บทความ

โบนัสสะพรั่ง


เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์
เดือนตุลาคม ปี '48 กับ '47
ตลาดรวม เพิ่ม 19.8 %
รถยนต์นั่ง เพิ่ม 2.6 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ เพิ่ม 26.5 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) ลด 44.9 %

อยู่ห่างไกลน้องมุ่ยฟ้า หรืออยู่ใกล้น้องฟ้ามุ่ย สุขสบายกันดีนะครับ

เรื่องพายุพวกนี้เป็นเรื่องของธรรมชาติ ที่ต้องขึ้นฝั่งทางภาคใต้เป็นประจำสม่ำเสมอ ไม่ได้ผิดแปลกพิสดารแต่ประการใด เราคนไทยก็ต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกันไป ใครเดือดร้อนก็หาทางช่วยเหลือกันหน่อยนะครับ

พักนี้ภาวะเศรษฐกิจค่อนข้างจะรุ่งเรือง แม้ว่าจะมีปัญหาทั้งทางเหนือ ทางใต้ มีรายการวิสามัญกันหนักหน่อย แต่ท่านที่ทำมาค้าขายเป็นปกติ ก็ท่าทางจะสุขสำราญ เพราะตัวเลขการขายรถยนต์ทั้งประเทศ ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ รอบเดือนที่ผ่านมา ตุลาคม เพิ่มขึ้นอีก 19.8 % คิดเป็นจำนวน 55,341 คัน

ยอดรวมสิบเดือนก็ยังคงเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 16.1 % จำนวน 494,195 คัน

นั่นก็แสดงว่า ปลายปีนี้ โบนัสจะเจริญรุ่งเรืองกันอีกครั้ง บรรดาพวกกระผมที่เหนื่อยยากจากงานเมืองทองธานี ก็คาดหวังกันอย่างเต็มเปี่ยม ว่าโบนัสงามแน่

ส่วนท่านอื่นๆ ก็คงโบนัสสะพัดพรั่งกันตามปกติ ใครได้มากบ้าง น้อยบ้าง ก็ว่ากันไป ขอให้อยู่ดีมีสุขเท่านั้นก็พอเพียงแล้วนะครับ

น้อมเกล้ารับคำของในหลวงท่านมาใส่เกล้าใส่กระหม่อม ก็น่าจะอยู่เป็นผู้เป็นคนอย่างมีความสุขได้โดยไม่ต้องขวนขวายใดๆ ให้มากเรื่องนะครับ

หนนี้มีตัวเลขมาให้พิจารณากันเล่น เป็นที่น่าสังเกตว่า การเก็บตัวเลขของจำนวนผู้โดยสารที่เดินทางโดย รถโดยสาร ขสมก. ว่ากันเฉพาะที่เป็นทางการนะครับ พวกรถผี รถเถื่อน รถตู้ ไม่นับรวมด้วย

จำนวนผู้โดยสารรถโดยสารธรรมดา นับเป็นหลักพันนะครับ ปี 2540 มี 972,502 คน ปี 2541 มี 863,981 คน ปี 2542 มี 659,227 คน ปี 2543 มี 584,267 คน ปี 2544 มี 540,403 คน ปี 2545 มี 511,705 คน และปีสุดท้ายที่มีตัวเลข 2546 มี 410,703 พันคน

ส่วนผู้โดยสารรถโดยสารปรับอากาศ ปี 2540 มี 251,172 คน ปี 2541 มี 297,060 คน ปี 2542 มี 409,867 คน ปี 2543 มี 444,720 คน ปี 2544 มี 397,886 คน ปี 2545 มี 409,983 คน และปีสุดท้ายที่มีตัวเลข 2546 มี 460,411 พันคนเช่นกัน

ทดลองตั้งตัวเป็นโหร วิจารณ์เอาจากพื้นฐานตัวเลขที่มีนะครับ ผู้โดยสารที่โดยสารรถโดยสารธรรมดาสีแดง สีฟ้า มีจำนวนลดลงโดยลำดับ ทั้งที่ปีแรกที่เก็บตัวเลขนั้น มีถึง 9 แสนกว่าคน แต่ลดลงจนเหลือ 4 แสนกว่าคนในปีสุดท้าย

ขณะเดียวกัน ผู้โดยสารที่โดยสารรถโดยสารปรับอากาศ ก็มีปริมาณที่เพิ่มขึ้น ค่อยๆ เพิ่มจากปีแรก 2 แสนกว่า เป็น 460,000 คน ในปีสุดท้าย

สังเกตได้ว่า ในช่วงรอยต่อของแต่ละปี จะมีบริการขนส่งมวลชน เกิดขึ้น เพิ่มหลากหลายวิธีการมากขึ้น เริ่มจาก นั่งเรือโดยสารในคลองที่น้ำหอมฟุ้ง เรือด่วนเจ้าพระยา ก็เพิ่มสายเพิ่มเที่ยวการเดินทาง รถไฟฟ้า เริ่มเปิดให้บริการ แล้วตอนนี้ มีรถใต้ดินเพิ่มขึ้นมาอีก แถมโครงการ 500 กว่าเรื่อง กำลังดำเนินการกันอยู่ ก็ยิ่งให้เป็นห่วงอนาคต ขสมก. ที่ทำงานกันยังไงก็ขาดทุน แต่พวกรถร่วม ยังสามารถมีชีวิตอยู่ได้

แถมเริ่มตั้งสหภาพขึ้นมากันอีกแล้ว แต่รอบนี้จะประท้วงกันยังไงไหว เพราะระบบขนส่งอื่นๆ ก็มีเพิ่มขึ้นเยอะ แถมรถตู้วิ่งแย่งคนของ ขสมก. กันเกลื่อนเมือง น่าเป็นห่วงนะครับ

ขนาดประชากรเมืองเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็นปกติ ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ที่ตอนปี 2540 มีอยู่แค่เก้าล้านกว่าคน 9,114,852 คน แต่พอมาถึงปี 2546 พุ่งขึ้นไปเกือบถึง 10 ล้านแล้ว 9,815,354 คน ก็สมควรจะมีปริมาณการจราจรที่จำเป็นต้องใช้บริการรถโดยสารเพิ่มมากขึ้นบ้าง เล็กน้อยก็ยังดี

แต่นี่มันกลับทางกันนะครับ

เอาจำนวนประชากรทั้งประเทศก็ได้ ปี 2540 มีอยู่ 60,816,227 คน พอมาปี 2546 มีเพิ่มถึง 63,079,765 คน นี่ยังไม่นับรวมแรงงานต่างด้าวอีกกว่า 2 แสนคนนะครับ

แหม ชักอยากเห็นสถิติของ การขนส่งโดยภาพรวมเสียแล้วละครับ

ยิ่งพอสนามบินสุวรรณภูมิ เริ่มเปิดดำเนินการ บรรดาระบบขนส่งต่างๆ ที่รองรับการดำเนินงานของสนามบิน ก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น โดยภาพรวมมันก็น่าจะยิ่งเพิ่มขึ้นละนะครับ

กลับมาเรื่องของเราดีกว่า มาตรวัดตลาดรถ ประจำเดือนตุลาคม

โดยภาพรวม เดือนนี้มียอดการจำหน่ายเพิ่มขึ้น 19.8 % ขายกันได้ 55,341 คัน รวม 10 เดือนเพิ่ม 16.1 % ขาย 494,195 คัน

ตำแหน่งแชมพ์ประจำเดือนยังคงเดิม เพราะหว่านโฆษณาจนคนอ่านงงไปหมด โตโยตา ขาย 24,874 คัน เพิ่ม 51.9 % ส่วนแบ่ง 44.9 % อันดับสอง อีซูซุ ขายได้น้อยกว่าปีก่อน 11,342 คัน น้อยกว่า 4.0 % ส่วนแบ่ง 20.5 % อันดับสาม ฮอนดา หว่านแคมเปญเยอะแยะขายเพิ่มเล็กน้อย 5,200 คัน เพิ่ม 5.9 % ส่วนแบ่ง 9.4 % อันดับสี่ นิสสัน ขนาดแถมทองยังขายได้น้อยลง 3,530 คัน ลดลง 34.5 % ส่วนแบ่ง 6.4 % … เอ๊ะ หรือว่าเป็นเพราะเปลี่ยนผู้บริหาร… อันดับห้า มิตซูบิชิ แคมเปญเยอะเหมือนกัน ขายได้เพิ่มขึ้น 3,166 คัน เพิ่ม 28.2 % ส่วนแบ่ง 5.7 %

ยอดรวม 10 เดือน โตโยตา ขาย 183,067 คัน อีซูซุ ขาย 120,064 คัน ฮอนดา ขาย 59,003 คัน นิสสัน ขาย 36,725 คัน และ มิตซูบิชิ ขาย 28,654 คัน

มาถึงรถยนต์นั่ง ยอดขายก็ยังคงเพิ่มเล็กๆ 2.6 % ขายได้ 13,753 คัน รวม 10 เดือนยังเพิ่มอยู่ 6.3 % ขาย 147,904 คัน

แชมพ์ในรุ่น โตโยตา ขาย 6,363 คัน ลดลง 2.0 % ส่วนแบ่ง 46.3 % ที่สอง ฮอนดา ขาย 4,928 คัน เพิ่ม 18.2 % ส่วนแบ่ง 35.8 % ที่สาม นิสสัน ขาย 679 คัน ลดลง 34.4 % ส่วนแบ่ง 4.9 % ที่สี่ เชฟโรเลต์ ขาย 388 คัน ลดลง 1.5 % ส่วนแบ่ง 2.8 % และที่ห้า บีเอมดับเบิลยู ตามมาติดๆ ขาย 387 คัน เพิ่มขึ้น 88.8 % ส่วนแบ่ง 2.8 %

ผู้เสียภาษีเข้าหลวงยอดเยี่ยม แจกวาร์ ขายได้ 6 คัน และ โพร์เช ขาย 1 คัน ส่วนยี่ห้ออื่นไม่ได้แจ้งตัวเลขเข้าส่วนกลางครับ

แยกประเภทเป็นรถกระบะหนึ่งตัน ยอดการขายเพิ่มถึง 26.5 % ขายได้ 30,995 คัน รวม 10 เดือนเพิ่ม 24.6 % ขาย 259,424 คัน แชมพ์เป็นโตโยตา ตามคาด ขาย 13,197 คัน เพิ่มถึง 70.4 % ส่วนแบ่ง 42.6 % ตามด้วย อีซูซุ ขาย 9,381 คัน ลดลงเพียง 1.2 % ส่วนแบ่ง 30.3 % อันดับสาม นิสสัน ขาย 2,551 คัน

รถเพื่อการพาณิชย์ ตัวเลขนี้เป็นสิ่งยืนยันอย่างดี ว่าสภาวะเศรษฐกิจเจริญรุ่งเรืองแน่นอน เพราะยอดการขายเพิ่มถึง 20.8 % ขายได้ 3,244 คัน รวม 10 เดือนเพิ่ม 25.2 % ขาย 26,633 คัน แชมพ์ อีซูซุขาย 976 คัน เพิ่มนิด 0.7 % ส่วนแบ่ง 30.1 %, ฮีโน ขาย 903 คัน เพิ่ม 28.6 % ส่วนแบ่ง 27.8 % และโตโยตา ขาย 738 คัน

รถกิจกรรมกลางแจ้งหรือเอสยูวี ยอดขายลดลง 44.9 % ขายได้ 1,154 คัน รวม 10 เดือนลด 30.0 % ขาย 14,180 คัน แชมพ์ คือ ฟอร์ด ขาย 519 คัน ลดลง 28.8 % ส่วนแบ่ง 45.0 % ที่สอง ฮอนดา ขาย 209 คัน ลดลง 60.3 % ส่วนแบ่ง 18.1 %, ที่สาม มิตซูบิชิ ขาย 124 คัน ลดลง 59.5 % ส่วนแบ่ง 10.7 %, ที่สี่ โตโยตา ขาย 76 คัน ลดลง 75.3 % ส่วนแบ่ง 6.6 % และที่ห้า เลกซัส ขาย 57 คัน

รถอเนกประสงค์หรือเอมพีวี ตลาดโตขึ้นถึง 3 เท่า เพิ่มขึ้น 337.1 % ขาย 1,875 คัน 10 เดือน 19,977 คัน เพิ่มขึ้น 383.8 % มากสุด โตโยตา ขาย 1,556 คัน กินส่วนแบ่งถึง 83.0 %

นั่นคือความเป็นไปในรอบ 10 เดือนที่ผ่านมา และในช่วง 3 เดือนข้างหน้า ยิ่งใกล้ฤดูเลือกตั้ง รถก็ยิ่งขายดี แต่เลือกตั้งหนที่แล้ว กลายเป็นรถมือสองขายดีกว่า ดูแปลกๆ ดีนะครับ

รอบที่แล้วน่ะ ดาวน์ให้เฉยๆ เท่านั้น ถ้าได้เข้าสู่สภาแล้วถึงจะจ่ายค่างวดให้ รอบนี้คอยฟังข่าวนะครับว่าบรรดาผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย จะมีหนทางพลิกแพลงอย่างไร

หรือว่าจะให้เป็นโบนัสดีครับ

เอ๊ะ… ไปคนละทางแล้วนะเนี่ย



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มกราคม ปี 2548
คอลัมน์ : มาตรวัดตลาดรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/XP36F

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
21 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,549,000
3.
1,749,000
4.
2,249,000
5.
4,590,000
6.
1,999,000
7.
3,990,000
8.
3,065,000
9.
2,790,000
10.
5,490,000
11.
1,354,000
12.
3,399,000
13.
750,000
14.
1,129,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th