บทความ

น้ำมันแพง !!!


ขณะนี้ ผู้ใช้รถต้องจ่ายค่าน้ำมันที่แพงที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลยทีเดียว วิธีที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้คือประหยัดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งคอลัมน์ “รอบรู้เรื่องรถ” ฉบับนี้ได้อธิบายทั้งวิธีการดูแลรถ วิธีการขับที่ถูกต้อง ฯลฯ เพื่อให้ทุกท่านใช้น้ำมันเชื้อเพลิงให้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด (ซึ่งก็ควรทำกันมานานแล้ว แต่มักจะมา “ตื่นตัว” และ”ตื่นตูม” กันเฉพาะในช่วงน้ำมันขึ้นราคา พอขึ้นไปสักพักก็เริ่มชิน กลับมาฟุ่มเฟือยกันตามปกติ)

 

ผมไม่ค่อยเห็นด้วยนักกับมาตรการประหยัดโดยปิดสถานีบริการน้ำมันในช่วงหลังเที่ยงคืน เนื่องจากผู้ที่ต้องการใช้รถไม่ว่าจะใช้งานด้วยความจำเป็นหรือฟุ่มเฟือย หากต้องใช้รถก็จะเข้าไปเติมก่อนที่ปั๊มจะปิด สร้างความลำบากให้กับผู้ที่จำเป็นต้องใช้รถ อาจช่วยกระตุ้นจิตสำนึกในเรื่องความประหยัดได้บ้าง แต่ไม่ชะงัดเท่ากับการปล่อยราคาน้ำมันเบนซินลอยตัวตามราคาที่เป็นจริงโดยที่รัฐไม่เข้าไปอุ้มไว้ แค่เบนซินลิตรละไม่ถึง 19 บาท คนใช้รถก็เริ่มหาทางแก้ปัญหาให้ตนเอง เช่น ถ้ายังจำเป็นต้องใช้อยู่ก็จะใช้อย่างประหยัดที่สุดเพราะกดคันเร่งแต่ละครั้งหมายถึงเงินในกระเป๋าที่ลดลงไปเรื่อยๆ ต้องวางแผนการใช้รถที่รัดกุมขึ้น หรือถ้าคิดว่าไม่ลำบากนักก็จะเปลี่ยนไปใช้รถสาธารณะร่วมกับผู้อื่นแทนการนั่งขับอยู่แค่ 1-2 คน/คัน มีผลทำให้ในช่วงที่ขึ้นราคาน้ำมันใหม่ๆ ถนนจะโล่งจนรู้สึกได้ รถขับกันช้าลง เวลาที่เราใช้ความเร็ว 80-100 กม./ชม. บนทางด่วนก็ไม่มีใครมาจี้ท้าย กะพริบไฟใส่แบบเอาเป็นเอาตาย เช่นที่เคยเป็นมา ทุกคนไม่เร่งร้อน ทุกคันขับกันเรื่อยๆ เป็นกลุ่ม ใจเย็นมากขึ้น รวมไปถึงจักรยานยนต์ซึ่งต้องเติม เบนซิน 91ด้วย (ควรจะเป็นอย่างนี้มานานแล้วเพราะการขับกันแบบบ้าระห่ำ เสี่ยงตายสไตล์ “รถตู้มหาภัย” ก็ใช่ว่าจะถึงที่หมายเร็วกว่ากันเท่าไร แถมยังทำให้ชาวบ้านเดือนร้อน รำคาญใจ และอาจเกิดอุบัติเหตุด้วย)

 

ส่วนใหญ่ที่ยังคงเห็นขับเร็วกันอยู่ (แต่ก็อยู่ในปริมาณที่น้อยลงกว่าเดิม) ยังคงเป็นรถพิคอัพดีเซล ทั้งที่ใช้งานส่วนตัวแทนรถเก๋งและรถพิคอัพที่ใช้งานขนของต่างๆ เนื่องมาจากราคาน้ำมันดีเซลยังไม่เพิ่ม (รัฐบาลช่วยจ่ายบางส่วนเพื่อดึงราคาไว้ไม่ให้สินค้าซึ่งยังต้องพึ่งน้ำมันดีเซลในการขนส่งต้องขึ้นราคาตามไปด้วย) และรถพิคอัพของบริษัทที่นำมาใช้งานคนขับไม่ต้องจ่ายค่าน้ำมันเอง จึงยังไม่ค่อยจะสำนึกในเรื่องความประหยัด

 

สำหรับราคาน้ำมันดีเซลนั้นยังไม่รู้อนาคตว่ารัฐบาลจะอุ้มไว้ได้อีกนานเท่าไร และจากการที่ราคาต่อลิตรต่างจากเบนซินถึงลิตรละประมาณ 4 บาท ในอนาคตเชื่อได้เลยว่าตลาดพิคอัพและรถเก๋งที่ใช้น้ำมันดีเซลจะเติบโตอย่างรวดเร็ว และเป็นการยากที่จะแยกแยะได้ว่าผู้ที่ใช้รถดีเซลนั้นเพื่อการขนส่งหรือใช้ส่วนตัว ซึ่งรถเหล่านี้ทุกคัน คนทั้งประเทศต้องมีส่วนช่วยออกค่าน้ำมันให้ (ในรูปภาษีที่รัฐนำไปใช้ตรึงราคาน้ำมัน)

 

รัฐคงต้องมีมาตรการสักอย่างเพื่อให้เกิดความยุติธรรมในสังคม เพราะไม่เช่นนั้น ผู้ใช้รถที่เขาหันมานั่งรถโดยสารสาธารณะเพื่อความประหยัด หรือผู้ที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัวที่นั่งรถเมล์เป็นประจำ แต่ก็ยังต้องไปช่วยออกเงินค่าน้ำมันให้แก่ผู้ขับรถยนต์ดีเซลใช้งานส่วนตัว แทนรถเบนซินซึ่งมีปริมาณที่ไม่น้อยเลยทีเดียวในปัจจุบัน และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างแน่นอน



------------------------------
เรื่องโดย : อัฐฒา นายเรือ
ภาพโดย : -
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2547
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/wzTsD

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
21 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
21,900,000
2.
11,530,000
3.
14,900,000
4.
3,699,000
5.
2,930,000
6.
679,000
7.
1,290,000
8.
21,890,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th