บทความ

ผู้หญิงทุบ “รถ”


เมื่อเร็วๆ นี้ ภาพผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง บนหน้าหนังสือพิมพ์ และจอโทรทัศน์หลายช่อง (รวมทั้งข่าว BREAKING NEWS ของ CNN ที่แพร่ภาพไปทั่วโลก) กำลังระบายอารมณ์แค้นกับรถดังยี่ห้อหนึ่ง ที่เธอซื้อมาแล้ว “ไม่ได้ดังใจ” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคุณภาพ หรือการบริการของศูนย์ ฯ

ภาพเธอใช้ค้อนปอนด์ กับพลั่ว เหวี่ยงอย่างไม่ปรานีลงบนกระจก และฝากระโปรงหน้าของอดีตรถคันโปรดของเธอ ต่อหน้าผู้สื่อข่าว และสักขีพยานหลายสิบคน ที่เธอเชิญล่วงหน้าให้มาชมนั้น อาจมองดูน่า “สะใจ” สำหรับคนบางคน…แต่สำหรับผม ผมว่า มันเป็นความหายนะของสังคม และวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเรามากกว่า !?!

จากตัวอย่างที่เห็น…ต่อไปเวลาใครซื้อสินค้าอะไรแล้วไม่พอใจ แทนที่จะทำตามขั้นตอนไป “ต่อแถว” ร้องเรียนคณะกรรมการ ที่ทางการตั้งขึ้น เพื่อทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยเรื่องร้องทุกข์ของผู้บริโภคกับผู้ผลิต ซึ่งเมื่อไกล่เกลี่ยแล้ว ยังไม่พอใจ ก็มีสิทธินำเรื่องไปฟ้องร้องต่อในชั้นโรงชั้นศาลได้ ก็คงจะหันมานิยมการ “เดินทางลัด” แบบนี้ คือเอาของไปทุบทิ้ง หรือไม่ก็จุดไฟเผาเสียเลย เพราะมันดังดี และเป็นวิธี ที่ใช้ต่อรองกับผู้ผลิตได้ผลมากกว่า…และถ้าเป็นอย่างนั้น ต่อไปสังคมไทยเรา ก็จะเต็มไปด้วย “ความรุนแรง” ซึ่งต้องถือเป็น “โรคระบาด” ครับ

เรื่องนี้ ถ้าจะให้ตีความตาม “เนื้อผ้า” แล้วละก็ ผมว่าผิดกันทั้งคู่นั่นแหละครับ !!!

ผู้ผลิตผิด ที่ทำไมถึงปล่อยให้เรื่องเล็กที่ไม่น่าจะเป็นเรื่องแบบนี้ (แค่ปัญหา รถสตาร์ทไม่ติด !) กลายมาเป็นเรื่องใหญ่ระดับโลกไปได้ก็ไม่รู้ ?!? นี่เรื่องมันก็บานปลายมาถึงอย่างนี้แล้ว แต่จนแล้วจนรอด ผู้ผลิตก็ยังไม่ได้บอกสังคมเลยว่า ไอ้ที่รถเขาสตาร์ทไม่ติดนั้น มันเกิดจากสาเหตุอะไรแบทเตอรีเสีย ไดสตาร์ทเสื่อม ไฟรั่ว หรืออะไรกันแน่ ?!? คุณบอกแต่ว่า พอลูกค้าเอารถมาซ่อมครั้งแรก ก็เปลี่ยนแบท ฯ ไปให้ และพอมาครั้งที่สองด้วยปัญหาเดิม ในอีกไม่กี่วันต่อมา ก็เปลี่ยน “ชิ้นส่วน อะไหล่” ไปให้

บอกหน่อยได้ไหมล่ะครับว่า ไอ้ที่รถเขาสตาร์ทไม่ติดนั้น สาเหตุมันมาจากอะไร แล้วคุณได้แก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ไปให้เขาแล้วหรือยัง ? ทำผิดตรงไหน ก็ยอมรับ แล้วขอโทษเขาไป !

ส่วนลูกค้าก็ผิด ที่ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่เกินจริง ของเสียเล็กน้อย ถ้ามันไม่เกี่ยวกับเรื่องของความปลอดภัย ก็ยอมให้บริษัทเขาจัดการซ่อม หรือเปลี่ยนอะไหล่ชิ้นส่วนให้เถอะเอะอะจะไปเรียกร้องให้เขาเปลี่ยนรถใหม่ให้ทั้งคัน มองกันตามตรรกแล้ว มันไม่ยุติธรรมหรอกครับ

ถ้าถืออารมณ์เป็นที่ตั้ง แล้วโต้กลับด้วยความรุนแรงอย่างที่ทำ จริงอยู่ คุณอาจได้ “ความสะใจ” แต่คุณก็ทำให้ “ระบบโดยรวม” มันฉิบหายด้วยครับ…พอข่าวนี้แพร่ออกไปทั่วโลก ก็เสี่ยงต่อการที่ลูกค้าที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าจากเรา จะเหมาเอาว่า…”สินค้าไทย” นั้น ไม่มีคุณภาพ !!!

อย่างนี้ “ภาพรวมด้านคุณภาพของชาติ” ที่นักอุตสาหกรรมดีๆ เพียรสร้างมาเป็นเวลานับสิบปี ก็อาจมีอันต้องพังพินาศไป หลังเห็น “ภาพสะใจ” ของคุณผู้หญิงคนนั้น “ทุบรถ” ก็ได้



------------------------------
เรื่องโดย : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2548
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/leDUZ

Follow autoinfo.co.th