล้วยอยู่เป็นจำนวนมาก แม้ว่ารถบางคันจะต้องพยายามดัดแปลงดุมล้อเพื่อให้สามารถใส่ล้อแมกลายนี้ให้ได้ก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นรถหรูหราราคาแพง อย่าง เมร์เซเดส-เบนซ์/บีเอมดับเบิลยู/โวลโว หรือรถใหม่ป้ายแดงอย่าง ฮอนดา แจซซ์ หรือ มีนี คูเพอร์ ไม่เว้นแม้กระทั่งรถที่ใช้ในการแข่งขันอย่าง นิสสัน 200 เอสเอกซ์/นิสสัน สกายไลน์/โตโยตา เซลีคา ยังไม่รวมถึงรถที่มีขายในบ้านเราอีกเป็นจำนวนมาก ก็ล้วนแล้วแต่ใส่ แมกกล้วย ด้วยกันทั้งนั้น แต่เมื่อถามว่า ทำไมถึงเลือกใส่แมกกล้วย ? คำตอบเดียวที่ได้ยินได้ฟัง คือ ชอบ และเป็นแฟชันที่กำลังมาแรง

แมกกล้วย มีให้เลือกเล่นหลากหลายขนาด เริ่มตั้งแต่เล็กสุด 13 นิ้ว ไปจนถึงใหญ่สุด 17 นิ้ว แต่ที่เห็นมากที่สุด และได้รับความนิยมสูงสุด คือ ขนาด 15 นิ้ว อาจเป็นเพราะดูแล้วเหมาะสมกับรถมากที่สุด รวมถึงความกว้างของวงล้อ มีให้เลือกตั้งแต่ 6.5 นิ้วไปจนถึง 9 นิ้วและอาจมีมากกว่านี้ก็ได้

แต่ที่แน่ๆ ก็คือ แมกกล้วย ไม่ใช่ของกล้วยๆ ที่จะหามาใช้ได้ง่ายๆ ส่วนราคาค่าตัวอย่างน้อยก็ต้องวงละ 5,000-10,000 กว่าบาทขึ้นไป แล้วแต่รุ่น ถ้าลองไปด้อมๆ มองๆ แถวเชียงกง บางนา คุณอาจจะโชคดี หรือไม่เข้าไปดูที่ www.racingweb.net ที่ banana club รับรองไม่ผิดหวัง



------------------------------
เรื่องโดย : จิฏวีระ ประทุมมณี
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2548
คอลัมน์ : เกาะกระแส
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/pq4aQ

Follow autoinfo.co.th