บทความ

ดูแลรถหลังฝน


เดือน ตุลาคม ถือเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว หวังว่าคำแนะนำ “เตรียมรถสู้ฝน” คงพอช่วยให้การเดินทางที่ผ่านมา ราบรื่น และปลอดภัยกันทุกท่าน

จากนี้ก็ถึงเวลาของการดูแลรถหลังฝน เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากน้ำ และความชื้นที่มีต่อระบบต่างๆ ของรถยนต์ หรือบริเวณที่เรามองไม่เห็น

สำหรับขั้นตอนการดูแล เริ่มกันบริเวณที่มีโอกาสถูกน้ำมากที่สุด หรือตั้งแต่ส่วนต่ำที่สุดของรถขึ้นมา

 

ระบบเบรค และลูกปืนล้อ

จากคำแนะนำ “เตรียมรถสู้ฝน” คงพอจำกันได้ว่าต้องตรวจสอบระบบเบรค ซึ่งหลังหน้าฝนก็เช่นกันต้องตรวจสอบอีกครั้ง เพราะความชื้นสามารถรวมกับน้ำมันเบรคในระบบได้ และเข้าไปกัดกร่อนผิวโลหะ

คงเคยได้ยินคำว่า ลูกสูบเบรคหรือแม่ปั๊มเบรคเป็นตามด หรือเป็นสนิม สาเหตุมาจากความชื้นสะสม กลายเป็นน้ำเข้าไปปนกับน้ำมันเบรคหากปล่อยทิ้งไว้นาน บางครั้งเสียหายถึงกับต้องเปลี่ยนลูกสูบหรือแม่ปั๊มเบรคทั้งชุด

คำแนะนำ คือ ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรคใหม่ เพื่อไล่ความชื้นในระบบ นอกจากจะป้องกันการเกิดสนิมในวงจรเบรคยังป้องกันอาการเบรคจม ซึ่งสาเหตุมาจากน้ำปนกับน้ำมันเบรคได้อีกด้วย

สำหรับรถยนต์ที่ใช้ระบบเบรคหลังแบบดุม ควรให้ช่างเปิดดูกลไกต่างๆ ภายใน ถ้าเกิดสนิมอาจทำให้ระบบเบรคทำงานไม่ปกติ เกิดอาการเบรคติดหรือค้าง รถยนต์รุ่นเก่าๆ มักประสบปัญหาเบรคค้างเวลาแช่น้ำนานๆ แก้ไขได้โดยการทำความสะอาด และใส่จารบีหล่อลื่น

รถบางยี่ห้อ มีกำหนดระยะเวลาเปลี่ยนจารบีลูกปืนล้อ พอหมดหน้าฝน แม้ว่ายังไม่ถึงกำหนดหากมีโอกาสตรวจสอบระบบเบรคโดยการถอดล้อ ควรให้ช่างเปลี่ยนจารบีลูกปืนล้อใหม่เพื่อป้องกันสนิมที่เกิดจากความชื้น ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ลูกปืนเสียหาย เกิดเสียงดังเวลาหมุนและถือเป็นการบำรุงรักษาลูกปืนให้มีความคงทน และใช้งานได้นานขึ้นอีกด้วย

 

น้ำมันเกียร์ และเฟืองท้าย

น้ำมันเกียร์มีโอกาสสูงมากที่น้ำจะเข้าไปผสม เนื่องจาก ห้องเกียร์ ท่อหายใจ และนอทถ่ายน้ำมันทั้งของเกียร์อัตโนมัติ และเกียร์ธรรมดา อยู่ในบริเวณที่มีโอกาสถูกน้ำ ในช่วงการทำงานปกติอุณหภูมิห้องเกียร์จะสูง แต่พอรถวิ่งมายังบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง เมื่อสภาวะน้ำท่วมถูกห้องเกียร์อุณหภูมิจะลดลงอย่างรวดเร็ว และน้ำมีโอกาสถูกดูดเข้าไปตามช่องต่างๆ ที่สามารถเข้าได้เพราะฉะนั้นจึงควรเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบเกียร์เสียหาย โดยเฉพาะเกียร์อัตโนมัติที่มีชิ้นส่วนซับซ้อน หากเกิดสนิมขึ้นในระบบ ราคาค่าเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์เทียบไม่ได้กับการซ่อมเกียร์อัตโนมัติราคาหลายหมื่นบาท

ต่อมาคือ น้ำมันเฟืองท้าย ซึ่งอยู่ในลักษณะเดียวกัน ควรถ่ายไปพร้อมกับน้ำมันเกียร์ เพื่อให้การหล่อลื่นมีประสิทธิภาพและป้องกันการเกิดสนิมบนเฟือง รถยนต์หลายคันที่เฟืองท้ายหอนเกิดจากขาดการดูแล ไม่ถ่ายน้ำมันเฟืองท้าย จึงเกิดความเสียหายดังกล่าว

 

ระบบไฟ และสัญญาณไฟ

ระบบไฟจุดระเบิดเครื่องยนต์ รวมถึงระบบไฟต่างๆ ของตัวรถ ควรอยู่ในสภาพที่แห้ง ไม่มีความชื้นสามารถตรวจสอบได้โดยการดึงปลั๊กออกมาตรวจทำความสะอาด ถ้าพบน้ำขังอยู่ในปลั๊ก ให้ใช้สเปรย์อเนกประสงค์ฉีดพ่นไล่ความชื้น เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร และทำให้เครื่องยนต์ตลอดจนระบบไฟต่างๆ ทำงานสมบูรณ์แบบ

ในบางครั้ง น้ำก็อาจเข้าไปอยู่ในโคมไฟสัญญาณต่างๆ หากพบว่ามีน้ำขัง ให้ถอดโคมไฟออกมาเทน้ำทิ้ง และทำความสะอาดให้แห้ง หากปล่อยเอาไว้จะเกิดตะไคร่ขึ้นภายใน บดบังแสงสัญญาณ เป็นเหตุให้เกิดอันตราย และทำให้รถดูโทรมอีกด้วย

 

ทำความสะอาดรถ

สิ่งที่หลงเหลือหลังฝนตก คือ คราบสกปรก ติดค้างอยู่บนผิวสี และส่วนต่างๆ ของตัวรถ รวมถึงเศษดิน หรือโคลนแห้งติดค้างอยู่ภายในบริเวณซุ้มล้อ เมื่อหมดหน้าฝน ควรล้างทำความสะอาดด้วยวิธีการอัดฉีดบริเวณท้องรถ และล้างสีให้คราบต่างๆ หมดไป ถ้าเป็นได้ควรขัดและเคลือบสี เพื่อให้เกิดความเงางาม ทนทานต่อแสงแดด ความชื้น และทำให้รถดูใหม่อีกด้วย

 

พรม และซอกมุมที่น้ำขัง

ตรวจสอบพรมปูพื้นภายในรถยนต์ ถ้าพรมชื้น หรือเปียก ให้ถอดพรมออกตากแดด รถบางรุ่นถอดพรมยาก ก็ให้ช่างเป็นผู้ถอดให้ แต่ถ้าชื้นเพียงเล็กน้อย สามารถจอดรถเปิดประตูตากแดดทิ้งไว้ เพื่อให้น้ำระเหยไปเอง และขจัดกลิ่นอับชื้นที่ติดอยู่กับพรม และภายในตัวรถให้หมดไปได้อีกด้วย

ซอกมุมต่างๆ เช่น ซอกประตู ยางขอบประตู ฝากระโปรงท้าย ยางขอบฝากระโปรงท้ายหรือมุมที่น้ำมีโอกาสขัง ควรเปิดออกดู ถ้าพบน้ำขัง หรือเปียกใ ห้รีบทำความสะอาดจนแห้งและใช้สเปรย์อเนกประสงค์พ่นบริเวณที่ทำความสะอาดยาก สามารถป้องกันการเกิดสนิมได้

 

สิ่งแปลกปลอมที่มากับน้ำ

เมื่อรถลุยน้ำ มักมีสิ่งแปลกปลอมลอยมาติดใต้ท้องรถ ถ้าตรวจสอบเจอให้ดึงออกบางทีเศษกระดาษเพียงชิ้นเดียวก็สามารถเกิดเรื่องใหญ่ได้ ถ้าหากไปติดกับท่อไอเสียหรือหม้อพักที่ร้อน แล้วเกิดไฟลุกขึ้น เศษเหล็กก็เช่นกัน อาจเข้าไปงัดกับกลไกบางอย่างทำให้อุปกรณ์เหล่านั้นเสียหาย จึงควรตรวจสอบให้ถี่ถ้วน

การดูแลรถหลังฝน จึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก แม้ว่าปัจจุบันรถยนต์สมัยใหม่จะมีระบบป้องกันสนิมที่ดีจากโรงงาน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะรับประกันได้เสมอไป การสะสมของน้ำ และความชื้น ยังคงสร้างความเสียหายให้รถยนต์อยู่ตลอดเวลา ยอมเสียเวลาสักนิดหลังหน้าฝนนี้และปัญหาระยะยาวจะไม่เกิดขึ้นกับรถที่ท่านรักแน่นอน



------------------------------
เรื่องโดย : พีรพล วัยโรจนวงศ์
ภาพโดย : เกรียงศักดิ์ ปันสม / ชูสิทธ์ สิทธิวรรณ
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2547
คอลัมน์ : บทความ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/qwS8x
อัพเดทล่าสุด
21 Oct 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
489,000
2.
1,199,000
4.
2,490,000
5.
479,000
6.
939,000
7.
24,500,000
8.
34,000,000
9.
23,795,000
12.
18,900,000
13.
18,999,000
14.
3,199,000
15.
3,399,000
16.
2,549,000
17.
4,499,000
18.
2,299,000
19.
3,199,000
20.
3,299,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th