บทความ

ซูบารุ อาร์ 2


ซูบารุ อาร์ 2
รูปโฉมใหม่ของรถขนาดมีนีพันธุ์ยุ่น

ที่งานมหกรรมยานยนต์โตเกียวครั้งที่ 37 เมื่อปลายเดือนตุลาคมปีกลาย ฟูจิ เฮฟวี อินดัสตรีส์ (FUJI HEAVY INDUSTRIES) บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ ซูบารุ ซึ่งมียักษ์ใหญ่ของเมืองมะกัน คือ เจเนอรัลมอเตอร์ส คอร์พอเรชัน (GENERAL MOTORS CORPORATION) ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 20 ได้นำรถยนต์นั่งขนาดมีนีตามกฎหมายญี่ปุ่นออกแสดงในงานแบบหนึ่ง

ฟูจิ เฮฟวี อินดัสตรีส์ ประกาศสรรพคุณของรถแบบดังกล่าวว่า เป็นรถขนาดมีนีที่ผสมผสานคุณค่าสามประการเข้าด้วยกันอย่างเหมาะเจาะและลงตัว คุณค่าสามประการที่ว่านั้น คือ คุณค่าด้านอารมณ์ ซึ่งหมายถึงความงามของรูปทรง คุณค่าการใช้สอย ซึ่งหมายถึงสมรรถนะกับการประหยัดเชื้อเพลิง และ คุณค่าตามสมัยนิยม ซึ่งหมายถึงการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย

ประมาณครึ่งปีหลังจากนั้น ฟูจิ เฮฟวี อินดีสตรีส์ ก็นำรถแบบดังกล่าวออกจำหน่ายในตลาดญี่ปุ่นโดยกำหนดสนนราคาค่าตัวไว้ที่ระดับ 0.90-1.47 ล้านเยน หรือเท่ากับประมาณ 0.34-0.56 ล้านบาทไทย และเมื่อสรุปยอดขายจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ยอดขายได้ผ่านหลัก 11,000 คัน ไปเรียบร้อยแล้ว รถแบบที่ว่า คือ ซูบารุ อาร์ 2 (SUBARU R2) ที่เห็นอยู่นี้

เป็นรถขนาดมีนี ที่มีหน้าตาและรูปทรงองค์เอว แปลกไปจากรถประเภทเดียวกันของผู้ผลิตรายอื่นๆทุกราย ตัวถังยาว 3.395 ม. กว้าง 1.475 ม. สูง 1.520-1.525 ม.และมีช่วงฐานล้อยาว 2.360 ม. เป็นตัวถังที่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมดตั้งแต่หัวจรดหาง โดยกำหนดเป้าหมายของการออกแบบไว้ที่คำศัพท์ในภาษาอังกฤษสองคำ คือ SPORTY กับ ELEGANT

นอกจากรูปทรงองค์เอวโดยรวม ซึ่งชวนในนึกถึงรถในยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่สองแล้วจุดเด่นสะดุดตาในส่วนของตัวถังภายนอก คือ แผงกระจังหน้า ซึ่งเป็นผลลัพธ์ของความพยายามที่จะสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวของรถ ซูบารุ ขึ้นใหม่ อย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า THE NEW SUBARU CORPORATE FRONT END STYLE

ห้องโดยสารซึ่งจุแค่สี่ที่นั่ง ออกแบบตกแต่งอย่างพิถีพิถันและมีรสนิยม ให้ความรู้สึกในคุณภาพและบรรยากาศที่สุขสงบ โดยมีวัสดุหุ้มให้เลือกใช้สองสี คือ สีดำ กับสีงาช้าง

แยกโมเดลให้เลือกใช้รวมสิบโมเดล มีทั้งแบบขับล้อหน้าและขับสี่ล้อ โดยมีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้ถึงสามขนาด คือ เครื่อง SOHC 4 สูบเรียง 658 ซีซี 46 แรงม้า เครื่อง DOHC 4 สูบเรียง 658 ซีซี 54 แรงม้า และเครื่องซูเพอร์ชาร์จ DOHC 4 สูบเรียง 658 ซีซี 64 แรงม้า

เครื่องยนต์นับเป็นจุดเด่นอีกจุดหนึ่งของรถแบบนี้ เนื่องจากส่วนใหญ่ของรถขนาดมีนีที่จำหน่ายในญี่ปุ่น มักจะติดตั้งเครื่องยนต์ 3 สูบเรียง สำหรับระบบเกียร์ ทั้งในรถขับล้อหน้าและรถขับสี่ล้อ สามารถเลือกใช้ได้สองแบบ คือ เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ กับเกียร์อัตโนมัติปรับอัตราทดต่อเนื่อง หรือที่เรียกกันว่า เกียร์ CVT



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2547
คอลัมน์ : ระเบียงรถใหม่
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/8IeaG
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง

LAMBORGHINI URUS สุดยอดซูเพอร์ เอสยูวี สายพันธุ์กระทิงดุ
MERCEDES-AMG G 63 พัฒนาการก้าวแรกของรถ เอสยูวี สายพันธุ์แมลงสาบ
MERCEDES-BENZ G 500 ทายาทสายตรงของ เอสยูวี พันธุ์แท้ซึ่งเป็นญาติสนิทของแมลงสาบ
BMW X4 เอสยูวี สายพันธุ์เยอรมันแต่ผลิตในสหรัฐอเมริกา
BMW X2 เอสยูวี รุ่นล่าสุดและขนาดเล็กสุดของค่ายใบพัด
JEEP WRANGLER เอสยูวี สายเลือดอเมริกันพันธุ์แท้สุดคลาสสิค