บทความ

แกะกล่องรถใหม่ปี ’48


ในปี 2547 รถยนต์นั่งประเภทอเนกประสงค์ (เอมพีวี) มีการแข่งขันกันร้อนแรง และดุเดือดกว่าปีที่ผ่านมา ตั้งแต่รุ่นเล็กอย่าง โตโยตา วิช ขึ้นมาจนถึงรุ่นใหญ่อย่าง เมร์เซเดส-เบนซ์ วีโต และโฟล์คสวาเกน คาราเวลล์

และที่มาแรงพอๆ กันก็เห็นจะเป็นพิคอัพระบบเครื่องยนต์ คอมมอนเรล ที่บรรดาค่ายยักษ์ใหญ่ทุ่มทุนสร้าง พร้อมทั้งใส่เครื่องที่แรงขึ้นมาให้ขับกันเฉียดๆ 200 กม./ชม. ส่วนรถกิจกรรมกลางแจ้ง (เอสยูวี) ยังติดปัญหาเรื่องของภาษี ที่ทำให้ตัดสินใจได้ลำบากมากขึ้น

ชื่นชมรถใหม่ในปี 2548 ที่คนไทยได้ใช้ค่อนข้างจะแน่นอน เริ่มจากค่าย อัลฟา โรเมโอ เป็นรถขนาดเล็ก 5 ประตู ตัวแรง คือ อัลฟา โรเมโอ 147 โฉมใหม่ คู่ปรับรุ่นสำคัญของ เอาดี เอ 3 ที่ได้รับอิทธิพลมาจาก อัลฟา โรเมโอ 156 แวกอน ใหม่ ที่เผยโฉมมาแล้วในงานมหกรรมยานยนต์เจนีวา ที่ผ่านมาส่วนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ คาดว่าคงทำกันในยุโรปราวปลายปีนี้

อัลฟา โรเมโอ 147 ยังคงใช้เครื่องยนต์หลัก คือ เบนซิน แบบ 4 สูบ 2.0 ลิตร พละกำลัง 148 แรงม้า

ถัดมาก็เป็นรถของ เอาดี เปิดตัว เอ 6 หน้าตาใหม่ กระจังหน้าใหญ่ ที่มองเห็นเด่นชัดตั้งแต่ไกล ซึ่งได้มีการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์แบบใหม่ ทั้ง วี 6 สูบ ขนาด 3.2 ลิตร 255 แรงม้า และ 2.0 ลิตร เทอร์โบ 200 แรงม้า

ติดตามมาด้วย เอ 4 ที่ได้รับการปรับหน้าตาใหม่ ในช่วงปลายปี

ส่วนค่าย “ใบพัดเครื่องบินสีฟ้าขาว” บีเอมดับเบิลยู ยังคงเดินหน้าเต็มกำลังกับสมาชิกใหม่ ซีรีส์ 1 ในแบบ 5 ประตู ที่นำมาอวดโฉมภายในงาน “MOTOR EXPO 2004″ ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความสนใจและการตอบรับจากผู้ใช้รถบ้านเรามากพอสมควร เช่นเดียวกับ เอกซ์ 3 เอสยูวีคันเล็ก

เครื่องยนต์ของ ซีรีส์ 1 เป็นแบบ 4 สูบ 2 ขนาด คือ เบนซิน 1.6 ลิตร 115 แรงม้า และ 2.0 ลิตร 150 แรงม้า และดีเซล 2.0 ลิตร 122 แรงม้า กับ 163 แรงม้า

และที่น่าสนใจอีกรุ่นหนึ่ง คือ บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์ 3 ใหม่ ซึ่งได้รับอิทธิพลจาก ซีรีส์ 5 ตั้งแต่ช่วงกันชนหน้าขึ้นมาจนถึงเส้นขอบฝากระโปรง ยกเว้นโคมไฟ ซึ่งคล้ายกับ ซีรีส์ 1 เส้นสายข้างลำตัวออกมาในแนวเดียวกัน

ซีรีส์ 3 ใหม่ มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อยกระดับด้านการตลาด และให้เกิดความแตกต่างจาก ซีรีส์ 1 และจะมี 4 รุ่นให้เลือกใช้ คือ ซาลูน/เอสเตท/กาบริโอเลต์ และคูเป

คาดว่า ซีรีส์ 3 ใหม่ จะเปิดตัวในเดือนเมษายน หลังจากจบงานมหกรรมยานยนต์เจนีวา ที่จะมีในเดือนมีนาคมปีนี้ ด้วยรุ่น ซีดาน ส่วน ซีรีส์ 7 ปรับโฉม ก็น่าสนใจไม่เบา

ค่าย เอส.อี.ซี. ฯ ก็ไม่ยอมน้อยหน้า สำหรับการแข่งขันรถใหม่ปีนี้ ขอนำ บราบัส สมาร์ทเพื่อเข้ามาแชร์รถขนาดเล็กที่ไม่เล็กเหมือนชื่อ

ส่วน เชฟโรเลต์ หลังจากนำรถอเนกประสงค์ (เอมพีวี) อีควีนอกซ์ มาอวดโฉมในงาน “MOTOR EXPO 2004″ ซึ่งเป็นการชิมลางการตลาด แต่เมื่อได้รับความนิยมจึงนำมาจำหน่ายอย่างแน่นอน

ค่าย ซีตรอง นอกจากปรับโฉมรถที่จำหน่ายอยู่เดิมๆ เช่น เซแซง (C5) ด้วยกระจังหน้าแบบใหม่แล้ว ยังมีรถในรูปแบบ 3 และ 5 ประตูรุ่นใหม่ คือ เซกัตร์ (C4) ที่บรรจุเครื่องยนต์ตัวแรง แบบ 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร 180 แรงม้า ให้เลือกใช้ในรุ่น วีทีเอส และที่จะมารองรับกระแสรัฐบาลด้วย ปีกัสโซ เอธานอล 20 % จะนำเข้ามาให้เลือกใช้อีกรุ่นหนึ่งด้วย

ฟอร์ด มี โฟคัส ใหม่ ทั้งแบบ 4 และ 5 ประตู ที่เน้นประโยชน์ใช้สอยมากขึ้น เบาะนั่งสามารถพับได้แบนราบ หลังคาถูกออกแบบให้สูงกว่าเดิม เพื่อให้ผู้โดยสารมีพื้นที่ช่วงศีรษะเพิ่มมากขึ้น

เครื่องยนต์มีทั้งเบนซิน ขนาด 1.4/1.6/1.8 ลิตร และ 2.0 ลิตร รวมถึงเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 1.6 และ 2.0 ลิตร

ฮอนดา หลังจากนำ แจซซ์ มาสร้างความฮือฮาแล้วก็มีแต่รถไมเนอร์เชนจ์ และปลายปีนี้คงได้เห็นฮอนดา ซีวิค ใหม่ เพื่อมาสร้างสีสันอีกครั้งในตลาด

ส่วนค่ายรถยนต์เกาหลีรายเดียวในเมืองไทย หลังจากสร้างกระแสความแรงของรถ คาร์นิวัล ได้สำเร็จกลางปีนี้ คงได้เห็น เกีย สปอร์เทจ ใหม่ เข้ามาลุยตลาดอย่างแน่นอน

แลนด์ โรเวอร์ ถึงแม้ว่าจะเจอปัญหาภาษีสรรพสามิต แต่ยังฮึดสู้อย่างไม่ยอมแพ้ ด้วยการนำ ดิสคัฟเวอรี 3 มาลงสนามเช่นกัน แต่คาดว่าคงจะเป็นช่วงกลางปี

เลกซัส รถญี่ปุ่นที่เทียบชั้นรถยุโรป ปีนี้ขอนำ จีเอส 300 และ แอสเอส 200 มาเพิ่มสีสันมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

สำหรับค่าย มาซดา ถึงคราวของ เอมเอกซ์-5 โรดสเตอร์ รุ่นใหม่

มาซดา เอมเอกซ์-5 ได้รับอิทธิพลจากรถแนวคิด มาซดา อีบูกิ ที่เปิดตัวในงานมหกรรมยานยนต์โตเกียว ที่ผ่านมา ส่วนความแตกต่างคงเป็นเส้นสายบนตัวรถ และไฟคู่หน้าซึ่งออกแบบให้ดูเด่นขึ้น

ด้านหน้าถอดแบบ มาซดา อาร์เอกซ์-8 มาทั้งชุด ไม่ว่าจะเป็นเส้นสายบนฝากระโปรงรวมถึงไฟคู่หน้า และช่องดักอากาศ

เอมเอกซ์-5 เป็นรถในสายการผลิตที่มีอายุยืนยาวมากว่า 15 ปี และเป็นโรดสเตอร์ขนาดเล็กที่ดีที่สุดอนุกรมหนึ่ง เมื่อเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกัน

เอมเอกซ์-5 ใหม่ พัฒนาเครื่องยนต์ให้มีพละกำลังเพิ่มขึ้น มีให้เลือกทั้งแบบ 1.8 และ 2.0 ลิตรแต่อย่าคาดหวังว่าจะมีรุ่นพิเศษสมรรถนะสูง เพราะ มาซดา ยึดถือนโยบายการออกแบบที่ต้องการให้รถมีน้ำหนักเบา การบังคับควบคุมยอดเยี่ยม มีความเป็นสปอร์ท และไม่ต้องการพลังเครื่องยนต์มากมายในการขับเคลื่อน

ส่วน เมร์เซเดส-เบนซ์ ถึงแม้ว่าจะนำ ซีแอลเอส มาช้ากว่า บราบัส แต่อย่างไรก็เป็นการนำเข้ามาของเดมเลอร์ไครสเลอร์ ฯ ซึ่งจะเป็นรถที่แตกต่างกันในเรื่องของเครื่องยนต์ ซึ่งจะนำมาเปิดตัวในช่วงเดือนเมษายน

นิสสัน หลังจากเปิดตัว เทอานา จนได้รับความสำเร็จแล้ว ปีนี้จะนำรถอเนกประสงค์ (เอมพีวี) เอกซ์-ทเรล มาลงสนามแข่งกับเจ้าตลาดรายเดิมอีกด้วย

ค่าย “สิงห์เผ่น” จากเมืองน้ำหอม เปอโฌต์ ขอนำ 807 ซีดีไอ และ 607 มาสร้างสีสัน ในช่วงกลางปี และหากฝันไม่สลายเราคงได้เห็น 406 ปลายปีอย่างแน่นอน

สโกดา ถึงแม้เป็นรถที่ไม่ค่อยจะมีชื่อเสียงมากนักในเมืองไทย แต่ปลายปีนี้ มีแผนที่จะนำ ฟาบีอามาประกอบในเมืองไทย ทั้งนี้เพื่อให้สามารถเพิ่มการแข่งขันในตลาดได้มากยิ่งขึ้น

โวลโว นับว่าเป็นรถหรูอีกค่ายหนึ่งที่ไม่ค่อยหวือหวามากนัก แต่ปีนี้ โวลโว จะนำ เอส 80 เครื่องยนต์ดีเซล เข้ามาลุยตลาด พร้อมกับ วี 50 ในช่วงเดือนมีนาคมนี้

ในบ้านเรานอกจากรถที่กล่าวมาทั้งหมด ก็คงหนีไม่พ้นตลาดรถพิคอัพใหม่จากค่าย มิตซูบิชิ ที่ถึงคราวต้องมีการเปลี่ยนแปลง แอล 200 หรือ สตราดา ใหม่ พร้อมๆ กับบรรจุเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล ขนาด 3.2 ลิตร 165 แรงม้า ที่ทั้งใหญ่ และแรงกว่าคู่แข่ง ส่วน นิสสัน ก็จะปรับหน้าปรับตาใหม่ และเพิ่มเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ อินเตอร์คูเลอร์ ที่มีกำลังสะใจไม่แพ้กันออกมาให้เลือกปีนี้ขอบอกได้เลยว่าไม่เงียบแน่ และที่พลาดไม่ได้ก็คงจะเป็น ค่าย ฟอร์ด กับ มาซดา ที่กำลังซุ่มเงียบสนิท นำเครื่องยนต์ใหม่ ออกมาสู้ศึกเต็มอัตรา



------------------------------
เรื่องโดย : ธนสาร เสาวมล
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มกราคม ปี 2548
คอลัมน์ : พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/rwxkv

Follow autoinfo.co.th